อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

ครม.เคาะเลื่อนวันเปิดเทอมปี63 จาก16พ.ค.เป็น1ก.ค.

ครม.ไฟเขียวเลื่อนวันเปิดเทอมปีการศึกษา 63 จาก 16 พ.ค.63 เป็น 1 ก.ค. 63 สอดรับสถานการณ์"โควิด"ระบาด อังคารที่ 7 เมษายน 2563 เวลา 15.00 น.


เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล  นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.มีมติรับทราบตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอการปรับการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 โดยให้สถานศึกษาเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จากวันที่ 16 พ.ค.2563 เป็นวันที่ 1 ก.ค.2563  

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาให้เหตุผลว่าระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ. 2549 ข้อ 7 วรรคหนึ่ง กำหนดให้สถานศึกษาเปิดและปิดภาคเรียนตามปกติในรอบปีการศึกษาหนึ่ง โดยวันเปิดภาคเรียน คือวันที่ 16 พ.ค. วันปิดภาคเรียน คือวันที่ 11 ต.ค.  ส่วนภาคเรียนที่ 2 วันเปิดภาคเรียน วันที่ 1 พ.ย. วันปิดภาคเรียน วันที่ 1 เม.ย.ของปีถัดไป  

นางนฤมล กล่าวอีกว่า อีกทั้ง เนื่องจาก ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) มีคำแนะนำให้ประชาชนอยู่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป กลุ่มคนมีโรคประจำตัว และเด็กอายุไม่เกิน 5 ปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อสถานศึกษาในกระบวนการการรับสมัคร การสอบคัดเลือก การจับฉลาก การประกาศผล การรายงานตัว และการมอบตัวที่ได้กำหนดวันไว้เดิมตามปฏิทินการรับนักเรียน นักศึกษาและผู้เรียนในปีการศึกษา 2563 ซึ่งกำหนดดำเนินการระหว่างเดือนมี.ค.-พ.ค.2563 

โดยขณะนี้สถานศึกษายังไม่สามารถดำเนินการได้ตามกระบวนการข้างต้น ทำให้สถานศึกษาไม่สามารถเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ในวันที่ 16 พ.ค.2563 ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ. 2549  ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการจึงเห็นสมควรให้เลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 จากวันที่ 16 พ.ค.2563 เป็นวันที่ 1 ก.ค.2563 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  

นางนฤมล กล่าวอีกว่า  ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการเห็นว่าถ้าเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ล่วงเลยกำหนดเวลาดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อการวางแผนการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2563 เป็นอย่างยิ่ง และจะมีผลกระทบต่อไปถึงการเรียนการสอนในปีการศึกษาต่อๆไปด้วย ดังนั้น ทางกระทรวงฯ จะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ต่อไปถึงการปรับวิธีการเรียนการสอนให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักสูตรที่กำหนดไว้ในแต่ละระดับการศึกษาของปีการศึกษา 2563 รวมถึงสอดรับกับนโยบายโดยรวมของประเทศ.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    73%
  • ไม่เห็นด้วย
    27%

ความคิดเห็น