อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563

"บิ๊กตู่"ยันประเทศไม่ใช่รัฐทหาร ย้ำเรือดำน้ำทัดเทียมเพื่อนบ้าน

"บิ๊กตู่"ยันประเทศไม่ใช่รัฐทหาร โวมีแผนปรับลดนายพลร้อยละ 50 ย้ำจำเป็นจัดซื้อเรือดำน้ำ-เสริมสร้างศักยภาพกองทัพทัดเทียมเพื่อนบ้าน  “รมช.กห.”ยันจัดซื้อรถถังออฟลอตยูเครนมือหนึ่ง แจงส่งมอบล่าช้าเหตุพื้นที่ผลิตอยู่ใกล้สนามรบ พฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 17.18 น.


เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่รัฐสภา  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ชี้แจงต่อประเด็นการจัดซื้อยุทโธปกรณ์กองทัพหลังจากที่มีส.ส.พาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ว่า ตนไม่ใช่ผู้จัดหา แต่เป็นการพิจารณาตามข้อเสนอของแต่ละกองทัพตามความต้องการ ควบคู่กับงบประมาณที่รัฐจัดสรร ส่วนการจัดซื้อเรือและรถถังนั้น ได้ดำเนินการแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) 

จากนั้น พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กระทรวงกลาโหม ชี้แจงรายละเอียดถึงการจัดการยุทโธปกรณ์ของกองทัพที่ต้องตอบสนองภารกิจ 2 ประการ คือ การเตรียมกำลัง และการใช้กำลังซึ่งเราดำเนินการ เพื่อรองรับสถานการณ์ตามแผน 5-10 ปี ซึ่งการจัดการยุทโธปกรณ์ของแต่ละเหล่าทัพได้จัดซื้อมานานแล้วมีอายุใช้งาน 30-50 ปี โดยเรามีแผนรองรับ 2 ส่วน คือ 1.ซ่อมแซมของเดิมและนำมาใช้งาน 2.จัดหาทดแทน 1 ใน3 ของอัตราที่มีอยู่ สำหรับกระบวนการจัดหาเป็นไปตามความต้องการของหน่วยและผ่านคณะกรรมการในทุกขั้นตอน ส่วนกรณีที่ระบุว่าจัดหามาแล้วไม่สามารถใช้งานได้นั้น เรามีคณะกรรมการตรวจรับยุทโธปกรณ์จะรับผิดชอบในส่วนนี้ ขณะที่เรือดำน้ำของกองทัพเรือเรามีไว้ไม่ได้ต้องการที่จะแข่งขันกับเพื่อนบ้านในอาเซียน แต่มีไว้เพื่อนถ่วงดุลอำนาจทางทะเล เนื่องจาก เราเป็นศูนย์กลางของอาเซียนจึงมีความจำเป็นต้องจัดหา โดยทางกองทัพเรือได้กำหนดความต้องการในการจัดซื้อ

พล.อ.ชัยชาญ ยังกล่าวถึงความโปร่งใสในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของยูเครนรถถังออฟล็อตแบบจีทูจี (รัฐต่อรัฐ)ที่มีความล่าช้า เนื่องจากว่าในระหว่างการผลิตพื้นที่ผลิตอยู่ในสนามลบที่มีปัญหาภายในกับประเทศรัสเซียจึงทำให้การส่งมอบล่าช้าอีกทั้งการจัดซื้อแบบจีทูจีเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากการสู้รบจึงทำให้พอเข้าใจได้ และเราไม่เรียกค่าปรับ  ยืนยันว่ารถถังออฟล็อตผลิตใหม่ไม่ใช่รถมือสอง  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการอภิปรายได้มีการนำคลิปวิดีโอทดสอบรถถังออฟล็อตเพื่อแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการใช้งาน

ต่อมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ลุกชี้แจงว่า ที่ห่วงว่าประเทศของเราจะกลายเป็นรัฐทหารนั้นไม่เป็นความจริง แต่กระทรวงกลาโหมมีแผนแม่บทปรับโครงสร้างให้มีขนาดเล็กลง ทั้งกำลังพลและเครื่องไม้เครื่องมือ ยุทโธปกรณ์ต่างๆ ยืนยันไม่ได้จัดซื้อให้มากที่สุด เพียงแต่ซื้อเพื่อทดแทนในบางส่วนก็ต้องซ่อมบำรุง ส่วนทหารคนใดที่พฤติกรรมไม่ดีก็ต้องแก้ไขกันไปโดยมีการโยกย้ายปรับเปลี่ยนทุกวัน ในส่วนของการจัดซื้อเรือดำน้ำนั้น มูลค่าทางทะเลของไทยมีมหาศาล 24 ล้านล้านบาทต่อปี อีกทั้งประเทศรอบบ้านต่างก็มีทั้งหมด เช่น เวียดนาม 6 ลำ อินโดนีเซีย5 ลำ และสิงคโปร์ 4 ลำ โดยต่างก็มีแผนที่จะซื้อเพิ่ม ซึ่งในส่วนของเรามีความจำเป็นแต่ซื้อได้ในจำนวนน้อย โดยมีการวางแผนระยะยาวเอาไว้ 3 ลำ แต่จะได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่มี ทั้งนี้การมีเรือดำน้ำเวลาดำลงไปมีศักยภาพน่าเกรงขามเหมือนกัน ดังนั้นจะล่าช้าไม่ได้เพราะการซื้อขายไม่ใช่รูปแบบร้านขายรถต้องใช้เวลาตั้ง 6 ปี มีการส่งคนไปฝึกกับเขา รวมถึงการฝึกคอบร้าโกลด์และการฝึกเรื่องเรือดำน้ำด้วย อย่างไรก็ตามการเสริมสร้างศักยภาพกองทัพไม่ได้หมายความว่าจะไว้รบอย่างเดียว แต่เราต้องสร้างศักยภาพเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมทั้งทางบกทางทะเลต้องทำให้ทหารเป็นมืออาชีพมีมาตรฐาน

นายกฯ กล่าวว่า นอกจากนั้นยังมีแผนลดกำลังพลรวมถึงนายพล พร้อมดูแลในเรื่องเบี้ยเลี้ยงและบ้านพักทหาร การพัฒนาคุณภาพชีวิตของทหารชั้นผู้น้อย ซึ่งผู้บังคับบัญชาที่เอาลูกน้องไปเลี้ยงไก่เลี้ยงหมูเลี้ยงหมา ผู้บังคับบัญชาโดนจับขังหมดแล้ว ทั้งนี้จะมีการบรรจุข้าราชการพลเรือนเข้ามาแทนที่ด้วย อย่างไรก็ตามการลดจำนวนนายพลมีแผนให้ลดลงเหลือร้อยละ 50 และปัจจุบันมีการปรับลดจำนวนรถถังจากกองพันละ 51 คัน เหลือ 44 คัน แต่ยังคงความสามารถเท่าเดิมโดยทดแทนด้วยเทคโนโลยี ส่วนการเกณฑ์ทหารกระทรวงกลาโหมมีความต้องการกำลังพล 5 แสนคน แต่มีผู้สมัครใจสมัครเข้าเกณฑ์ทหาร 40%  เมื่อเข้ามาแล้วเราก็ต้องดูแลเขา หลายคนติดยาก็แก้จนหายมีการฝึก 10 สัปดาห์ แต่ไม่ได้หมายความว่าไปรบได้ เพราะเรื่องจิตใจยังไม่ได้ ต้องใช้เวลา 2 ปีในการกล่อมเกลาจิตใจถึงจะส่งไปพื้นที่ภาคใต้ได้ ซึ่งในตอนกลางวันยังพอมีเพื่อนเดินตรวจกัน 4-5 คน แต่พอตกกลางคืนมันเหงาเปล่าเปลี่ยว หากใครเคยอยู่ชายแดนจะรู้ว่า มันโดดเดี่ยวโดยเฉพาะเวลากลางคืนอันตรายเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จึงขอให้เข้าใจด้วย ส่วนเรื่องที่ทหารทำความผิดเหมือนเหตุที่เพิ่งเกิดขึ้นมาไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น จึงต้องมีวิธีการต่อไป ซึ่งการลงโทษเรามีวินัยทหารอยู่แล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของงบประมาณกระทรวงกลาโหมเป็นเช่นเดียวกับหลายกระทรวง ซึ่งการที่ได้เพิ่มขึ้นอยู่กับงบประมาณของประเทศหรืออัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่วนที่สูงขึ้นก็เป็นไปตามสัดส่วน แต่มีความพยายามในการปรับลด ซึ่งค่าใช้จ่ายในการดูแลส่วนใหญ่ ไม่ใช่เรื่องการรักษาอธิปไตย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเวลานึกอะไรไม่ออกก็บอกทหารเพราะเขากินนอนอยู่ในค่าย เราใช้ค่ายทหารในการดูแลอุทกภัย แม้กระทั้งโควิท-19 ก็ไม่มีใครรับ กองทัพเรือก็รับไป เราพยายามทำให้ทหารมีคุณค่ามาโดยตลอดด้วยงบประมาณทั้งหมดที่มี วันนี้พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐปี 2561 กำหนดเงินนอกงบประมาณ 190,000 ล้านบาทเป็นเงินทุจริตคงไม่ใช่มีกฎหมายควบคุม ส่วนใหญ่เงินเหล่านี้จะเป็นเงินที่ได้จากสถานประกอบการและโรงพยาบาล และสถานศึกษา ในส่วนของ ทบ. ทอ. ทร. ก็ได้เงินส่วนนี้มาจากสถานพยาบาล เงินทั้งหมดเป็นเงินฝากคลังและนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของโรงพยาบาลด้วย เรื่องการจัดหายาและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ โรงพยาบาลทุกแห่งจะมีรายรับมากกว่ารายจ่าย แต่บางแห่งมีรายรับมากกว่ารายจ่ายขาดสภาพคล่องก็นำงบมาถัวเฉลี่ยกันในการบริหารจัดการ ยืนยันว่าทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมายทุกประการณ์ ในส่วนของรายรับของสถานศึกษา เงินรายรับจะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนเป็นค่าตอบแทนตำราเรียนและค่าใช้จ่ายบุคลากรที่ต้องดูแลงบประมาณกันเอง 

“เรื่องอะไรที่เป็นเรื่องไม่ดี เรื่องผิดผมน้อมรับไว้ทุกประการเพื่อจะดำเนินการแก้ไขให้ทุกต้องในทุกประเด็น ส่วนเรื่องอื่นคงชี้แจงไปหมดแล้วแต่ตนกังวลในเรื่องของการเกณฑ์ทหาร ทหารทุจริตผมว่าก็มีในทุกหน่วยงานฉะนั้นเราก็ต้องขจัดคนไม่ดีออกไป ลงโทษ ”นายกฯ กล่าว.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    85%
  • ไม่เห็นด้วย
    15%