อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563

"บิ๊กตู่"สั่งเร่งควานหาตัวคนหักหัวคิวร.ร.กักตัว

“บิ๊กตู่”สั่งเร่งควานหาตัวคนหักหัวคิวโรงแรมกักตัว ด้านกห.ยันไม่ใช่คนทหาร-สธ. แต่เป็นนายหน้าดีลโรงแรมเองโดยตรง ด้าน“อนุทิน” ขอคนร้องเรียนโชว์คลิป พร้อมตรวจสอบคน สธ. ขู่ฟันไม่เลี้ยงคนเอี่ยว   จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563 เวลา 12.53 น.


เมื่อวันที่ 25 พ.ค.  ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหมที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถึงกรณีที่มีข่าวว่ามีการแอบอ้างหักหัวคิวโรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่กักตัวคนไทยที่กลับจากต่างแดน (State Quarantine) ว่า เป็นความตั้งใจของกระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทยที่ได้ทำงานร่วมกันในการจัดหาโรงแรมเพื่อใช้เป็นสถานที่กักตัว ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายเรียกรับผลประโยชน์

สิ่งที่ดำเนินการคือการให้ผู้ประกอบการได้รับผลประโยชน์สูงสุด และนำคนไทยที่ตกค้างอยู่ต่างประเทศกลับประเทศ ยืนยันว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่คนป่วย เพียงแต่ต้องเข้าสู่กระบวนการควบคุมโรค 14 วัน ทั้งนี้จากที่ตนได้พูดคุยกับนายกสมาคมธุรกิจโรงแรมภาคตะวันออกทราบว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทยอยให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ และต้องไปดูข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่

เมื่อถามว่า การหักค่าหัวคิว 40 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่คนของกองทัพใช่หรือไม่ พล.ท.คงชีพ กล่าวยืนยันว่า ไม่มี หากพบว่าเป็นคนของกองทัพหรือกระทรวงสาธารณสุขเข้าไปเกี่ยวข้องสามารถแจ้งข้อมูลมาได้โดยตรง ซึ่งจะต้องถูกลงโทษทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด เพราะเรื่องดังกล่าว ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบ

เมื่อถามว่า มีคนชักจูงอยู่เบื้องหลังหรือไม่  พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ต้องดูความเชื่อมโยงกลุ่มเหล่านี้ว่ามีใครอยู่เบื้องหลัง เพราะทำให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐและประชาชนส่วนรวม ขณะที่ผู้ประกอบการควรได้รับสิทธิตรงนี้อย่างเต็มที่ สำหรับผู้ที่เข้ารับการกักตัวก็ต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดี หากมีการหักค่าหัวคิวก็จะทำให้การดูแลไม่ดีพอ เพราะอาหารก็จะต้องถูกตัดไปด้วย 



ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีผู้ประกอบการโรงแรมร้องเรียนว่ามีกลุ่มคนอ้างว่าเป็นคนจัดอีเว้นท์กระทรวงสาธารณสุขเข้าไปประสานว่าสามารถให้การช่วยเหลือให้ผ่านการประเมินเป็นสถานที่ที่รัฐจัดไว้แยกกักผู้เดินทางกลับเข้ามาจากต่างประเทศ แต่ต้องมีการหักค่าหัวคิว 40 % ว่า หากมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นจริงขอให้ผู้ร้องนำหลักฐานมาร้องเรียนได้ที่ตน ที่กระทรวงสาธารณสุขได้ตลอดเวลา หลักฐานที่ว่าอาจจะไม่ใช่ใบเสร็จเพราะยังไม่เกิดขึ้น แต่การที่ไปประสาน หักหัวคิวแบบนี้ถือว่าเป็นการทำผิดแล้ว ซึ่งตนเชื่อว่าโรงแรมมีกล้องวงจรปิดอยู่แล้ว และน่าจะมีการเก็บข้อมูลเอาไว้อยู่อย่างน้อยๆ 30 วัน ขอให้นำมาร้องเรียนได้เลย

“เป็นไปไม่ได้ที่คนสาธารณสุข จะทำเรื่องแบบนี้ เพราะเราถูกเทรนด์มาให้รักษาคนไข้ เพราะฉะนั้นหากคนพูดพูดไม่จริงไม่มีหลักฐาน กระทรวงสาธารณสุขก็จะฟ้องร้อง ก็ไม่ได้หมายความผมไม่เชื่อ ซึ่งผมก็จะตรวจสอบ หากมีคนกระทรวงสาธารณสุขทำเรื่องแบบนี้จริง ก็จะเอาผิดให้ถึงที่สุดเช่นเดียวกัน”นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การอนุมัติให้เป็นสเต็ ควอรันทีนนั้นอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้มีคนรับจัดอีเว้นท์ ดังนั้นถ้าไม่เห็นหน้าอย่าไปเชื่อ ถ้าใครไปทำแบบนี้ขอให้อัดคลิป อัดวิดีโอเพื่อเป็นหลักฐานได้เลย หรือเอากล้องวงจรปิดออกมา ตั้งโต๊ะแถลงประณามไปเลยว่ามีคนแบบนี้อาศัยความเดือดร้อนของคนอื่นมาหากิน จะขอท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจัดเจ้าหน้าที่มาช่วยดูแลด้วย.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 22