อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564

ลุ้น!จุฬาฯวิจัยวัคซีนโควิดสัปดาห์หน้า ก่อนทดลองในคน

ลุ้น!จุฬาฯ วิจัยวัคซีนโควิด-19 สำเร็จสัปดาห์หน้าก่อนทดลองในคน กรมวิทย์ถอดรหัสพันธุกรรม "เชื้อโควิด" พบเชื้อกลายพันธุ์ตลอด แต่ไม่ส่งผลต่อความรุนแรง  อาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2563 เวลา 16.11 น.


เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงการตรวจวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 ว่า ธรรมชาติของเชื้อไวรัสสามารถกลายพันธุ์ได้ตลอดเวลา แต่ช้ากว่าไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจากการศึกษาเบื้องต้นพบว่าไวรัสโคโรนา 2019 กลายพันธุ์น้อยมาก ยังไม่มีนัยสำคัญว่าการกลายพันธุ์ทำให้เชื้อรุนแรงขึ้นหรือติดง่ายขึ้น

ขณะนี้เราเพิ่มนำเชื้อจากผู้ป่วยมาตรวจสอบและวิเคราะห์เพียง 20 ตัวอย่าง และกำลังจะวิเคราะห์ให้ครบ 40 ตัวอย่าง โดยคณะผู้วิจัย ทั้งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรพ.ศิริราช จะพยายามศึกษาติดตามถอดรหัสพันธุกรรมให้มากที่สุด เพื่อติดตามความรุนแรงต่อไป ซึ่งจะส่งผลต่อข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนาวัคซีนหรือวิธีการตรวจใหม่ๆ ด้วย
 
นพ.โอภาส กล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนโควิด-19  จุฬาฯ ได้มีการทดสอบในสัตว์ และได้ส่งตัวอย่างเลือดของสัตว์ มาให้กรมวิทยฯ ตรวจวิเคราะห์ว่า เลือดดังกล่าวสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันขึ้นหรือไม่ คาดว่าจะทราบผลในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากภูมิคุ้มกันขึ้นก็จะสามารถนำไปสู่กระบวนการทดสอบในคนต่อไป

นอกจากนี้ในส่วนของทาง รพ.ศิริราช ที่ได้ขอให้กรมวิทยฯ เพาะเชื้อฯ เพิ่มนั้น ก็ได้รับตัวไปพัฒนาวัคซีนแล้ว อยู่ระหว่างการทดลองหากมีความคืบหน้าก็จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
 
นางพิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการพิเศษ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ไวรัสโควิด-19 คุณสมบัติการจับตัวกับมนุษย์มีความแตกต่างกันกับไวรัสโรคซาร์ส ทำให้การก่อโรคต่างกัน ทั้งนี้ จากการเก็บเชื้อไวรัสผู้ป่วยหลายรายมาศึกษาถอดรหัสพันธุกรรม พบว่า กลุ่มเชื้อไวรัสสามารถแบ่งได้ 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่ม A ซึ่งมีต้นตอการระบาดในจีนที่มาจากค้างคาว  2.กลุ่ม B มีการกลายพันธุ์บางส่วน เป็นสายพันธุ์ที่ระบาดในอู่ฮั่น โดยประเทศไทยการระบาดส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มบี และ 3.กลุ่ม C มีการกลายพันธุ์เล็กน้อยจากกลุ่ม B อีกทีหนึ่ง เป็นการระบาดในยุโรปและสิงคโปร์
 
นางพิไลลักษณ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีการแบ่งสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็น 3 สายพันธุ์ คือ ไทป์ S,  G และ V โดยประเทศไทยสายพันธุ์ที่พบหลักๆ คือ ไทป์ S แต่สายพันธุ์ S,  G  และ V มีความแตกต่างกันเพียง 1 ตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งยังไม่แสดงผลว่ามีการก่อโรคที่แตกต่างกัน ดังนั้น การศึกษาต่อๆ ไป จากที่เราศึกษา 40 ราย จะถอดรหัสพันธุกรรมเพิ่มจนครบ 100 ราย เพื่อดูการกระจายตัวและดูสายพันธุ์ที่เปลี่ยนแปลงไปต่อ โดยอนาคตจะร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลและสภากาชาดไทย.
 
 
 
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    93%
  • ไม่เห็นด้วย
    7%

ความคิดเห็น