อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563

คาด7วันผู้ป่วย"โควิด"พุ่งหลักพัน "อนุทิน"รินน้ำตาพร้อมซีลกทม.

คาด 7 วัน ผู้ป่วย "โควิด-19"ถึงหลักพันแน่ แพทย์ขอปชช.อย่าตกใจ ด้าน “อนุทิน” หลั่งน้ำตาโชว์ทีมแพทย์ที่ดีที่สุด สู้โควิด- 19 พร้อมซีลกทม.หลังมีผู้ป่วย 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นโมเดลให้ต่างจังหวัด เสาร์ที่ 21 มีนาคม 2563 เวลา 15.34 น.


เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข แถลงภายหลังเป็นประธานประชุมหารือการบริหารจัดการสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่า การประชุมวันนี้ เป็นการสรุปสถานการณ์ให้ทุกคนได้รับทราบในการใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้นในการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขถือเป็นองค์กรหลักที่จะประสานกับทุกภาคส่วน

โดยเฉพาะในพื้นที่กทม. ที่เป็นแหล่งพบผู้ติดเชื้อโควิดมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นการดูแลรักษาและป้องกันและบริการผู้ป่วยจะเน้นพื้นที่กทม.เป็นพิเศษ หากเราสามารถควบคุมการแพร่เชื้อในพื้นที่กทม. ได้ สถานการณ์ในต่างจังหวัดทั่วประเทศก็จะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

" กทม.ถือเป็นแหล่งผู้ติดไวรัสโควิด-19 จึงจำเป็นต้องปิด กทม. แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปิดเมือง แต่เราจะปิดผู้ป่วยในกทม.ไม่ให้เดินทางไปต่างจังหวัดด้วยการซีลพื้นที่กทม. ให้ได้มากที่สุดและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน ยืนยันว่าทุกคนในประเทศจะต้องรู้จักเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการอยู่ร่วมกัน เพื่อไม่ให้ทุกคนมีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากเชื้อติดอยู่ในตัวของคน " นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุข จะประสานงานเป็นอย่างดีกับคณะแพทย์ อาจารย์แพทย์ คณบดีแพทย์ เพื่อทำหน้าที่ประสานงาน ส่ง เวชภัณฑ์ ยารักษา งานวิจัยตามหลักวิชาการเพื่อต่อสู้กับโควิด-19ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเป็นหนึ่งเดียว 



"นี่คือทีมต่อสู้โควิด-19 ที่ดีที่สุด หรือเดอะ เบส ทีม นี่คือภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนที่บุคลากรชั้นนำทางด้านการแพทย์มารวมตัวกันต่อสู้ไวรัส เพื่อไม่ให้ทำอันตรายต่อประชาชนได้ นี่คือพลังของประชาชนที่ทุกคนได้เสียภาษี เราจะรวมหัวใจเป็นหนึ่งเดียวในการต่อสู้ เพื่อให้ประชาชนปลอดภัย" นายอนุทิน กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ

เมื่อถามถึง กระแสข่าวรัฐบาลประกาศจะใช้พ.ร.ก. ฉุกเฉิน นายอนุทิน กล่าวว่า หวังว่ากฏหมายที่มีอยู่คือ พ.ร.บ.
ควบคุมโรค ถ้าได้รับความร่วมมือจากประชาชน เรายังเอาอยู่ แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ หากคนบางกลุ่มไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ให้ความร่วมมือ ขณะที่พวกเราทำทุกอย่างครอบคลุมหมดแล้ว ขออย่าป่วย หรือเอาตัวเองไปเสี่ยงกับโรค สิ่งที่ดีที่สุดคือการไม่ป่วย  ซึ่งไม่ว่าจะกฎหมายฉบับใด หากประชาชนไม่เคารพและยังฝ่าฝืนกฎหมาย กฎหมายก็เป็นเพียงกระดาษใบหนึ่ง



เมื่อถามว่า หากคนยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรม จะต้องถึงขั้นบังคับหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการดูแลตัวเอง สิ่งที่ควรกลัวที่สุดคือการถูกประนามจากสังคม หากยังมีกลุ่มคน ที่ยังมีพฤติกรรมแบบนี้อยู่ให้ระวังกฎหมาย เรายังมีคนที่รักประเทศชาติไม่ยอมให้คนที่ไม่หวังดีต่อสังคมออกไปเฉิดฉายสร้างความเดือดร้อน

ด้าน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล และอดีตรมว.สาธารณสุข  กล่าวว่า  การประชุมวันนี้เพื่อต้องการให้รู้ว่าแต่ละฝ่ายกำลังทำอะไรอยู่เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยขณะนี้เราพยายามกระชับสถานการณ์

''ยืนยันว่าไม่ได้เดินตามหลังสถานการณ์ แต่เราทำล่วงหน้า โดยต้องหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้ได้ จึงขอให้ประชาชนช่วยกันรับผิดชอบต่อสังคม รับผิดชอบในส่วนของกลุ่มเสี่ยงก็ต้องรับผิดชอบด้วยการไปรายงานตัวเพื่อแจ้งให้ทราบไม่ใช่ปกปิด ควรให้ความร่วมมือกับแพทย์''



นพ.ปิยะสกล กล่าวต่อว่า สำหรับการแบ่งกลุ่มผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหนักนั้นยอมรับว่าไม่มีโรงพยาบาลไหนรับได้ทั้งหมด จึงต้องจัดให้ไปอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น อาคารโรงแรมบางกอกพาเลซ ยกห้องให้จำนวน 350 ห้อง เริ่มวันที่ 23 มี.ค.นี้ สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากโรงพยาบาลไปอยู่โรงแรมดังกล่าวทันที จะทำให้ รพ.ศิริราช รพ.รามาธิบดี และรพ.จุฬาลงกรณ์สามารถรองรับคนที่มีอาการหนักได้

ในขณะที่ตัวเลขของผู้ติดเชื้อยังไม่ลดลงภายใน 3-4 วันนี้ เพราะเป็นช่วงที่มีการระบาดแล้ว ตัวเลขผู้ติดเชื้อต้องขยับขึ้นแน่นอน แต่อยู่กระบวนการที่รัฐบาลกำลังทำอยู่และความร่วมมือประชาชนให้ตัวเลขลงให้ได้ เราไม่ได้ผลักภาระไปให้ประชาชน แต่ประชาชนจะต้องมีวินัยและรับผิดชอบต่อสังคม 

"ยืนยันว่าตัวเลขผู้ติดโควิด-19 จะขยับขึ้นอีกในไม่กี่วันนี้ อย่าตกใจ และภายใน7 วันนี้จะมีโอกาสเห็นผู้ติดเชื้อถึงหลักพัน ส่วนกรณีที่พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.ออกมาตรการสกัดการแพร่เชื้อโควิด-19 ในกทม.นั้น พื้นที่กทม.ถือเป็นโมเดลให้กับต่างจังหวัดที่จะต้องปฏิบัติตาม" นพ.ปิยะสกล กล่าว.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    71%
  • ไม่เห็นด้วย
    29%