อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564

มท.สั่ง"พ่อเมือง"ปฎิบัติตามคำสั่งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

มหาดไทย สั่งผวจ. ทั่วประเทศ ปฎิบัติ-ปรับแนวทางการตามคำสั่งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยพร้อมเพรียงกัน  พุธที่ 15 เมษายน 2563 เวลา 12.00 น.


เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เรื่อง การปฏิบัติตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรลงวันที่ 25 มี.ค. 2563  และข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 

เนื้อหาระบุว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้จังหวัดปฏิบัติตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาเป็นลำดับนั้น ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 

กระทรวงมหาดไทย พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อให้การปฏิบัติตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มี.ค. 2563 และข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 1-3 รวมทั้งมติของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 

ปลัดกระทรวงมหาดไทยในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด และในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการด้านมาตรการป้องกันและช่วยเหลือประชาชน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ข้อมูล

และชี้แจงในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพื่อพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มี.ค. 2563 และข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 รวมทั้งมติของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 ดังนี้

1.สถานการณ์ปัจุบันแม้ว่าจังหวัดจะประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามข้อมูลของแต่ละพื้นที่ของแต่ละจังหวัด และมีการยกเลิกการปฏิบัติในบางประเด็นที่มีความแตกต่างหลากหลาย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยต้องดำเนินการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ตามกรอบของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไม่ให้เกิดความลักลั่น หรือเกิดมิติความเห็นที่แตกต่างกัน

 รวมทั้งให้เกิดความรับรู้และเข้าใจในกรอบการปฏิบัติงานตามแนวทางของภาครัฐร่วมกัน จึงขอให้จังหวัดยังคงดำเนินการตามประกาศ/คำสั่งที่ได้กำหนดไว้แล้วต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย. 2563 โดยพร้อมเพรียงกันตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรลงวันที่ 25 มี.ค. 2563 และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ. 2548 ฉบับที่ 1-3 เว้นแต่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ให้จังหวัดยึดแนวทางการปฏิบัติตามสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรลงวันที่ 25 มี.ค. 2563 และข้อกำหนดออกความตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เป็นหลักโดยเครางครัด 

กรณีที่จังหวัดได้กำหนดวันสิ้นสุดของประกาศคำสั่งไว้ก่อนวันที่ 30 เม.ย. 2563 หรือไม่ได้กำหนดวันสิ้นสุดไว้ ให้จังหวัดกำหนดวันสิ้นสุดของประกาศคำสั่งนั้นให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มี.ค. 2563 และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548  คือวันที่ 30 เม.ย. 2563

2.ประเด็นการกำหนดเวลาขายของร้านสะดวกซื้อที่แตกต่างกัน ให้จังหวัดปรับเวลาให้สอดคล้องกับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่25 มี.ค. 2563 และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในเรื่อง การห้ามออกนอกเคหสถาน คือ ระหว่างเวลา 22.00 น.ถึง 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น และให้มีผลถึงวันที่ 30 เม.ย. 2563 

3.เพื่อให้เกิดความรอบคอบ ไม่เกิดความสับสนต่อประชาชนที่จะให้ความร่วมมือในการปฏิบัติ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรอผลการประเมินสถานการณ์ของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ (ซึ่งเป็นสาระสำคัญในประเด็นการควบคุมโรคติดต่อตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข) ที่จะนำเสนอต่อ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พิจารณาในภาพรวมทั้งประเทศ พร้อมกันนี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งคณะกรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อพิจารณาประเมินสถานการณ์ของจังหวัดไว้ด้วย.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

ความคิดเห็น