อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563

กรมการแพทย์ปรับแผนดูแลผู้ป่วยโควิด แบ่ง4กลุ่มจำแนกอาการ

“หมอระบาด” ลั่น การให้ข้อมูลขู่ ปชช. กลัวโควิด ทำคนเสี่ยงปกปิดขอข้อมูล ชี้ ต้องสร้างความเข้าในที่ถูกต้องถึงจะผ่านวิกฤติได้ “กรมการแพทย์” ปรับแผนดูแลผู้ป่วยใหม่ แบ่ง 4 กลุ่ม ต้องอยู่สถานพยาบาลก่อน 2- 7 วัน    อังคารที่ 31 มีนาคม 2563 เวลา 15.27 น.


เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข  นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค  แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัส 2019 (โควิด-19) ว่า จากการคาดการณ์ของนักระบาดวิทยาบนฐานข้อมูลที่มีอยู่ พบว่า 1.หากไม่มีมาตรการอะไรเลยจะมีผู้ป่วย 2.4-2.5 หมื่นคน 2. ประชาชนให้ความร่วมมือเว้นระยะห่างทางสังคม 50%  จะมีผู้ป่วยประมาณ 1.7 หมื่นคน 3. ร่วมมือ 80% จะมีผู้ป่วยประมาณ 7 พันคน การที่มีคนออกมาคาดการณ์ตัวเลขว่าภายในเม.ย.จะมีผู้ป่วย 3.5 แสนคน เสียชีวิต 7 พันคนนั้นเป็นตัวเลขที่เกินจริงไปมาก  ทั้งนี้ วันนี้ประเทศไทยยังไม่มีการปิดเมือง แต่ปิดเป็นบางสถานที่ดังนั้นเราต้องการความร่วมมือจากประชาชน ออกจากบ้านให้น้อยที่สุด  อย่างไรก็ตามเราเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดคือมีจำนวนผู้ป่วยจำนวนมากเอาไว้ด้วย
 
“การพยายามขู่ให้คนกลัวโรคภัยไม่ใช่ยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง เพราะเมื่อคนกลัว และกังวลเขาจะไม่ปฏิบัติตัวอย่างมีเหตุผล จะเกิดการรังเกียจ ตีตรา เช่นที่บางบอนไม่ใช่ครั้งแรก แต่การที่ทำให้คนกลัวและกังวลจะยิ่งทำให้คนไข้ปิดตัวเอง ไปรพ.ก็ไม่บอกประวัติจริง แบบนี้ยิ่งสร้างความกลัว ความกังวล และยิ่งจะทำให้เกิดการระบาดมากขึ้น วิธีการคือต้องทำให้คนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง เกิดสติ ปัญญา และความเข้าใจ แบบนี้ถึงจะทำให้ก้าวข้ามวิกฤติได้” นพ.ธนรักษ์ กล่าว และว่า ส่วนกรณีที่มีบุคคลในกรมควบคุมโรค ติดโควิดนั้น ยืนยันว่าเรามีการสอบสวนโรคอย่างยุติธรรม ตรงไปตรงมา คนที่เสี่ยงต้องถูกกักตัว เหมือนกับเคสอื่นๆ
 
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการรายงานการเสียชีวิตจากภาวะปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ ทำไมจึงนับรวมเป็นผู้ป่วยโควิด นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงสาธารณสุขมีการเพิ่มเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) ให้กว้างขึ้น อาทิ คนกลับจากสถานที่เสี่ยง แออัด ซึ่งรวมถึงคนป่วยปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ ด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อเสียชีวิตเราจะต้องตรวจให้ชัดถ้าเจอโควิดก็ยืนยันว่าเป็นโควิด ถ้าไม่เจอเราถึงต้องบอกว่าปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ
 
ด้าน นพ.สกานต์ บุญนาค ผอ.สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กล่าวว่า กรมการแพทย์จึงได้มีการปรับเกณฑ์การดูแลผู้ป่วยล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา จะแบ่งผู้ป่วยเป็นกลุ่มคือ 1. คนติดเชื้อแต่ไม่มีอาการ 2.ที่มีอาการน้อย ไม่มีโรคประจำตัว 3. คนที่มีอาการน้อย แต่มีความเสี่ยงเช่น มีโรคประจำตัว  4. กลุ่มที่มีภาวะปอดบวมไม่รุนแรง ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และกลุ่มที่ 5 กลุ่มที่มีภาวะปอดบวม ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งในกลุ่มที่ 4-5 ชัดเจนว่าต้องดูแลในสถานพยาบาลอย่างใกล้ชิด
 
ส่วน 3 กลุ่มแรกจะต้องอยู่ที่สถานพยาบาลประมาณ 2-7 วัน เพื่อดูอาการก่อน  เพราะอาจจะมีอาการมากในระยะหลังได้ ซึ่งหาก 7 วันแล้วมีอาการรุนแรงขึ้น จะมีการให้ยารักษาตามสูตรการรักษา โดยบางโรงพยาบาลอาจจะเปิดหอผู้ป่วยเฉพาะได้ หรืออาจจัดพื้นที่พิเศษนอกรพ. หรือฮอทพิเทล โดยอยู่ภายใต้การดูแลของ รพ.ต้นสังกัด โดยให้อยู่จนครบ 14 วัน ถ้าอาการปกติแล้ว ให้กลับบ้านได้สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ แต่ต้องแยกตัวจากคนอื่น เป็นเวลา 1 เดือน ถ้าไปทำงานต้องแยกห้องทำงาน ถ้าแยกห้องไม่ได้ ต้องอยู่ห่างอย่างน้อย 2 เมตร แยกรับประทานอาหาร ส่วนกลุ่มที่ยังไม่พบว่ามีการติดเชื้อ แต่ถูกสั่งให้มีการกักตัว 14 วันนั้นต้องเว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 17