อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563

สภาฯเคาะสัดส่วนปธ.กมธ.มิ.ย. หลัง'ภท.'โวยไม่ได้เก้าอี้เพิ่ม 

สภาเดือด!“ภท.”โวยได้ “10 ส.ส.” เพิ่ม แต่ปธ. กมธ.สภา ยังได้ 3 คณะเท่าเดิม  เตรียมเคาะสรุป สัดส่วนปธ. กมธ. สภาฯ มิ.ย. นี้ หลังถกพ.ร.ก.กู้เงิน -พ.ร.บ.โอนงบ  เสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2563 เวลา 14.18 น.


เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องการจัดสรรตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร  จำนวน 35 คณะ ซึ่งเป็นประเด็นมาจากการที่สภาฯเหลือส.ส.ที่สามารถทำหน้าที่ได้จำนวน 487 คน โดยส่วนหนึ่งที่หายไปนั้นสืบเนื่องมาจากการยุบพรรคอนาคตใหม่ที่ทำให้ส.ส.บัญชีรายชื่อ  จำนวน 11 คน ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคต้องพ้นจากตำแหน่ง ประกอบกับเมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบไปแล้ว บัญชีผู้สมัคร  ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่ต้องเสียไปด้วย ส่งผลให้ท้ายที่สุดผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อในลำดับถัดไปไม่ได้รับการเลื่อนขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ส.ส.

มีรายงานว่า  จากกรณีปัญหาดังกล่าวทำให้ตัวแทนของพรรคภูมิใจไทยที่เข้าร่วมหารือกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯระหว่างการประชุมร่วมกันกับหัวหน้าพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ได้สอบถามว่าต้องมีการจัดสัดส่วนประธาน กมธ. สามัญใหม่หรือไม่ โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยได้ส.ส.เพิ่มขึ้นมาอีก 10 คน ย่อมทำให้พรรคภูมิใจไทยสมควรได้ตำแหน่งประธาน กมธ. สามัญเพิ่มขึ้นอีก 1 ตำแหน่ง แต่ปรากฎว่าในเอกสารที่ระบุจำนวนส.ส.ของแต่ละพรรคและการคำนวณสัดส่วนตำแหน่งประธาน กมธ. กลับกำหนดให้พรรคภูมิใจไทยมี ส.ส.เพิ่ม 3 คนเท่านั้น ในขณะที่พรรคเศรษฐกิจใหม่ที่ได้ตำแหน่งประธาน กมธ. ทั้งที่ไม่ได้มีจำนวนส.ส.เพิ่มแต่อย่างใดทำให้ตัวแทนของพรรคภูมิใจไทยไม่พอใจเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นนี้ที่ประชุมร่วมกันของหัวหน้าพรรคการเมืองเสนอให้พรรคภูมิใจไทยนำเอกสารมาแสดงเพื่อยืนยันว่ามีจำนวนส.ส.เพิ่มขึ้นอีก 10 คนจริง ซึ่งการทำเอกสารของเจ้าหน้าที่สภาฯอาจมาจากการที่ยังไม่ได้เห็นเอกสารการเข้ามาสังกัดใหม่ของ อดีตส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ภายหลังเกิดการยุบพรรค จากนั้นจะได้ดำเนินการกำหนดสัดส่วนตำแหน่งประธานคณะกมธ.ต่อไป

ขณะที่ ตำแหน่งประธาน กมธ.ในสัดส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้านจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ภายหลังตำแหน่งประธานกมธ. การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน และ ประธานกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ว่างลง เนื่องจากนายปิยบุตร แสงกนกกุล และพล.ท.พงศกร รอดชมภู พ้นจากตำแหน่งส.ส.บัญชีรายชื่อ ประกอบกับพรรคก้าวไกล ซึ่งประกอบด้วยส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่มีส.ส.ลดลงจากเดิมเหลือเพียง 54 คน ทำให้เหลือสัดส่วนตำแหน่งประธานกมธ. จำนวน 4 คณะ 

ทั้งนี้ ในที่ประชุมร่วมกันของพรรคการเมืองได้เสนอให้พรรคก้าวไกลตัดสินใจว่าจะยังคงไว้ซึ่งตำแหน่งประธานกมธ. คณะดังกล่าวทั้ง 2 คณะหรือไม่ หากพรรคก้าวไกลไม่ต้องการคงตำแหน่งประธาน กมธ. ทั้ง 2 ตำแหน่งไว้ ตำแหน่งนี้จะถูกนำไปกำหนดเป็นสัดส่วนในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคอื่นๆ ต่อไป แต่ถ้ายังต้องการคงตำแหน่งประธาน กมธ.ทั้ง 2 ตำแหน่งหรือตำแหน่งเดียว ส.ส.ของพรรคก้าวไกลที่เป็นประธานกมธ. สามัญในสัดส่วนของพรรคก้าวไกลจะต้องลาออกจากประธานกมธ. เพื่อให้พรรคก้าวไกลมีสัดส่วนเก้าอี้ประธานกมธ. ไว้ที่ 4 คนตามจำนวนส.ส. 

อย่างไรก็ตาม พรรคก้าวไกลยังไม่แจ้งต่อที่ประชุมว่าจะตัดสินใจอย่างไร เพราะต้องขอไปหารือกับที่ประชุมพรรคก้าวไกลเพื่อให้ได้มติที่ชัดเจนอีกครั้ง และจะนำมาแจ้งต่อที่ประชุมสภาฯภายหลังเสร็จสิ้นการพิจารณาพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) การกู้เงินและพ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่ายต่อไป 

สำหรับตำแหน่งประธานกมธ. สามัญในสัดส่วนของพรรคก้าวไกลยังคงดำรงตำแหน่งมาถึงปัจจุบัน จำนวน 4 คน ประกอบด้วย 1.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ  และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ประธานกมธ.การ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  2. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก ประธานกมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน 3. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อประธาน กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ และ 4.นายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานกมธ.การแรงงาน.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 12