อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563

พท.จี้รัฐเคลียร์โควิดก่อน30เม.ย. เร่งดำเนินการ4ข้อ

เพื่อไทย”ออกแถลงการณ์ จี้รัฐจัดการโควิด-19ให้จบก่อน30เม.ย. แนะเร่งดำเนินการ 4 ข้อ ปูพรมหากลุ่มเสี่ยง-ฟันกักตุนหน้ากาก-ใช้งบกลาง5แสนล้าน-ช่วยรากหญ้า พฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2563 เวลา 17.36 น.


เมื่อวันที่ 26 มี.ค. พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ใจความสรุปว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ซึ่งถือเป็นกฎหมายที่มีการควบคุมประชาชนในระดับสูง โดยกำหนดให้มีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 30 เม.ย. หรืออีกประมาณ 1 เดือนกว่านั้น พรรคเพื่อไทยเห็นว่า เมื่อรัฐบาลตัดสินใจใช้ยาแรงแล้ว ปัญหาต้องจบเร็วที่สุด ไม่ควรเกินระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนดไว้ พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้นายกฯ ให้ความสำคัญและแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ดังนี้ 1.ขอให้รัฐบาลปูพรมในการค้นหาผู้ติดเชื้อที่ยังไม่แสดงอาการ นำผู้ติดเชื้อทั้งหมดมารักษา พร้อมทั้งควบคุมไม่ให้สามารถแพร่เชื้อต่อ

2.นายกฯ ควรเรียกความเชื่อมั่นคืนมาด้วยการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย และลักลอบส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขบวนการหาประโยชน์รายใหญ่ที่มีอิทธิพล และจัดสรรให้ประชาชนมีอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ใช้อย่างพอเพียงและเป็นธรรม

3.รัฐบาลควรดำเนินการเร่งใช้งบกลางที่มีอยู่กว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งอำนาจการใช้งบกลางนี้อยู่ที่นายกฯ เพียงคนเดียว ในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19อย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งปรับงบประมาณแผ่นดินปี 2563 โดยเกลี่ยงบประมาณมาใช้แก้วิกฤติที่เกิดขึ้นก่อน ด้วยการยกเลิกการจัดซื้อจัดหาสิ่งของที่ยังไม่จำเป็น เช่น การจัดซื้ออาวุธ การอบรมสัมมนาดูงาน การสร้างอาคารใหม่  การซื้อหรือเช่ารถประจำตำแหน่ง เป็นต้น หากแต่ละกระทรวงยอมเสียสละ โดยยอมเลื่อนการใช้งบประมาณออกไปปีหน้า เราจะได้งบประมาณกลับมาถึง 7-8 หมื่นล้านบาท รัฐบาลจะสามารถนำเงินก้อนนี้มาใช้ในการต่อสู้กับวิกฤติโดยที่ไม่ต้องสร้างหนี้เพิ่มขึ้นอีก

และ4.ควรต้องใส่ใจในการวางมาตรการเพื่อช่วยเหลือดูแลคนยากจน ผู้มีรายได้น้อย หรือลูกจ้างรายวัน คนหาเช้ากินค่ำที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการ และวิกฤติการณ์ต่างๆ ในครั้งนี้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนต่างๆ ด้วยความเข้าใจ และเห็นอกเห็นใจยิ่ง ตามวิสัยที่รัฐควรดูแลต่อประชากรในสังคมของตน 

การจัดสรรงบประมาณให้โรงพยาบาลเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือให้เพียงพอต่อการป้องกันตัวเองของแพทย์ พยาบาล และเครื่องมือเวชภัณฑ์ในการรักษาผู้ป่วย จะทำให้บุคลากรทางการแพทย์มีขวัญและกำลังใจในการต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพต่อไป โดยมาตรการทั้งหมดสามารถใช้งบกลางที่มีอยู่กว่า 5 แสนล้านบาทมาใช้ในการบริหารจัดการในทั้ง 4 มาตรการอย่างเร่งด่วนได้ทันที.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    41%
  • ไม่เห็นด้วย
    59%