อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563

รุมถล่ม'ก้าวไกล'ออกแถลง ค้านพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯแก้'โควิด'

ชาวโลกออนไลน์รุมถล่ม ‘พรรคก้าวไกล’ หลังออกแถลงการณ์โควิด-19 แก้ไม่ได้ด้วย พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ พุธที่ 25 มีนาคม 2563 เวลา 10.30 น.


ตามที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แถลงว่าจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตาม พ.ร.ก. การบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในวันที่ 26 มีนาคมนี้ เพื่อแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น พรรคก้าวไกลมีความเห็นดังต่อไปนี้

(1) การใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ เป็นเครื่องมือหนึ่งของรัฐบาลเพื่อรักษาความปลอดภัยของประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ดี พรรคก้าวไกลขอย้ำว่า วิกฤตที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะว่าก่อนหน้านี้กฎหมายปกติอ่อนแอหรือคณะรัฐมนตรีมีอำนาจน้อยเกินไป แต่หัวใจของปัญหาที่นำมาสู่วิกฤตเกิดจากการที่รัฐบาลขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน

ไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ การวางแผนอย่างไม่รอบคอบ ขาดการประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ขาดการเตรียมความพร้อมในการรับมืออย่างเพียงพอ รวมถึงความล้มเหลวในการเปิดเผยข้อเท็จจริงและการสื่อสารกับประชาชน ซึ่งปัญหาเหล่านี้แก้ไม่ได้ด้วย พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ

(2) พรรคก้าวไกลเห็นว่า รัฐบาลต้องใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ อย่างจำกัดและระมัดระวัง เพื่อมุ่งลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยจำกัดการพบปะกันของผู้คน ควบคุมการเดินทาง และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ-สังคมต่อประชาชนที่ต้องกักตัวเองหรือได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19

(3) พรรคก้าวไกลเห็นว่า รัฐบาลต้องไม่ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ เพื่อลิดรอนเสรีภาพของสื่อมวลชน เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน และละเมิดสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน เนื่องจากข้อมูลข่าวสารที่รอบด้านมีความสำคัญในช่วงเวลาวิกฤต เพื่อทำให้ประชาชนเท่าทันกับสถานการณ์ที่เป็นจริงและสามารถที่จะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้

(4) เนื่องจาก พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ให้อำนาจรัฐบาลและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างกว้างขวาง เช่น อำนาจจับกุม ควบคุมตัว ตรวจค้น ตรวจสอบการสื่อสาร และกำหนดโทษร้ายแรง โดยข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำตาม พ.ร.ก. นี้ไม่สามารถตรวจสอบได้โดยศาลปกครอง และพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.ก. นี้ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย

ดังนั้น รัฐบาลต้องไม่ฉวยโอกาสใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ตามอำเภอใจ แต่ต้องใช้อำนาจอย่างได้สัดส่วนต่อการแก้ปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 เท่านั้น และต้องให้อำนาจแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เฉพาะเท่าที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจโดยสุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ และสมควรแก่เหตุหรือไม่

สุดท้าย พรรคก้าวไกลขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขัน ผู้ป่วยกับครอบครัว และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ พวกเราขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสวงหาทางออกจากวิกฤตไวรัสโควิด-19 ให้ดีที่สุด เราจะฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ทั้งนี้ภายหลังจากที่ข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีชาวโลกออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อาทิ การเล่นการเมืองอย่างขาดมารยาทและกาลเทศะนะครับ ,แทนที่จะร่วมมือใจกัน ตั้งแต่มีโรคระบาดยังไม่เคยเห็นประเทศไหน ที่พรรคการเมืองเค้าจะเอาเรื่องแบบนี้มาโจมตีกันในช่วงเวลาที่ทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกัน เท่าพรรคนี้เลย ,นาทีนี้หยุดเรื่องการเมืองไว้ก่อนดีกว่า ข้าศึกโจมตีต้องร่วมมือกันต่อสู้ดีกว่า เมื่อเสร็จศึกโควิดค่อยมารบกันเอง เหมือนประธานเหมาที่ร่วมมือกับเจียงไคเช็คต่อต้านทหารญี่ปุ่น เมื่อสงครามกับญี่ปุ่นเสร็จจึงค่อยมาทำสงครามกลางเมืองกันต่อก็ไม่มีใครว่า ฯลฯ








ขอบคุณภาพและข้อความจากเพจ พรรคก้าวไกล - Move Forward Party
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    84%
  • ไม่เห็นด้วย
    16%

บอกต่อ : 89