อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563

สธ.สั่งศึกษาการฆ่าเชื้อแมสก์N95 หวังนำกลับมาใช้ใหม่

สธ.สั่ง กรมวิทย์ฯ-กรมการแพทย์ ศึกษาการฆ่าเชื้อหน้ากากN95 หวังนำกลับมาใช้ใหม่ รับสถานการณ์ระบาดใหญ่ อังคารที่ 31 มีนาคม 2563 เวลา 17.51 น.

 
เมื่อวันที่ 31 มี.ค. นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการจัดเตรียมเตียงดูแลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ว่า ใน กทม.มีประมาณ 1,000 กว่าเตียง ร่วมกับหาโรงแรม รพ.เพิ่มเติมจึงมีประมาณ 2,000 กว่าเตียง ขณะนี้ มีคนไข้ที่รักษาอยู่ใน กทม.700 กว่าคน สำหรับการดูแลผู้ป่วยหนักได้เตรียมเครื่องช่วยหายใจ ประมาณ 300 เครื่อง ตอนนี้ใช้ประมาณ 20 กว่าคน
 
ส่วนต่างจังหวัดมี 1.2 แสนเตียง กันไว้สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ประมาณ 1.5 หมื่นเตียง ขณะนี้มีผู้ป่วยประมาณ 500 กว่าคน เครื่องช่วยหายใจว่างอยู่ประมาณ 1,000 เครื่อง แต่ไม่เพียงพอถ้าเกิดการระบาดหนัก ต้องขอความร่วมมือกันไม่ให้ป่วยเป็นโรค โดยอยู่ระหว่างทำแผนจัดสรรทรัพยากร คำนวณการขยายเตียงดูแลผู้ป่วยหนักมากขึ้น และเตรียมห้องความดันลบแบบพิเศษ ขณะที่หน้ากากอนามัยจากเดิมมีการจัดสรรให้ทางสถานพยาบาล 1.3 ล้านชิ้นต่อวัน ตอนนี้ก็ได้เพิ่มเป็น 1.5 ล้านชิ้นต่อวัน ส่วนหน้ากาก N95 ก็อยู่ระหว่างติดต่อขอซื้อจากจีนเข้ามาเพิ่มขึ้น จำนวน 1.5 พันล้านบาท ด้วยงบกลาง คาดว่า 2-3 วันนี้คงจะได้
          
นพ.สุขุมกล่าวว่า แม้รัฐบาลจะจัดหาอุปกรณ์เข้ามาให้มีเพียงพอในช่วง เม.ย.นี้ แต่หากมีการระบาดมากขึ้นและเกิดความขาดแคลนก็จะต้องมีการประยุกต์ คือ จะมีการผลิตในประเทศ เช่น หน้ากาก N95 ทางสำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ทำการศึกษาวิจัย คาดว่าจะผลิตได้ประมาณ 1 แสนชิ้น เช่นเดียวกับสภาอุตสาหกรรมที่จะผลิตชุดป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ใช้ในประเทศ ส่วนการนำหน้ากาก N95 มาใช้ซ้ำนั้น ขณะนี้ มีข้อมูลการศึกษาจาก รพ.ศิริราช รพ.รามาธิบดี และรพ.จุฬาลงกรณ์ โดยทางรพ.รามาฯ ได้นำเครื่องยูวี 50 เครื่องมาใช้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อหน้ากาก ดังนั้นตนจึงมอบให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรมการแพทย์ศึกษาในเรื่องนี้ หากอนาคตมีความจำเป็น มีการระบาดมากขึ้น อุปกรณ์ต่างๆ อาจขาดแคลนจำเป็นก็จะประกาศให้หน่วยงานกระทรวงสาธารณสุข นำหน้ากากเหล่านี้มาทำความสะอาด กำจัดเชื้อโรคและใช้ตามมาตรฐาน.



 
 
 
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 9