อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563

พท.แนะตั้งกองทุนเครื่องมือแพทย์ ช่วยรพ.ขาดแคลนจริง

“ศูนย์โควิด-19 เพื่อไทย” จัดเสวนา“ช่วยคิด ทางออก วิกฤติอุปกรณ์ยืดชีวิต สู้โควิด-19” แนะรัฐตั้งกองทุนเครื่องมือแพทย์แห่งชาติ ระดมเงินไว้ที่กองทุนที่เดียว ไม่ใช่แต่ละรพ.ชิงพื้นที่เรียกคนมาบริจาค หวั่นรพ.ไม่มีชื่อเสียง เกิดอุปสรรค พฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2563 เวลา 16.08 น.


เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่พรรคเพื่อไทย ศูนย์ร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 พรรคเพื่อไทย จัดเสวนาชวนคุยออนไลน์ในหัวข้อ “ ช่วยคิด ทางออก วิกฤติอุปกรณ์ยืดชีวิต สู้โควิด-19”  โดยมีนพ.ทศพร เสรีรักษ์ ประธานศูนย์ร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 พรรคเพื่อไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ และมีเภสัชกร ปรีชา พันธุ์ติเวช นายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ไทย เป็นวิทยากร ทั้งนี้ นพ.ทศพรกล่าวช่วงหนึ่งว่า วันนี้ยอดผู้ติดเชื้อทั้งประเทศอยู่ที่ 1,045 ราย ซึ่งตัวเลขที่มากกว่า 1 พันคนนั้นถือเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายของคนไทย วันนี้เราจะต้องดึงเส้นกราฟที่กำลังชันขึ้น สูงขึ้น ให้ลงมาให้ได้ ซึ่งจะทำได้หรือไม่นั้นอยู่ที่คนไทยทุกคน วันนี้แม้เราจะเป็นฝ่ายค้าน แต่สถานการณ์แบบนี้เราจะร่วมมือกับรัฐบาลเพื่อดูแลพี่น้องทุกคน เราจะก้าวข้ามวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน

ด้านเภสัชกร ปรีชา กล่าวช่วงหนึ่งว่า บุคลากรทางการแพทย์ที่เข้าไปดูแลผู้ป่วยจะต้องสวมหน้ากาก แต่ขณะนี้บางโรงพยาบาลขาด บางโรงพยาบาลมีสำรองมากเกินเหตุ บุคลากรทางการแพทย์จึงเกิดปัญหาการขาดอุปกรณ์ป้องกันซึ่งถือเป็นอุปสรรคอย่างมาก ดังนั้น อยากให้มีการเปิดโอกาสให้มีการนำเข้าเครื่องมือทางการแพทย์ให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น  นอกจากนี้ แต่ละโรงพยาบาลก็ต้องการเครื่องมือทางการแพทย์ที่ไม่เหมือนกัน โดยเครื่องช่วยหายใจนั้นมีโรงงานผลิตอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่ขณะนี้สหรัฐอเมริกาเองก็ต้องการมากถึง 9 แสนกว่าเครื่อง ดังนั้น อาจจะทำให้ไม่สามารถส่งออกได้ ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ในยุโรปก็อยู่ที่เยอรมัน 2-3 บริษัท แต่ทางยุโรปเองเครื่องช่วยหายใจก็ยังขาด ดังนั้น แม้วันนี้เราจะกำเงินมาซื้อ แต่ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ขณะที่ประเทศจีนเองแม้สถานการณ์ของเขาจะเริ่มดีขึ้น แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของการผลิตอยู่

เภสัชกร ปรีชา กล่าวอีกว่า อยากเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการเครื่องมือทางการแพทย์แห่งชาติในช่วงวิกฤติขึ้น เพราะการที่ต่างคนต่างทำนั้นไม่ใช่ทางออก วันนี้เราจะเห็นว่าทุกโรงพยาบาลชิงพื้นที่การให้ประชาชนบริจาคเงิน ซึ่งวิธีการนี้ตนไม่เห็นด้วย แต่เราต้องการให้รัฐบาลจัดตั้งกองทุนเครื่องมือแพทย์แห่งชาติขึ้น แล้วระดมเงินมาที่กองทุนนี้ที่เดียว ไม่ใช่ว่าใครมือยาวสาวได้สาวไป ไม่เช่นนั้นบางโรงพยาบาลที่อาจจะมีความจำเป็นต้องใช้มากกว่า แต่ว่ามีชื่อเสียงน้อยกว่า ก็อาจจะไม่ได้เครื่องมือตรงนี้ไป 

ขณะที่ซัพพลายเออร์ของประเทศไทยก็ไม่มีอำนาจไปต่อรอง อีกทั้งปัจจุบันยังต้องมัดจำอย่างน้อย 50% อีกด้วย ซึ่งตรงนี้จะต้องทำให้เป็นระบบ โดยเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันระหว่างภาครัฐกับเอกชน และขอเสนอให้รัฐบาลเร่งนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเพื่อสกรีนคน ซึ่งจะตรวจผลได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการตรวจหาเชื้อนั้น ก็ไม่ควรจะตั้งราคาให้เกิน 3,000 บาท เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการตรวจได้ ไม่ใช่บอกว่าหากตรวจเจอแล้วรัฐบาลจะจ่ายให้ แต่ถ้าตรวจไม่เจอต้องจ่ายเอง ถ้าเป็นแบบนั้นใครจะกล้ามาตรวจ.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%