อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 เมษายน 2563

"บิ๊กตู่"สบายใจหลังสภาโหวตไว้วางใจ ลั่นยังไม่ปรับครม.

"บิ๊กตู่"สบายใจหลังสภาโหวตไว้วางใจ  ยันไม่ต้องการเป็นคู่ขัดแย้งกับใคร ลั่นยังไม่ปรับครม. ย้ำให้ความสำคัญคนทุกวัยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ด้าน“บิ๊กป้อม”เมินอนค.ใช้ข้อมูลอภิปรายนอกสภาฯ  “วิรัช”ลั่นรัฐบาลยืนด้วยขาตัวเอง ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 12.26 น.



เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษาณ์ภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรโหวตลงมติไว้วางใจด้วยคะแนน 272 ว่า ทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งหมดเป็นเรื่องของสภาฯ และการประชุมเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ได้ทำตามข้อบังคับ เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายและรัฐธรรมนูญทุกประการ ตนต้องขอขอบคุณทุกคนและประชาชนและประชาชนที่ให้กำลังใจกับรัฐบาล

"ผมจะทำทุกอย่างให้กับทุกคน วันนี้ก็ได้สบายใจไปอีกอย่างหนึ่งเพราะได้ผ่านพ้นตรงนี้ จะได้ไปทำงานด้านอื่นๆ ซึ่งมีอีกหลายงานที่รออยู่ และนี่คือความจำเป็นของรัฐบาลที่ต้องทำงานที่ต้องทำงานและเตรียมการในด้านงบประมาณ ซึ่งได้มีการประกาศใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าทุกโครงการที่รัฐบาลทำไป จะลงไปสู่กลุ่มต่างๆให้ครบทุกกลุ่มทั้งประชาชนผู้มีรายได้น้อย กลุ่มผู้ใช้แรงงาน รวมทั้งมนุษย์เงินเดือนต่างๆ แต่ก็ขึ้นกับว่าเราจะมีงบประมาณมากน้อยเพียงใด เพราะมีงบประมาณทั้งที่ลงไปถึงมือประชาชนโดยตรง ซึ่งต้องมาพิจารณาร่วมกันอีกหลายกระทรวง"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญวันนี้เราต้องให้ความสำคัญกับปัญหาภัยแล้ง เรื่องเศรษฐกิจภาพรวม  ซึ่งรัฐบาลต้องทำงานให้เป็นไปตามกฎหมาย จึงต้องขอโทษ ที่หลายอย่างอาจมีความล่าช้าไปบ้าง แต่ตนพยายามเร่งรัด และทุกหน่วยงานก็รับปากจะทำให้เร็วที่สุด สิ่งที่รออยู่ข้างหน้าไม่ใช่เรื่องความขัดแย้ง แต่เราต้องให้ความสำคัญกับประเทศที่ต้องเผชิญกับหลายสิ่งหลายอย่างในขณะนี้ 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้เรื่องที่พูดกันในสภาที่ระบุว่าตนได้ไปรับปากกับประเทศต่างๆ นั้น ไม่จริงเป็นเพียงการไปรับข้อมูลต่างๆ และต้องนำมาพิจารณาภายในประเทศซึ่งมีหลายขั้นตอนในทุกๆเรื่อง สิ่งสำคัญที่สุดคือการค้าการลงทุน เพราะโลกไร้พรมแดนแล้ว ยอมรับว่ามีปัญหาบ้างในเรื่องของสินค้าประเทศมีการจำกัด ของเราก็มีการห้ามบางอย่าง

ยืนยันว่ารัฐบาลคิดในทุกแง่ทุกมุม พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกคนโดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย เราต้องพิจารณาตัวเองว่าอะไรยังบกพร่องอยู่หรือยังมีปัญหา ทั้งในเรื่องการสร้างความเข้าใจ มาตรการและการปฏิบัติต้องทำให้ทุกคนยอมรับได้ แต่แน่นอนว่าไม่มีใครเห็นด้วย 100 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนรุ่นใหม่ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับคนทุกวัย

นายกฯ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้หลายมาตรการที่รัฐบาลออกมาเพื่อให้มีเงินหมุนเวียนในระบบ อย่างไรก็ตามตนเองในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจก็ไม่ได้สั่งทั้งหมด พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกคนสิ่งสำคัญที่สุดประชาชนต้องได้ประโยชน์สูงสุด รวมทั้งประเทศชาติต้องได้ประโยชน์ไปด้วย ดังนั้นขอร้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลชุดนี้บ้างเราทำงานด้วยความตั้งใจ ซื่อสัตย์สุจริตทุกประการ อะไรที่เป็นปัญหาก็ให้กระบวนการยุติธรรมว่ากันไป ตนไม่ได้กล่าวอ้างหรือคัดค้านอะไรทั้งสิ้น 

"ทุกคนต้องเคารพกระบวนการยุติธรรม ผมก็คงไปบังคับใครไม่ได้ ถ้าทุกคนต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุขต้องเริ่มจากที่ตัวเองก่อนรัฐบาลไม่ต้องการเป็นคู่ขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น เราเผชิญกับความขัดแย้งมานานแล้วเป็นสิบๆ ปี เป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสจากศักยภาพที่มีอยู่ และขอขอบคุณอีกครั้งขอให้ช่วยกันกับผม ขอให้ช่วยกันกับผม ถ้าไม่อยากให้ผมก็ขอให้ช่วยประเทศชาติ ช่วยประชาชนของเรา 

วันนี้งบประมาณก็ลงไปเกือบทุกท้องถิ่นแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย แต่หากวันข้างหน้ายังมีความจำเป็นเพิ่มเติมก็ยังมีงบกลางอยู่ รัฐบาลนี้ทำงานโดยมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนถ้าไม่มียุทธศาสตร์มันทำอะไรไม่ได้ งานจะมาเป็นจ๊อบเรื่องๆ เราต้องวางหลักเกณฑ์ให้ได้ไม่เช่นนั้นจะกลับไปสู่ที่เดิม เพราะความเจริญเราไม่เท่ากัน โอกาสจึงไม่เท่ากัน"นายกฯ กล่าว

ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ภายหลังการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยืนยันว่า "ไม่มีการปรับ" เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้โผครม.เตรียมพร้อมไว้แล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "ยังไม่ถึงเวลา"

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยบางส่วนจะมาร่วมด้วยหากเป็นเช่นนั้นต้องเกลี่ยสัดส่วนครม.ใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า "เอาข่าวมาจากไหน"

ทั้งนี้เมื่อถามว่า หลังจากนี้เสียงของรัฐบาลจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่หลังจากผลโหวตมีคะแนนเพิ่มขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังหารือกันอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเดินทักทายพร้อมถ่ายรูปกับเจ้าหน้า ประจำรัฐสภาเพื่อเป็นที่ระลึก ก่อนจะเดินทางกลับไปยังทำเนียบรัฐบาลทันที โดยนายกฯ ไม่มีวาระงานอย่างเป็นทางการ แต่ใช้เวลาในการตรวจเอกสารและโครงการต่างๆ ภายหลังพ.ร.บ.งบประมาณมีผลบังคับใช้



ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติไว้วางใจมากถึง 277 เสียงนั้นรู้สึกสบายใจหรือไม่ว่า เป็นเรื่องของสภาฯ 

เมื่อถามกรณีที่ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จะนำข้อมูลไปอภิปรายนอกสภาฯ ถึงการดำเนินการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดว่า เดี๋ยวจะลงรายละเอียดในเว็บไซต์ให้อ่าน

เมื่อถามว่าไม่ได้เชื่อมโยงใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี ก็เห็นอยู่แล้วว่าอยู่มาตั้ง 15 ปี เมื่อถามย้ำว่าแต่มีการพาดพิงไปถึงบุคคลใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงว่าข้อมูลในการอภิปรายฯจะถูกนำไปใช้พูดนอกสภาฯ หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เป็นไร



ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ภายหลังที่ประชุมสภาฯ มีมติไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้ง 6 คน ว่าขอบคุณสมาชิกทุกคนที่โหวตไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 6 คน ด้วยคะแนนที่มากกว่าที่เราเตรียมการไว้ ส่วนคะแนนของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่พบว่ามากกว่ารัฐมนตรีคนอื่นนั้น เพิ่มขึ้นมาจากพรรคเพื่อไทย 2 เสียงและพรรคเสรีรวมไทย 3 เสียง

ขณะที่รัฐมนตรีคนอื่นๆ ถือว่าอยู่ในระนาบเดียวกัน ส่วนคนที่คะแนนเกิดอุบัติเหตุก็ต้องขออภัย หลังจากนี้จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ให้คะแนนอยู่ในระนาบเดียวกันให้ได้มากที่สุด การลงมติครั้งนี้ถือเป็นความสวยงานของประชาธิปไตย คะแนนเสมอกันไม่มีอะไรบิดเบี้ยว แต่ก็แปลกใจที่ผู้เสนอไม่ไว้วางใจไม่อยู่ร่วมโหวตด้วยและยืนยันรัฐบาลสามารถยืนด้วยขาตัวเองได้ ทั้งนี้ในเดือนก.พ. ก็มีกฎหมายสำคัญคือพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ซึ่งเราก็โหวตเฉพาะเสียงรัฐบาล แสดงให้เห็นว่าเรายืนด้วยขาตัวเองได้ 

เมื่อถามว่า คะแนนเสียงที่เตรียมการไว้คือเท่าไหร่ นายวิรัช กล่าวว่า 269 เสียง และคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ก็มาเต็มเปรี้ยะ ส่วนคะแนนที่เพิ่มมานั้นไม่ทราบจริงๆ ว่าเพราะอะไร และคะแนนที่เพิ่มเราไม่สามารถควบคุมได้.


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    63%
  • ไม่เห็นด้วย
    38%

บอกต่อ : 16