อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563

กมธ.ป.ป.ช.เผยปมกักตุนหน้ากากโยงขรก.-ขายในตลาดมืด

“อัจฉริยะ”แจงข้อมูลกมธ.ป.ป.ช.ปมกักตุนหน้ากากอนามัย เชื่อ 11 โรงงานมีกำลังการผลิตมากกว่า 1.2ล้านชิ้นต่อวัน นำส่วนต่างขายในตลาดมืด “คารม”ระบุมีเส้นทางการเงินหน้ากากโยงใยโยงขรก.บางคน พฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2563 เวลา 17.14 น.


เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะอนุกรรมธิการชุดที่สอง คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลประชุมอนุกมธ.ว่า ที่ประชุมได้เชิญนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกักตุนหน้ากากอนามัย โดยอนุกมธ.ได้ตั้งประเด็นเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยที่หายไปจากท้องตลาด และถูกส่งไปขายต่างประเทศ พบว่า มีจุดเปลี่ยนที่สำคัญคือ คำสั่งของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคากลางสินค้าและผลิตภัณฑ์ วันที่ 4 ก.พ. 2563 ที่ขอให้การส่งออกหน้ากากอนามัยมาอยู่ในความดูแลของกระทรวงพาณิชย์ จากเดิมที่เป็นหน้าที่ขององค์การเภสัชกรรม

ขณะเดียวกันอนุกมธ.ยังมีข้อสงสัยโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย 11 แห่งที่ระบุว่า มีกำลังการผลิต 1.2ล้านชิ้นต่อวันนั้น น่าจะมีการผลิตหน้ากากอนามัยได้มากกว่านั้น โดยเห็นจากตัวเลขการใช้ไฟฟ้าของโรงงานแต่ละแห่งมียอดใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นมาก ดังนั้นกำลังการผลิตต้องสูงขึ้น ซี่งส่วนต่างของหน้ากากที่เกิน 1.2ล้านชิ้น ไปอยู่ไหน เข้าไปสู่ในตลาดมืดหรือไม่ นอกจากนี้ฝากไปถึงนายกฯ และรมว.พาณิชย์ให้ช่วยชี้แจงการกระจายหน้ากากอนามัยที่ระบุว่า มีการส่งให้โรงพยาบาล 7แสนชิ้นต่อวัน และส่งให้ร้านค้า 5แสนชิ้นต่อวัน มีรายละเอียดส่งไปที่ไหนบ้าง ทำไมราคายังแพงอยู่



นายธีรัจชัยกล่าวว่า จากข้อมูลยังพบว่า ในวันที่ 9 มี.ค.2563 คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคากลางสินค้าและผลิตภัณฑ์ กระทรวงพาณิชย์ อนุมัติให้ 7 บริษัท ส่งออกหน้ากากอนามัยถึง 12 ล้านชิ้น จากยอดทั้งหมดที่ขอมา 53ล้านชิ้น จาก 242 บริษัท ซึ่งเป็นเฉพาะวันที่ 9 มี.ค.วันเดียว จึงอยากทราบว่า วันอื่นๆมีการอนุมัติการส่งออกหน้ากากอนามัยเท่าไรบ้าง

นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะที่ปรึกษากมธ. กล่าวว่า นายอัจฉริยะได้แจ้งต่ออนุกมธ.ว่า มีข้อมูลจากปปง.ถึงเส้นทางการเงินเรื่องหน้ากากอนามัยในกลุ่มข้าราชการบางคน ซึ่งนายกฯได้รับทราบข้อมูลเรื่องนี้จนมีการใช้คำสั่งกับข้าราชการบางคนไปแล้ว เรามีข้อมูลส่วนนี้ที่ตรวจสอบได้ และจะตรวจสอบเชิงลึกต่อไป

ด้านนายอัจฉริยะ  กล่าวว่า ได้ให้ข้อมูลกมธ.ว่า มีบริษัทผลิตหน้ากากอนามัยมากกว่า 200 บริษัท หากทุกบริษัทร่วมกันผลิตจะมี หน้ากากอนามัยมากกว่า 200-300 ล้านชิ้นต่อเดือน ทั้ง200 บริษัทมีทั้งนำเข้า ส่งออก และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย จึงไม่ทราบว่าของขาดตลาดได้อย่างไร และไม่ทราบว่า เหตุใดจึงต้องล็อคการผลิตอยู่แแค่ 11 บริษัทเท่านั้น และ 2 ใน 11 บริษัทมีการนำหน้ากากอนามัยไปขายในตลาดมืดจำนวนมาก และยังทราบว่า บางบริษัทแจ้งว่า มีกำลังการผลิต 2 แสนชิ้น แต่ความจริงมีกำลังการผลิตวันละ 5 แสนชิ้น และนำส่วนต่างวันละ 3 แสนชิ้นไปขายในตลาดออนไลน์ และส่งออกต่างประเทศ อยากทราบว่ากรมการค้าภายในควบคุมสินค้าอย่างไร จึงไม่มีของขายในตลาด หากนำทั้ง 200 บริษัทมาร่วมกันผลิตสินค้าจะขาดตลาดได้อย่างไร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ กมธ. จะเอาจริงหรือไม่ ส่วนตัวกลัวเป็นมวยล้มต้มคนดู จึงไม่อยากให้ข้อมูลมาก ทั้งที่ตนมีข้อมูลเชิงลึกจำนวนมาก.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    93%
  • ไม่เห็นด้วย
    7%