อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 2 มิถุนายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 2 มิถุนายน 2563

มท.ออกแนวทางปฎิบัติ"ผวจ."​ กักตัวผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ

“มท. ออกแนวทางปฎิบัติ ให้ผวจ. ทั่วปท. กักตัวผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศเพื่อสังเกตอาการอย่างเคร่งครัด  พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563 เวลา 10.16 น.


เมื่อวันที่ 9 เม.ย. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เน้นย้ำให้จังหวัดนำผู้ที่เดินทางเข้าในราชอาณาจักรเข้าสู่กระบวนการกักไว้ เพื่อสังเกตอาการในสถานที่จัดเตรียมไว้อย่างเคร่งครัด เนื้อหาดังนี้ กระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อให้การปฎิบัติของจังหวัดเป็นไปในแนวทางเดียวกัน และให้เกิดประสิทธิภาพ จึงขอซักซ้อมและกำหนดแนวทางการปฏิบัติในการดำเนินการตามมาตรการคัดกรอง แยกกัก กักกันของผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ผ่านจุดผ่านแดนทางบก ในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย คือ 1. สถานที่กักกันตัว ให้จังหวัดยืนยันข้อมูลสถานที่ที่จังหวัดพิจารณาเห็นสมควรให้เปลี่ยนสถานที่กักกันตามที่เคยรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบแล้วอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะในประเด็นความพร้อมในการใช้งาน ทั้งนี้ขอให้รายงานโดยระบุชื่อสถานที่ที่ชัดเจน ( อาคาร โรงพยาบาลโรงแรม เป็นต้น ) พร้อมภาพถ่ายสถานที่ที่ละ 2 รูป(ภายนอกอาคาร และภายในห้องพัก) โดยให้รายละเอียดพร้อมภาพถ่ายทาง LINE เท่านั้น (Line : moicovid) โดยในการพิจารณาสถานที่ขอให้ยืนยันร่วมกับฝ่ายสาธารณสุข
 
ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถใช้เงินทดรองราชการในเชิงป้องกันและยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินของจังหวัด ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินพ.ศ. 2562 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ กรณีการเช่าอาคารของภาคเอกชน เช่น โรงแรม หรือสถานที่อื่น เพื่อปรับปรุงสถานที่เพื่อใช้เป็นที่กักกัน หรือโรงพยาบาลสนาม หรืออาคารอื่น เพื่อรับรองภารกิจในการดูแลประชาชน เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดออกตามความใน มาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ. 2548 หากวงเงินทดรองราชการที่มีอยู่ไม่เพียงพอให้จังหวัดเสนอเรื่องขอขยายวงเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันและยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินของจังหวัดไปยังกระทรวงมหาดไทยทันที
 
2. การกักตัวผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ให้จังหวัดต้นทางที่มีผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักทั้งทางอากาศ และทางบก ให้ดำเนินการตามกระบวนการการกันตัว เพื่อสังเกตอาการในสถานที่กักกันตัวโดยเคร่งครัด โดยไม่ให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรกลับไปกักตัวที่บ้าน หากมีจำนวนผู้ที่ต้องเข้าสู่กระบวนการจากกันมากเกินความสามารถในการดำเนินการของจังหวัดต้นทางให้ดำเนินการคือ 2.1 ให้จังหวัดต้นทาง จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ที่ต้องการเข้ากระบวนการกักตัวส่งให้กระทรวงมหาดไทยตามโทรสารในราชการกระทรวงมหาดไทย และส่งจังหวัดปลายทางทราบล่วงหน้า และเมื่อได้รับแจ้งสถานที่กักกันตัวจากจังหวัดปลายทางแล้ว ให้จังหวัดต้นทางดำเนินการส่งตัวไปกักกันตัวยังสถานที่ที่ได้รับแจ้ง ณ จังหวัดปลายทาง โดยให้ทำเอกสารรับส่งตัวไว้ยืนยันร่วมกัน 2.2 สำหรับจังหวัดไปทางเมื่อได้รับแจ้งบัญชีรายชื่อจากจังหวัดต้นทาง ให้แจ้งสถานที่กักกันตัวที่ได้จัดเตรียมไว้ และเมื่อผู้ต้องเข้ารับการประกันตัวมาถึงให้จัดคนที่ต้องเข้ารับการกักกันตัวเข้าพัก ณ สถานที่ที่จังหวัดจัดเตรียมไว้ โดยต้องระบุว่า ผู้ใดเข้าพักและสถานที่ใดให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถติดตามตัวได้ และให้แจ้งการจัดคนเข้าสถานที่ดังกล่าวให้กระทรวงมหาดไทย และแจ้งต้นทางทราบ 
 
3.ผู้ที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย ให้จังหวัดที่มีผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยมิชอบด้วยกฏหมาย แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารและตำรวจในพื้นที่ ดำเนินการตามกฏหมาย และเมื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้ว หากเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทยห้ามมิให้ปล่อยตัวกลับภูมิลำเนาเดิม ให้ดำเนินตามกระบวนการกักกันตัวในสถานที่ที่จังหวัดเตรียมไว้ตามข้อ 2
 
4.สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มรายงานยืนยันสถานที่กักกันตัว และแบบรายงานการเคลื่อนย้ายผู้กลับกันตัวได้ทางเว็บไซต์ www.ppb.moi.go.th หัวข้อหนังสือแจ้งเวียนประชาสัมพันธ์และขอให้จังหวัดรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบทาง LINE ((Line : moicovid) เท่านั้นดังนี้ 4.1 แบบรายงานยืนยันสถานที่กักกันตัวให้กระทรวงมหาดไทยทราบภายในวันที่ 9 เม.ย. เวลา 16.30 น. 4.2 แบบรายงานการเคลื่อนย้ายผู้กักกันตัว รายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบทันที เมื่อมีการเคลื่อนย้ายผู้กักกันตัว.
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 10