อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563

สธ.แจงสาวชัยภูมิป่วยโควิดซ้ำ คาดเป็นซากเชื้อฯ-ไม่แพร่ต่อ

สธ.แจงสาวชัยภูมิป่วยซ้ำตรวจพบโควิด-19 คาดเป็นซากเชื้อฯ ตายแล้ว ไม่แพร่ต่อ แจงเม็ดเลือดขาวเพิ่มอาจะติดเชื้อแบคทีเรีย เล็งศึกษาเพาะเชื้อดูการแบ่งตัวหรือไม่ พร้อมระบุใส่หน้ากากนานทำเลือดเป็นกรดไม่จริง แต่อาจทำให้เหนื่อย ง่วง พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563 เวลา 15.10 น.


เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงกรณีหญิงสาวที่จังหวัดชัยภูมิตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซ้ำ ว่า ขอย้ำว่าโรคนี้เป็นโรคใหม่เกิด 3-4 เดือน ทั่วโลกมีรายงานผู้ป่วยซ้ำที่จีน กับญี่ปุ่นประเทศละ 1 ราย อย่างที่ญี่ปุ่นชัดเจนป่วยซ้ำหลังออกรพ. ส่วนกรณีผู้ป่วยที่จังหวัดชัยภูมิ เข้ารับการรักษาที่ รพ. หนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ นั้น จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ป่วยรายนี้เริ่มป่วย และเข้ารับการรักษาที่รพ.เอกชน แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ พบเชื้อไวรัสโคโรนา2019 แต่อาการไม่มาก โดยมีไข้หวัด ทั้งนี้ รักษาในรพ.เอกชน จนครบ 14 วัน นับตั้งแต่วันที่มีอาการ เมื่อดีขึ้นแพทย์ให้กลับบ้านได้ โดยผู้ป่วยขับรถกลับไปที่จังหวัดชัยภูมิพร้อมแยกตัว และปฏิบัติตามคำแนะนำดีมาก
 
นพ.สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เมื่ออยู่ที่ชัยภูมิ นั้นได้สอบถามไปยังแพทย์ที่รพ.หนองบัวแดง พบว่า ประมาณวันที่ 3-4 ครั่นเนื้อตัว มีน้ำมูกนิดหน่อย เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งในลำคอตรวจซ้ำก็พบเชื้อ ไวรัสโคโรนาฯ แต่ผู้ป่วยไม่มีไข้ เอกซเรย์ปอดปกติ ถามว่าลักษณะนี้เป็นการติดเชื้อฯ ซ้ำหรือไม่ ก็เป็นไปได้ 2 แนวทาง คือทางแรกเป็นการติดเชื้อซ้ำอาจจะเป็นไปได้ แต่ดูประวัติแล้วน่าจะเป็นข้อ 2 คือไม่ได้ป่วยใหม่ เพราะขอดูประวัติการรักษาคนไข้ อัตราการหายใจแรกรับ 20 ครั้งต่อนาที คือปกติ ไม่มีไข้ ตรวจแล็บทุกอย่างปกติ ยกเว้นเม็ดเลือดขาวที่เพิ่มขึ้นอาจจะเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียด้วยซ้ำ
 
อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นเชื้อไวรัสโคโรนา2019 ที่เจอสันนิษฐานว่าเป็นซากไวรัสฯ ซึ่งข้อมูลต่างประเทศสามารถตรวจเจอซากเชื้อฯ ได้นานถึง 30 วัน และข้อมูลจากสหรัฐอเมริกาได้ออกแนวทางมาว่าหากคนไข้อาการไม่มาก ดีขึ้นแล้วให้อยู่รพ.7 วัน ก็กลับได้โดยไม่ต้องตรวจซ้ำ ในขณะที่ ของเราใช้ 14 วัน ด้วยซ้ำไป สำหรับซากเชื้อก็คือเชื้อที่ไม่มีชีวิต ไม่สามารถแพร่ได้ แต่ก็ยังต้องให้ผู้ป่วยแยกตัว อย่างไรก็ตาม กรมการแพทย์จะลองแยกเชื้อจากคนกลับบ้านแล้วมาทำการศึกษาต่อว่าแบบนี้จะเพาะเชื้อขึ้นหรือไม่ ถ้าไม่ขึ้นก็คือตายแล้ว
 
นพ.สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีข้อสงสัยเรื่องการสวมหน้ากากอนามัยนานแล้วทำให้เลือดเป็นกรดหรือไม่นั้น ขอชี้แจงว่าคงไม่ถึงกับทำให้เลือดเป็นกรด แต่คงทำให้คาร์บอนไดอ็อกไซด์คั่งบ้าง เพราะลมหายใจถูกกักในหน้ากาก ส่งผลให้เหนื่อยล้า ง่วงนอน ดังนั้นถ้าอยู่คนเดียวก็ไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัย แต่ถ้าไปในชุมชนใส่ ส่วนเลือดเป็นกรดนั้นมีแพทย์ทำการศึกษาแล้วไม่จริง.
 
 
 
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 20