อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563

"หม่อมเต่า"ยันประกันสังคมมีเงินเยอะพอจ่ายแน่ - รู้วงเงินแล้วจะตาลุก!! 

"รมว.แรงงาน"เร่งประกันสังคมจ่ายเงินว่างงานภายใน 15 พ.ค.นี้ ล่าสุดจ่ายไปแล้วกว่า 2.5 พันล้าน อนุมัติสิทธิ 4.9 แสนราย จี้ "นายจ้าง"รับรองการหยุดงานของลูกจ้างภายในวันที่ 8 พ.ค.นี้ ใครพลาดสิทธิอุทธรณ์ได้ภายใน วันที่ 18 พ.ค.  ยันประกันสังคมมีเงินเยอะพอจ่ายรู้แล้วจะตาลุก  พุธที่ 6 พฤษภาคม 2563 เวลา 13.00 น.

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน แถลงถึงการดำเนินงานจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยในกรณีที่ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ไม่ได้ทำงาน หรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน อันเนื่องมาจากสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 หรือเนื่องจากนายจ้างหยุดประกอบกิจการเอง หรือหยุดประกอบกิจการตามคำสั่งของทางราชการ ซึ่งทำให้ผู้ประกันตนได้รับผลกระทบ และไม่ได้รับค่าจ้างสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้าง ผู้ประกันตน ได้รับคือ สิทธิกรณีว่างงาน ร้อยละ 62 ของค่าจ้างรายวัน ไม่เกิน 90 วันนั้น  ซึ่งจากการได้ลงพื้นที่เร่งรัดให้ดำเนินการจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานอันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัยแล้วเสร็จ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของลูกจ้างผู้ประกันตน  สำนักงานประกันสังคมได้ทยอยจ่ายเสร็จสิ้นไปกว่าครึ่งจากจำนวนผู้มีสิทธิ ณ วันที่ 5 พ.ค.63 จำนวน 990,523 ราย เจ้าหน้าที่วินิจฉัยอนุมัติแล้ว จำนวน 492,273 ราย เป็นเงินจำนวน 2,563.612 ล้านบาท ซึ่งในเรื่องนี้ ตนได้สั่งการให้ดำเนินการจ่ายสิทธิประโยชน์ให้แล้วเสร็จงวดแรก ภายในวันที่ 15 พ.ค. 2563

ม.ร.ว. จัตุมงคล กล่าวว่า สำหรับกรณีที่สถานประกอบการที่หยุดประกอบกิจการชั่วคราว และไม่จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง ผู้ประกันตน สำนักงานประกันสังคมขอให้สถานประกอบการกลุ่มดังกล่าวเร่งดำเนินการรับรองการหยุดของลูกจ้าง ซึ่งพบว่ามีผู้ประกันตน จำนวน 289,104 ราย ที่ยังรอนายจ้างจำนวน 50,000 แห่ง เข้ามารับรองสิทธิ์ สถานประกอบการกลุ่มนี้ จะได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ของกระทรวงแรงงาน รวมทั้งได้รับหนังสือแจ้งเตือนจากสำนักงานประกันสังคม เร่งรัดให้เข้ามารับรองการหยุดงานของลูกจ้าง ภายในวันที่ 8 พ.ค.นี้ ในส่วนกรณีลูกจ้าง ผู้ประกันตน ที่ได้รับการวินิจฉัยปฏิเสธไม่ได้รับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยนั้น สำนักงานประกันสังคม ได้เตรียมความพร้อมรองรับข้ออุทธรณ์จากผู้ที่ได้รับการปฏิเสธสิทธิดังกล่าว โดยมีคณะกรรมการอุทธรณ์ในการร่วมพิจารณาวินิจฉัยให้กับผู้ที่ได้รับการปฏิเสธการขอรับ สิทธิประโยชน์กรณีว่างงานอันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัยแล้ว ขอให้ผู้ประกันตนที่ได้รับการปฏิเสธสิทธิดังกล่าว รีบยื่นอุทธรณ์ต่อสำนักงานประกันสังคม โดยจะเปิดให้มีการอุทธรณ์ได้ในวันที่ 18 พ.ค.นี้ ที่สำนักงานประกันสังคมทุกจังหวัดที่ลูกจ้างทำงานอยู่



รมว.แรงงาน กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้ากระทรวงแรงงานเตรียมเสนอครม.อนุมัติการจ่ายเงินให้กับผู้ประกันตน ที่ว่างงานจากเหตุสุดวิสัย เป็น ร้อยละ75 ของค่าจ้างรายวันคาดว่าจะเริ่มได้สิ้นเดือนนี้ ยาวไปจนถึงสิ้นปี จากเดิมที่จ่าย ร้อยละ62 ของค่าจ้างรายวัน เพียง 3 เดือนคือตั้งแต่มี.ค.-พ.ค.63 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยกฎกระทรวงจะมีผลย้อนหลังไปตั้งแต่เดือนมี.ค.และต้องจ่ายส่วนต่าง ร้อยละ13 ที่เพิ่มขึ้นมาด้วย ซึ่งจากสภาวะทางเศรษฐกิจยังคงมีแนวโน้มจะแย่ลงและอาจมีผู้ตกงานเพิ่มขึ้น นอกจากนี้จะเสนอ ครม.ช่วยลูกจ้างแล้ว นายจ้างก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน จึงเตรียมเสนอลดอัตราการเงินจ่ายเงินสมทบของนายจ้างเหลือเพียง ร้อยละ 1 จากเดิมที่จ่ายร้อยละ 4 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ทุกกลุ่ม ไม่เฉพาะแค่ลูกจ้าง

รมว.แรงงาน กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากการตรวจสอบ พบว่า อาจมีผู้ประกันตนกว่า 1 แสนราย ถูกปฏิเสธ เนื่องจากพบว่ายังมีงานทำอยู่ แต่ก็เปิดให้ยื่นอุทธรณ์ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ประกันตนได้รับหนังสือปฏิเสธการได้รับเงินแล้ว ต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน ไม่มีระบบออนไลน์ ต้องยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคม หรือ ทางไปรษณีย์เท่านั้น
 
ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าวถึงกรณีที่ทำให้การจ่ายเงินล่าช้า ว่า เกิดจากระบบฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์รุ่นเก่าของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งตนเพิ่งทราบจากการอ่านรายงานเมื่อช่วงเช้า ว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่สำนักงานประกันสังคมจัดซื้อเมื่อปี2552 และมีผู้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ให้ดำเนินตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อว่าโปร่งใสหรือไม่ ซึ่งป.ป.ช.ได้ตรวจสอบแล้วมีคำสั่งปรับเงินผู้ดำเนินการกว่า 556 ล้านบาท ซึ่งต้องถามปลัดกระทรวงแรงงานว่าได้ดำเนินการอย่างไรหรือไม่ ซึ่งตนก็ตกใจที่ข้าราชการถูกปรับจำนวนดังกล่าว ตนก็ทำราชการมานานก็ไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้ อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้ระดมข้าราชการมาเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาในส่วนนี้แล้ว

"ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์ว่าประกันสังคมไม่มีเงินจ่ายผู้ประกันตนนั้น ขอยืนยันว่ามีเงินจ่าย เราไม่อยากพูดว่ามีเงินอยู่เท่าไร พูดแล้วจะตาลุก เพราะเยอะจริงๆ มีการสะสมเงินมากว่า 34 ปี โดยไม่มีการจ่าย ยกเว้นกรณีเจ็บป่วย ส่วนบำเหน็จ บำนาญยังอยู่ทุกคน ส่วนกรณีเกษียณก็เป็นเรื่องที่ต้องคิดในอีก 30 ปีข้างหน้า เป็นเรื่องที่ต้องแก้ปัญหากัน ปัญหาใหญ่คือวันนี้ เศรษฐกิจจะตกต่ำยาวหรือไม่ สิ้นปี อเมริกา ยุโรปจะล้มหรือไม่ ใครไม่ซื้ออะไรก็ลำบากและจะต้องมีการปรับแพคเกจการให้ความช่วยเหลือใหม่ ตามสภาพเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น"ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าว.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 20