อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563

'อนุทิน'ไม่พอใจ!บุคลากรแพทย์ ติดโควิด-19เพราะไม่ระวังตัวเอง

อนุทิน แจง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จัดการคนส่วนน้อย ไม่ทำตามมาตรการคุมโควิด เชื่อหากทุกคนทำเคร่งครัด สถานการณ์ดีขึ้น ชี้ไม่พอใจบุคลกรแพทย์ติดโควิด-19เพราะไม่ระวังตัวเอง ขอให้ตื่นตัวเข้มการดูแลผู้ป่วย พฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2563 เวลา 15.58 น.


เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการโครงการ "CLEAN Together : คนไทยรวมพลังป้องกันโรค" ให้ความรู้แก่ผู้ให้บริการส่งอาหารเดลิเวอร์รี่เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ไม่แพร่เชื้อไว้รัสฯ ผ่านทางการส่งอาหาร โดยนายอนุทินกล่าวตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขให้มีมาตรการป้องกันทำความเข้าใจให้ความรู้กับประชาชน แต่ยังมีคนไม่ปฏิบัติตาม ล่าสุดที่มีการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็เพื่อต้องการให้ประชาชนอยู่นิ่งกับที่ ไม่รวมกันเป็นกลุ่มก้อน ไม่ออกไปสันทนาการตามที่ต่างๆ ถ้าทำตามนี้อย่างเคร่งครัด ตามหลักทฤษฎี 14 วันก็น่าน่าจะดีขึ้น  แต่ถ้าทำไม่ได้ก็จะทอดเวลาไปเรื่อยๆ
 
“ผมเชื่อว่าประชาชนอยากกลับเข้าสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด กฎหมายเป็นกฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นมาสำหรับคนที่ไม่ให้ความร่วมมือคนที่ไม่หวังดีไม่ต้องการให้พวกเราทุกคนอยู่อย่างสุขสบาย ซึ่งเป็นคนส่วนน้อย ทั้งนั้นใครก่อความเดือดร้อนขอให้ประชาชนแจ้งมาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าพนักงานสาธารณสุขเพื่อเข้าไปดูแลช่วยกันประเทศไทยจะปลอดภัย ประชาชนทุกคนก็จะปลอดภัยนี่คือนัยยะของการออก พ.ร.ก. ฉุกเฉินมาบริหารประเทศในช่วงเวลาเกิดวิกฤตการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา” นายอนุทินกล่าว
 
เมื่อถามว่ากระทรวงมีมาตรการลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์อย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า "เท่าที่ทราบการติดเชื้อของแพทย์จากการปฏิบัติหน้าที่รักษาโควิด-19 ยังไม่มี นี่คือสิ่งที่ต้องไปหวดกัน พวกเราไม่พอใจสำหรับบุคลากรที่ไม่เฝ้าระวังตัวเอง ซึ่งเราควรเป็นบุคคลตัวอย่าง ขอให้บรรดาแพทย์ เจ้าหน้าที่ทุกคนรักษาตัวให้เป็นอย่างดี เราต้องเป็นตัวอย่าง เป็นกำลังใจ ทำตัวเองให้ปลอดภัยเพื่อการดูแลรักษาคนป่วยอย่างสุดความสามารถ คนที่ป่วยได้สั่งให้เขาแยกตัวเองไว้แล้ว หวังว่าภายใน5-7 วันจะหาย กลับมาทำงานอย่างเป็นปกติ ซึ่งมีการสอบสวนโรคแล้ว ทั้งนี้มัวแต่ระวังของนอกบ้าน ไม่ระวังของในบ้าน ต้องขออภัยด้วยและจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก"
 
 
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    4%
  • ไม่เห็นด้วย
    96%