อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2564

"พท."แนะ"รัฐ"ใช้เงินในกระเป๋าก่อนคิดกู้2แสนล้าน

"อนุดิษฐ์"เลขาธิการ พท. แนะรัฐบาลใช้เงินในกระเป๋าตัวเองก่อน ถ้าไม่พอค่อยคิดกู้ หวั่นรัฐอัดฉีด แต่ฟันเฟืองธุรกิจไม่หมุน ทำระบบ ศก.พินาศ   อาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2563 เวลา 12.09 น.

เมื่อวันที่ 29 มี.ค.น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ห้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมกำหนดแนวทางการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินกว่า 2 แสนล้านบาท เพื่อนำมาใช้ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจว่า หากรัฐบาลมีงบประมาณไม่เพียงพอและมีความจำเป็นต้องกู้ย่อมสามารถกระทำได้ แต่อยากให้พิจารณาข้อเสนอที่พรรคเพื่อไทยได้แถลงไปก่อนหน้านี้ว่า ควรใช้เงินในกระเป๋าตัวเองก่อนจะดีกว่าหรือไม่ วันนี้รัฐบาลมีงบกลางที่กันไว้ใช้ยามฉุกเฉินเหลืออยู่พอสมควร หากบวกกับโครงการในงบประมาณปี 63 หลายรายการที่ชะลอได้ จะมีตัวเลขกลมๆ เกือบ 2 แสนล้านบาท ขณะนี้ทั่วโลกประสบปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19เหมือนกัน ดังนั้นการชะลอโครงการที่ไม่จำเป็นย่อมทำได้ไม่ยาก เช่น โครงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ โครงการฝึก ศึกษา และดูงานต่างประเทศ โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ โครงการเช่าซื้อรถประจำตำแหน่ง เป็นต้น หากโยกงบเหล่านี้มาใช้ก่อนจะทำให้ภาระการกู้ลดลงเหลือเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะการที่รัฐบาลตั้งใจนำเงินกู้มาแก้ปัญหาทั้งหมดโดยไม่ใช้เงินในกระเป๋าตัวเองนั้น ตนคิดว่าอาจไม่ใช่วิธีการที่ฉลาดและดีที่สุด

เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า ตนสนับสนุนมาตรการชดเชยรายได้ของรัฐบาล และอยากให้เร่งดำเนินการแจกให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด แต่การแจกเงินเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอกับการแก้ไขปัญหา เพราะเงินที่อัดฉีดให้ประชาชนเปรียบเสมือนน้ำมันหล่อลื่น หากฟันเฟืองธุรกิจต่างๆ ยังไม่หมุน อัดฉีดไปเท่าไหร่เศรษฐกิจก็ไม่ฟื้น เพราะประชาชนยังทำมาหากินไม่ได้ ดังนั้น รัฐบาลต้องหาวิธีการให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและทำมาหากินได้ตามปกติ โดยเริ่มจากธุรกิจที่สามารถควบคุมได้และไม่กระทบกับการป้องกันการแพร่ระบาด ถ้าปล่อยไปแบบนี้เศรษฐกิจจะพังพินาศย่อยยับไปเรื่อยๆ การปิดเมืองเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ต้องมีมาตรการรองรับ ไม่ใช่ตัดสินใจปิดเมืองแล้วให้ทุกคนอยู่บ้านเพียงอย่างเดียว เมื่อประชาชนเรียนรู้การป้องกันตัวได้แล้ว รัฐบาลควรเร่งผ่อนคลายธุรกิจที่ไม่อันตรายก่อน ก่อนหน้านี้รัฐบาลยอมให้ธุรกิจบางประเภท เช่น ร้านสะดวกซื้อ เปิดบริการได้ ย่อมพิจารณาธุรกิจอื่นๆ ให้เปิดบริการได้เช่นกัน โดยเฉพาะธุรกิจที่ไม่มีการปฏิสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด หรือธุรกิจที่สามารถเว้นระยะเพื่อป้องกันความเสี่ยง หากปล่อยให้สภาพเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ คนส่วนใหญ่อาจอดตายก่อนเป็นโควิดตายก็ได้.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    29%
  • ไม่เห็นด้วย
    71%

ความคิดเห็น