อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563

เปิดมาตรการเข้ม!สถานรับเลี้ยงเด็กปฐมวัย

กรมอนามัย แจงยิบมาตรการควบคุมแพร่โควิด ก่อนเปิดสถานรับเลี้ยงเด็กปฐมวัย เน้นคัดกรอง พร้อมจัดกลุ่มเด็กแยกของใช้ส่วนตัว ของใช้เฉพาะกลุ่ม เว้นระยะห่าง หากพบเด็กต้องสงสัยจับแยกทันที   จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563 เวลา 14.54 น.


เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ว่า เรื่องนี้เป็นการทำงานร่วมกัน 4 กระทรวงคือกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ กระทรวงมหาดไทย

ซึ่งได้ประชุมกันอย่างต่อเนื่องร่วมกับสมาคมวิชาชีพ อาทิ สมาคมโรงเรียนอนุบาล สมาคมศูนย์ดูแลเด็ก ซึ่งดูแลตั้งแต่แรกเกิดถึงช่วงเข้าอนุบาล เพื่อรองรับการที่ผู้ปกครองกลับไปทำงานที่ที่ทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ   

พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการจัดจุดคัดกรองวัดไข้ครู เด็ก ผู้ปกครอง โดยพื้นที่ภายในโรงเรียนจะไม่อนุญาตให้ผู้ปกครองหรือบุคคลอื่นเข้าไปเด็ดขาด ให้เป็นพื้นที่เฉพาะครูและนักเรียนเท่านั้น ทั้งนี้ โดยหลักการเมื่อครูคัดกรองตัวเอง เข้าไปในพื้นที่โรงเรียนแล้วต้องเปลี่ยนชุด เปลี่ยนหน้ากาก บางแห่งสวมเฟสชิล ล้างมือด้วยเจลลแอกอฮอล์ ก่อนมารับดูแลนักเรียนต่อ

ส่วนเด็กนักเรียนเมื่อผ่านการคัดกรองแล้วก็ต้องเปลี่ยนชุด เปลี่ยนหน้ากากผ้า ทำความสะอาดร่างกายและมือ เป็นต้น ส่วนนี้ขอให้ผู้ปกครองเตรียมหน้ากากผ้าสำหรับเด็กไปเพิ่มเติมในกระเป๋าด้วย นอกจากนี้ ครูยังต้องหาวิธีการรับมือการดูแลเด็กๆ ด้วย โดยเฉพาะเด็กใหม่ที่อาจจะต้องใช้เวลานานในการรับส่งต่อจากผู้ปกครอง หลังรับกลับบ้านก็ให้รีบพาเด็กกลับและอาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกายทันที

ส่วนเรื่องการทำกิจกรรมนั้น แนวคิดการให้เด็กทำกิจกรรมแบบกลุ่ม ไม่เกิน 6 คน ไม่ให้มีปฏิสัมพันธ์ข้ามกลุ่มหรือมีน้อยที่สุด แยกของใช้ส่วนตัว และของใช้เฉพาะกลุ่ม ก่อนใช้อุปกรณ์ต่างๆ ต้องล้างมือ หลังใช้เสร็จต้องล้างมือ และล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ของเล่นต่างด้วยยาฆ่าเชื้อ

การจัดที่นั่งรับประทานอาหาร ที่นอนกลางวันต้องเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร เป็นต้น ขอความร่วมมือผู้ปกครองหากเด็กป่วยให้หยุดอยู่บ้าน อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนต้องจัดให้มีห้องแยกกรณีถ้าเจอเด็กป่วยด้วย รวมถึงกรณีแค่มีความสงสัยให้แยกเด็กออกมาเลย แล้วประสานสถานพยาบาลให้เข้าไปดูแล

เมื่อถามถึงมาตรการติดตามและควบคุมมาตรการควบคุมการแพร่ในโรงเรียน พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ของภาครัฐมีประมาณ 2-3 หมื่นแห่ง อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงมหาดไทย โดยท้องถิ่น ส่วนสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในเอกชนได้คุยกับสมาคมฯ และเตรียมชุดการเรียนรู้สำหรับการดูแลเด็กแต่ละจุดๆ แล้ว 

ทั้งนี้การตรวจสอบมาตรฐานนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจอยู่แล้ว แต่ปัญหาคืออาจจะทำไม่ทั่วถึง จึงขอความร่วมมือจากผู้ปกครองเป็นหูเป็นตา ทำแบบประเมินส่งเข้ามาให้เจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อให้สามารถลงไปเจาะในบางส่วนที่ยังไม่สามารถทำได้ตามมาตรฐานได้  ส่วนหากมีการระบาดเกิดขึ้นก็เหมือนกับการระบาดของโรคอื่นๆ คือการพิจารณาปิดชั้นเรียน เป็นทั้งโรงเรียน และให้กรมควบคุมโรคเข้าไปดูแลต่อไป.


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 19