อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563

สภากาชาดหนุนงบฯจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์

สภากาชาดไทย พร้อมสนับสนุนงบประมาณจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะเครื่องช่วยหายใจสำหรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 แก่โรงพยาบาลและสถานพยาบาลที่ขาดแคลนทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ได้จัดชุดอาหารให้ผู้กักตนเองเพื่อไม่ออกนอกที่พักตลอด 14 วันเพื่อป้องกันแพร่ระบาดของโรค อังคารที่ 31 มีนาคม 2563 เวลา 17.28 น.


เมื่อวันที่ 31 มี.ค. นายกฤษฎา บุญราช ผู้อำนวยการสำนักบริหารกิจการเหล่ากาชาด สภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ทำหนังสือแจ้งนายกเหล่ากาชาดจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดว่า ให้สามารถใช้เงินประมาณประจำปีและหรือเงินสะสมเหล่ากาชาดจังหวัดไปสนับสนุนโรงพยาบาลและหรือสถานพยาบาลที่ขาดแคลนเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ร้องขอเครื่องช่วยหายใจมาเพื่อรองรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ทั้งนี้สำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาดขออนุมัติต่อเหรัญญิกสภากาชาดไทยเพื่อให้เหล่ากาชาดจังหวัดจ่ายขาดเงินสะสมของเหล่ากาชาดจังหวัดที่มีอยู่แล้วในวงเงินไม่เกินร้อยละ 20 ของเงินสะสมที่มีอยู่เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนโครงการ/กิจกรรมจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ มอบอำนาจให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเป็นผู้อนุมัติซื้อจ้าง / จัดจ้างโดยวิธีพิเศษ กรณีที่มีวงเงินเกินครั้งละ 500,000 บาท ตามระเบียบสภากาชาดไทย ว่าด้วย การพัสดุของเหล่ากาชาดจังหวัด พ.ศ. 2546 และแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 31 โดยขณะนี้มีโรงพยาบาลและสถานพยาบาลทั่วประเทศทยอยขอรับการสนับสนุนมาจึงเร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดความคล่องตัวต่อการปฏิบัติงานและความมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโรคโควิด-19

นอกจากนี้ยังให้เหล่ากาชาดจังหวัดเชิญชวนประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ/กิจกรรมต่างๆ โดยการบริจาคทรัพย์เพื่อเป็นรายได้ของเหล่ากาชาดจังหวัด หรือสิ่งของต่างๆ หรือการเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครสภากาชาดไทยในการดำเนินงานต่างๆ ด้วยเพื่อร่วมกันป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นายกฤษฎา กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีผู้ป่วย ผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ ทางสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ร่วมกับสำนักงานจัดหารายได้ และสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาดประสงค์จะช่วยเหลือผู้ที่ต้องกักตัวให้สามารถอยู่ในที่พักได้ครบ 14 วันตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข จึงจัดทำโครงการสนับสนุนชุดข้าวและอาหารแก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเนื่องจากผู้ที่ต้องกักตัวจำนวนมากมีฐานะยากจน เมื่อไม่ได้ทำงานจึงมีปัญหา

เรื่องการยังชีพ โดยให้เหล่ากาชาดจังหวัดประสานงานผู้ว่าราชการจังหวัดหรือฝ่ายเยียวยาของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพื่อแจ้งว่า สภากาชาดไทยยินดีสนับสนุนมาตรการรณรงค์ให้ประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดและเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดการแพร่เชื้อโรคโควิดต้องกักตนเองในที่พักเป็นเวลา 14 วันนั้นมีข้าวและอาหารรับประทาน โดยไม่ต้องออกไปนอกที่พักอาศัย ทั้งนี้ให้เหล่ากาชาดจังหวัด/กิ่งกาชาดอำเภอ ขอความร่วมมืออาสาสมัครสภากาชาดไทยในพื้นที่หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สำรวจผู้ที่ถูกกักกันตัวที่มีฐานะยากจนซึ่งต้องการข้าวและอาหาร แล้วแจ้งผ่านนายอำเภอท้องที่ หรือให้ผู้แทน อสม.ในหมู่บ้านดาวน์โหลดและร้องขอผ่านแอพพลิเคชั่น “พ้นภัย” มายังสภากาชาดไทยหรือแจ้งไปที่เหล่ากาชาดจังหวัด โดยอาจนำข้าวและอาหารไปมอบเองหรือส่งมอบไปให้หน่วยงานในพื้นที่ไปมอบให้ถึงที่พัก

“ผู้มีจิตศรัทธาซึ่งประสงค์จะบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนโครงการจัดหาข้าวและอาหารแก่ผู้เสี่ยงติดเชื้อ COVID-19 ที่อยู่ระหว่างกักกันตนเอง สามารถบริจาคผ่านสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย ที่บัญชี ธนาคารกสิกรไทย สาขาสำนักสีลม ชื่อบัญชี “สภากาชาดไทยเพื่อภัยพิบัติ” ประเภทบัญชี “กระแสรายวัน” เลขที่ 001-1-34567-0” นายกฤษฎา กล่าว.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 10