อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563

'พิธา'จี้รัฐบาลปรับครม. เชื่อนอกสภาฯเป็น'ป่าล้อมเมือง'

“พิธา”แถลงปิดอภิปรายจี้รัฐบาลปรับครม. เชื่อสถานการณ์นอกสภาเป็น “ป่าล้อมเมือง” เคลียร์ใจเพื่อไทยแล้ว จากนี้ขอให้เกียรติกัน เเหลือ ส.ส.55 คนยังเหนียวแน่นไปไหนไปกัน เลือดไหลอีก 1 “สมัคร ป้องวงษ์” ซบชทพ. ศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 15.00 น.


เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจิรญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะแกนนำของกลุ่มอดีตส.ส.พรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยนายคารม พลพรกลาง นายธีรัจชัย พันธุมาศ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมสมาชิก ร่วมกันแถลงการปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

โดยนายพิธา กล่าวว่า พวกเรายังยืนยันในเนื้อหาของการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ในเรื่องความล้มเหลว ความไร้ประสิทธิภาพ ความไม่ชอบธรรม ความไม่เหมาะสม และคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทั้ง 6 คน ทั้งในสภา และนอกสภา ถึงแม้ว่ากระบวนการจะขรุขระไปบ้าง แต่การที่พวกเรายืนยันเข้าร่วมการโหวตในวันนี้ ก็เพื่อทำหน้าที่ ส.ส. ที่ประชาชนเลือกมา ซึ่งพี่น้องประชาชนส่งข้อความมาถึงพวกเราให้ทำหน้าที่ส.ส. ให้เต็มที่ อย่างที่ได้ทำมาตลอดการอภิปราย ยืนยันว่าการทำงานที่ผ่านมาเต็มที่ทุกมิติ และเชื่อว่าประชาชนได้รับประโยชน์ ถึงแม้ว่าจะเป็นเสียงข้างน้อย แต่เราก็ยังสู้ในสภาเต็มที่ ทุกคนทั้งส.ส. และทีมงานที่อยู่เบื้องหลัง

นายพิธา กล่าวต่อว่า ในแง่ของผลลัพธ์ เรายังเชื่อว่าการโหวตของส.ส.รายบุคล ที่โหวตให้รัฐมนตรีแต่ละคนไม่เท่ากัน น่าจะส่งผลไปถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่เร็วก็ช้า แต่เรื่องของนอกสภา ในระยะกลางตนคิดว่ามันเกิดสถานการณ์ป่าล้อมเมืองแล้ว เพราะว่า 2-3 วันที่ผ่านมาเป็นการส่งต่อข้อมูลข้อเท็จจริงความไม่ชอบมาพากล ความล้มเหลว และความไร้ประสิทธิภาพไปให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนคนรุ่นใหม่ที่ตื่นรู้ กับปัญหาของบ้านเมือง ปัญหาของระบบที่มีอยู่ จึงทำให้คนตื่นตัวมากขึ้น

ส่วนการตัดสินใจเข้ามาโหวตในสภา ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติว่าจะไม่ร่วมโหวตนั้น นายพิธา กล่าวว่า ช่วงเวลานั้นเราอยู่ระหว่างการอภิปรายนอกสภา จึงไม่ได้เข้าร่วมประชุม และไม่ทราบมติของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และประชาชนที่เป็นเจ้านายของเราได้บอกให้เราเข้ามาโหวต

นายคารม กล่าวว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมามีข้อสังเกตว่ามีเวลาเหลือ 5 ชั่วโมง ถ้าจัดสรรไม่ไปยึดกับเงื่อนเวลาและเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านได้อภิปราย บรรยากาศจะดีกว่านี้มาก แต่เมื่อรัฐบาลเลือกเดินทางเช่นนี้ เสียงข้างมากยึดกุมสภาไว้ ในลักษณะเช่นนี้ก็ต้องหารือว่าจะมีช่องทางทำอย่างไรได้บ้าง ทั้งนี้พรรคจะติดตามในกรณีที่น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ที่ตอนนี้อยู่ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ได้เปิดเผยในเรื่องการทุจริต 1 MDB ซึ่งส่งผลกระทบกระเทือนรัฐบาล รวมทั้งกรณีที่น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ออกมาเปิดเผยการขอซื้อตัวส.ส. ก็ถูกข่มขู่ และได้ไปแจ้งความดำเนินคดีแล้ว โดยพรรคจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้อยากฝากไปยังรัฐบาลให้ช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วย

นายคารม กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ส.ส.ได้ย้ายไปสังกัดพรรคอื่น เรื่องนี้รัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ให้ย้ายได้ภายใน 60 วัน แต่เมื่อมาถึงทางสองแพร่ง มันเป็นการแสดงจุดยืนทางการเมืองว่าจะไปตรงไหน และต้องขอบคุณ ส.ส.ทั้ง 55 คนที่ยังอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย และเราจะเดินไปข้างหน้าในพรรคการเมืองที่เราจัดสรรขึ้น ส่วนมีผลประโยชน์หรือไม่ตนตอบไม่ได้ เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องติดตาม

นายคารม กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เรื่องต้องคำพิพากษาของศาลรัฐนิวเซาส์เวล ประเทศออสเตรเลีย ตามที่ส.ส.ของพรรคได้อภิปรายไป ในเรื่องของคุณสมบัติมีช่องทางตรวจสอบ คือศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราได้นำเสนอสู่สาธารณะ และเป็นเรื่องที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะพิจารณาดำเนินการอย่างรต่อไป และสังคมต้องท้วงติงว่าสมควรเป็นรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่

เมื่อถามว่า แนวทางของพรรคจะเป็นอย่างไงต่อไป นายพิธากล่าวว่า พวกเรายังเหนียวแน่นกันอยู่ทั้ง 55 คน ยังยึดในแนวทางอุดมการณ์เดิมของพรรคอนาคตใหม่ เมื่อจบเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสัปดาห์นี้ เราก็จะเดินทางร่วมกันไปต่างจังหวัด เพื่อถอดบทเรียนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และสร้างพรรคให้เข้มแข็งมากกว่าเดิม

เมื่อถามถึงความสัมพันธ์กับพรรคร่วมฝ่ายค้าน นายพิธา กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านในภาพใหญ่ก็ต้องทำงานร่วมกันต่อไป ส่วนในเรื่องปลีกย่อยรายละเอียดก็ยังต้องมาถอดบทเรียนซึ่งกันและกัน ส่วนความเคารพก็ยังมีอยู่ ที่สำคัญคือประชาชนจับตาดูอยู่ และเชื่อว่าประชาชนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร พวกเราพยายามที่จะทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นเป็นรายบุคคล ไม่ได้จำกัดที่เวลาอย่างเดียว แต่ต้องยอมรับว่ามีรัฐมนตรี 2 คนที่แทบจะไม่ได้ถูกอภิปรายในสภา ส่วนได้เคลียร์ใจกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น นายพิธา กล่าวว่า ก็มีการพูดคุยกัน และหาทางให้ทำงานร่วมกันได้ในอนาคต

เมื่อถามว่า นพ.สุกิจ อรรถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกมาตำหนิว่า การอภิปรายนอกสภา เป็นการใช้พื้นที่แถลงข่าวที่ผิดระเบียบของสภา นายพิจารณ์ กล่าวว่า สิ่งที่พวกเราทำไม่ได้ทำให้เกิดความวุ่นวาย หรือทำให้รัฐสภาเสียหาย และตนมองว่าเป็นสิ่งที่ดีที่เราได้ใช้พื้นที่นี้เพื่อสื่อสารให้ประชาชนได้เข้าใจเนื้อหาที่พวกเราตั้งใจอภิปราย เพราะเราถูกจำกัดเรื่องเวลา และเสียโอกาสที่จะส่งข้อมูลเหล่านี้ไปถึงประชาชน ตนจึงคิดว่าเป็นสิ่งดีด้วยซ้ำที่ได้ส่งเสริมประชาธิปไตย

ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวถึงกรณีที่ไม่ได้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในสภา ซึ่งพล.อ.ประวิตร ได้รับคะแนนสนับสนุนสูงสุดในรัฐมนตรีทั้ง 6 คน ว่า ในการนำเสนอข้อมูล ตนต้องการชี้ให้เห็นว่าอะไรคือเบื้องลึกเบื้องหลัง ระบบกลไกที่ทำให้พล.อ.ประวิตร อยู่ได้ เพราะสังคมวันนี้ตั้งคำถามว่า พล.อ.ประวิตร อายุมากแล้ว ตัวท่านเองในการแถลงข่าวหลายๆ ครั้งก็พูดได้ว่าไม่ค่อยจะไหว แต่ก็ยังอยู่ต่อได้ และวันนี้ยังได้รับคะแนนสนับสนุนสูงสุด ตนในฐานะคนอภิปรายคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ คิดว่าถ้ามีโอกาสได้อภิปรายในสภา ไม่แน่ว่าเสียงที่พล.อ.ประวิตรอาจจะได้รับน้อยกว่านี้ก็ได้

ส่วนกังวลหรือไม่หากเกิดการฟ้องร้อง เพราะไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนเคยติดคุกมาแล้ว โดนอะไรมาสารพัด จึงเลยจุดของคำว่ากลัวไป และคิดว่าเรากินเงินเดือนประชาชน เดือนละ 1 แสนกว่าบาทเราต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่ เพราะไม่เช่นนั้นเราก็ตอบตัวเองไม่ได้ว่าอะไรคือคุณค่าหรือสิ่งที่ต้องทำ เราพยายามทำให้กลไกของสภามีคุณค่าสูงที่สุด เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น หากจะฟ้องร้องก็เป็นสิทธิของท่าน แต่ก็เป็นสิทธิของตนที่จะนำเสนอความจริง และหากพิสูจน์กันด้วยความจริง ตัวท่านเองอาจจะไม่อยากฟ้องตนก็ได้

สำหรับ นายชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ คีย์แมนคนสำคัญของอดีตพรรคอนาคตใหม่ ได้แจ้งว่าในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ทางพรรคจะเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงขอบคุณ ส.ส.ฝ่ายค้านทั้งหมด

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันจำนวนส.ส.ของอดีตพรรคอนาคตใหม่เหลืออยู่ 65 คน ซึ่งส.ส. 9 คน ได้ประกาศสมัครเข้าพรรคภูมิใจไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนอีก 1 คน คือนายสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร คาดว่ากำลังจะย้ายไปสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา จึงทำให้ยอดสมาชิกส.ส.เหลืออยู่ 55 คน อย่างไรก็ตามวันนี้ส.ส. อดีตพรรคอนาคตใหม่ แต่งกายด้วยชุดสีดำเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งตรงกับการรณรงค์ในโซเชียลมีเดีย ภายใต้ชื่อ “แบล็คฟายเดย์” #เสื้อดำจะยำเผด็จการ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    47%
  • ไม่เห็นด้วย
    53%

บอกต่อ : 13