อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563

นายกฯนั่งหัวโต๊ะประชุมศอฉ.โควิด-19 กำชับลดการแพร่ระบาด

นายกฯ นั่งประชุม ศอฉ.โควิด-19 ครั้งแรกที่ทำเนียบฯ กำชับผู้ทำงานเดินหน้าลดการแพร่ระบาดหลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้  พฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2563 เวลา 10.16 น.


เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน โควิด-19 โดยมีรัฐมนตรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมครั้งแรก ภายหลังประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวก่อนการประชุม ว่า  ขณะนี้การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อยู่ในสถานการณ์ระดับที่รัฐบาลต้องใช้ การประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมอำนาจการบริหาร ออกข้อกำหนดกฎเกณฑ์เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาด ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อสังคมและประชาชน ในช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะสามารถ แก้ไขปัญหาลดการแพร่ระบาดได้ จึงจำเป็นจะต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด

พร้อมกันนี้ได้มอบแนวทางการปฏิบัติ เพื่อขับเคลื่อนการทำงาน โดยสั่งการให้ผู้รับผิดชอบตามภาระหน้าที่จัดทำแผนดำเนินงานให้เรียบร้อย พร้อมเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนของสังคม ซึ่งรวมถึงนักวิชาการและภาคประชาชนด้วย ขณะที่เจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติหน้าที่ ประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน จะต้องเหน็ดเหนื่อยเพิ่มขึ้น 

นายกฯ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามขอให้ช่วยกันสร้างความเชื่อมั่นทางการแพทย์ของไทย เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อลดข่าวปลอม ทั้งให้กระทรวงพาณิชย์ เข้าไปดูแลและแก้ไขปัญหา เรื่องอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะเรื่องการนำเข้าจากต่างประเทศ

ทั้งนี้ ตามโครงสร้าง ศอฉ.โควิด-19 นายกฯ เป็นผู้อำนวยการ ศอฉ. โดยมีรองนายกฯและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ นายประทีป กีรติเรขา เป็นเลขานุการศูนย์ ศอฉ. ซึ่งวันนี้ต้องจับว่าที่ประชุม จะแต่งตั้งใครเป็นโฆษก ศอฉ. เพราะมีความสำคัญในการชี้แจงข้อมูลข่าวสาร ให้กับประชาชน รวมถึงการตอบโต้ข้อมูลเท็จ เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกกับข้อบังคับต่างๆที่ทยอยออก ในแต่ละวัน

สำหรับการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน โควิด-19  มีรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) รวมถึงปลัดกระทรวงและผบ.ทสส. ที่เป็นผู้รับผิดชอบงานในแต่ละด้าน รวมถึงหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ทั้งนี้ ในส่วนของ พล.อ.ประวิตร ซึ่งมีอายุเกิน 70 ปี และรัฐมนตรีคนอื่นที่อายุเกิน 70ปี และเข้าร่วมการประชุมในวันนี้นั้น ไม่ถือว่าขัดข้อกำหนดที่ออกมา เพราะเป็นเพียงข้อแนะนำให้คนอายุเกิน 70 ปี อยู่ที่บ้าน อย่าออกจากบ้านและมีข้อยกเว้น โดยรวมถึงการเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามข้อกำหนด ประกาศหรือคำสั่งต่างของทางราชการ หรือมีเหตุจำเป็น ซึ่งกรณีที่ พล.อ.ประวิตร ยกเลิกวาระการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ก็ไม่เกี่ยวกับข้อกำหนดดังกล่าว แต่ติดภารกิจมาร่วมประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล.


 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 13