อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563

ไขสงสัยกองทุนฉาว'1MDB' เกี่ยวอะไรกับการเมืองไทย?!

ไขข้อสงสัย "1MDB" กองทุนฉาว ขบวนการฟอกเงินระดับโลก แต่ เหตุใดถึงถูกโยงเข้าสู่การเมืองไทย?! จันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 19.15 น.


กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมไทยอยู่ในขณะนี้ หลัง "ช่อ-พรรณิการ์ วานิช" อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภาถึงเรื่องราวของ "1MDB" หรือ 1Malaysia Development Berhad ซึ่งเป็นกองทุนช่วยเหลือและพัฒนาประชาชนมาเลเซีย โดยมีข้อมูลหลายกรณีที่ทำให้เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว จนทำให้ แฮชแท็ก"#1MDB" ขึ้นสู่อันดับยอดนิยมของประเทศไทย

โดยหากย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2558 หนังสือพิมพ์ "วอลสตรีท เจอร์นอล" ลงข่าวว่า ผู้ตรวจสอบของมาเลเซียได้พบว่ามีเงินไหลจากกองทุนที่มีชื่อว่า 1MDB จำนวน 700 ล้านดอลลาร์ เข้าบัญชีส่วนตัวของ "นาจิบ ราซัค" ที่ตอนนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 

โดยกองทุนดังกล่าวก่อตั้งเมื่อปี2552 ขณะที่นายนาจิบเป็นเพียงรองนายกรัฐมนตรี เพื่ออำนวยให้เกิดการลงทุนในตะวันออกกลาง อาทิ การลงนามตั้งกิจการร่วมค้ากับบริษัทเอกชนที่ทำธุรกิจด้านน้ำมันจากซาอุดีอาระเบีย ,การเปิดตัวย่านธุรกิจ "ตุน ราซัค เอ็กซ์เชนจ์" ที่ 1MDB สร้างขึ้น ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ และจะดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามา 

แต่แผนการที่จะขายหุ้นพลังงานกลับล้มเหลว กองทุนก็ประสบปัญหาในการชำระหนี้ จนต้องเปลี่ยนผู้ตรวจสอบบัญชีอย่างน้อย 2 ครั้ง ก่อหนี้มูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์ โดยในปี2558 วอลสตรีท เจอร์นอล และซาราวัก รีพอร์ต รายงานว่า มีเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของนายนาจิบหลายบัญชี รวมเป็นเงินเกือบ 700 ล้านดอลลาร์ โดย นายนาจิบ ก็ปฎิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว ทำให้มาเลเซียตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษชุดหนึ่งขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้ และประกาศอายัดบัญชีธนาคาร 6 บัญชีของ นายนาจิบ แต่ภายหลังกลับปรากฎว่า สำนักงานอัยการสูงสุดมาเลเซียแถลงว่า บัญชีทั้ง 6 บัญชีที่ถูกอายัด ไม่เกี่ยวข้องกับ นายนาจิบ เพราะ นายนาจิบ ปิดบัญชีไปก่อนหน้านั้นแล้ว

ในปี 2559 ทางด้านสวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐ และสิงคโปร์ ก็เริ่มสอบสวนกระแสการเงินที่เกี่ยวข้องกับกองทุน 1MDB และพบว่ามหกรรมฉาวครั้งนี้โกงเงินไปมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ โดยเงินดังกลาวนั้นกระจายไปหลายช่องทาง เช่น ตั้งบริษัท นายโจ โลว์ นักธุรกิจชาวมาเลเซีย ซึ่งเป็นคนสนิทของ นายนาจิบ และครอบครัว เพราะเป็นเพื่อนซี้กับนายริซา อะซิซ ลูกเลี้ยงของนายนาจิบ 


ขอบคุณภาพจาก : AFP

นอกจากนี้ สื่ออเมริการายงานว่า นายโลว์ มีชีวิตหรูหราระดับเซเลบที่อเมริกา ทั้งชอบจัดปาร์ตี้สังสรรค์กับคนดังๆ อย่างลินด์เซย์ โลฮาน หรือ ปารีส ฮิลตัน แถมยังนำเอาเงินที่ยักยอกไปซื้อเพนท์เฮ้าส์สุดหรูในเกาะแมนฮัตตัน ประมูลภาพวาดแวน โก๊ะ ซื้อเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว และอื่นๆ และเค้าจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้กับภรรยาของนายนาจิบ ตอนที่มาเที่ยวชอปปิงที่อเมริกา

ด้านนายริซา อะซิซ ลูกเลี้ยงของนายนาจิบ ก็เอาเงินไปลงทุนสร้างหนังเรื่อง The Wolf of Wall Street ที่แสดงนำโดย ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ซึ่งเรื่องนี้มันสร้างจากเรื่องจริงของ Jordan Belfort ที่เคยเป็นโบรกเกอร์ซื้อ-ขายหุ้นในตลาดวอลล์สตรีท แล้วใช้กลโกงในการยักยอกเงินจากนักลงทุนในตลาดจนร่ำรวย 

ในปี 2560 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฟ้องแพ่งว่าเงินเกือบ 30 ล้านดอลลาร์ ที่ยักยอกมาจาก 1MDB ถูกนำไปซื้ออัญมณีให้กับภรรยาของ "เจ้าหน้าที่มาเลเซียหมายเลข 1" ซึ่งภายหลังมีการยืนยันว่าเจ้าหน้าที่มาเลเซียหมายเลข 1 คือนายนาจิบ โดยภายหลังทางด้านมาเลเซียขอให้ตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) หาพิกัดที่ซ่อนตัวของนายโจ โลว์


ขอบคุณภาพจาก : Getty Images

ในปี 2561 แนวร่วมพรรคการเมืองแห่งความหวัง (ปากาตัน ฮาราปัน) หรือแนวร่วมฝ่ายค้าน ที่นำโดยนายมหาธีร์ มูฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ชนะการเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซีย และมี ส.ส. เกิน 112 คน จนได้ตั้งรัฐบาลเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางความโกรธแค้นของชาวมาเลเซียจากเรื่องฉาวกองทุน 1MDB ขณะที่ค่าครองชีพสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ทางด้าน วอลสตรีท เจอร์นอล รายงานว่า มีผู้พบเห็นนายโจ โลว์ ที่ จ.ภูเก็ต และ กรุงเทพมหานคร ในช่วงก่อนการเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซีย โดยภายหลังในเดือนสิงหาคม นายนาจิบถูกจับจากความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมยักยอกเงินจากกองทุน 1MDB เข้าบัญชีส่วนตัว

ต่อมาในปี 2562 ทางการมาเลเซียตั้งข้อหาอาญาแก่ผู้บริหารและอดีตผู้บริหารของบริษัทลูกหลายบริษัทในเครือโกลด์แมน แซคส์ รวม 17 คน จากการยักยอกกองทุน 1MDB โดยภายหลัง "วอลสตรีท เจอร์นอล" รายงานว่า โกลด์แมน แซคส์ เจรจาจ่ายค่าไกล่เกลี่ยคดี 1MDB กับรัฐบาลสหรัฐ เป็นมูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์



อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณี "1MDB" ด้าน "ช่อ พรรณิการ์" ได้กล่าวว่า พบหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว 4 ข้อด้วยกัน คือ 1.อาจปกปิดข้อเท็จจริงกรณีอาชญากรรมการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากการรับรู้ของประชาชนคนมาเลเซีย คนไทยและประชาคมโลก 2.อาจบิดผันกระบวนการยุติธรรมเอาคนบริสุทธิ์เข้าคุกและปล่อยให้อาชญากรรมข้ามชาติลอยนวล 3.อาจให้ที่พักพิง หลบซ่อนตัวแก่ผู้ต้องหาที่มีหมายจับแดงจากอินเตอร์โพล หรือตำรวจสากลที่เป็นที่ต้องการตัวในหลายประเทศ และ4.อาจเป็นการบ่อนทำลายความสัมพันธ์อันดีกับชาติพันธมิตรของไทย ในกรณี นายชาเบียร์ ฆุสโต ชาวสวิสฯ ซึ่งเป็นผู้ชี้เบาะแสและให้ข้อมูลแก่ผู้สื่อข่าวที่เปิดโปงเรื่องนี้ ถูกจับกุมในประเทศไทยในข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์ ซึ่งการจับกุมและดำเนินคดีนายฆุสโตนั้นมีความผิดปกติหลายอย่าง นอกจากนี้นายฆุสโต ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 6 ปี แต่ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่งจากการรับสารภาพ ยังไม่ถูกส่งตัวกลับไปรับโทษที่สวิตเซอร์แลนด์ตามคำร้องขอกระทรวงการต่างประเทศสวิส ทั้งที่ไทยกับสวิตเซอร์แลนด์มีข้อตกลงส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน และกรณีของ นายโจ โลว์ คนสนิทของนายนาจิบ ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทยอนุญาตให้ นายโจ โลว์เข้า-ออกประเทศถึง 5 ครั้งระหว่างเดือน ต.ค.2559-พ.ค.2561 ทั้งที่ขณะนั้นตำรวจสากลได้ออกหมายแดงไว้



ข่าวที่เกี่ยวข้อง..
-"ช่อ"เปิดหลักฐานแฉ'บิ๊กตู่'ส่อเอื้อเครือข่ายฉ้อโกง1MDB




คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    65%
  • ไม่เห็นด้วย
    35%