อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563

ถาม'บิ๊กป้อม'เรื่องปรับครม. คำตอบ'รอหลังโควิด-19'

เปิดใจ "บิ๊กป้อม" กับหลากหลายเรื่องราวทั้งปมในพรรคพลังประชารัฐ และการปรับครม. รวมถึงผลงานที่ตั้งใจทำเพื่อประชาชน ทั้งเรื่องน้ำ-ความยากจน-คนตกงาน-หนี้นอกระบบ พฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2563 เวลา 11.00 น.


...เมื่อโควิด-19 เบาบางจางลง การเมืองก็กลับมาคึกคักกันอีกรอบ โดยเฉพาะศึกใหญ่ในพรรคแกนนำรัฐบาล ที่ถูกคลื่นใต้น้ำซัดกระหน่ำเป็นระลอก เล่นเอาเก้าอี้ "หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ" ระส่ำไม่น้อย เพราะมีชื่อของพี่ใหญ่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ จะมาคุมทัพด้วยตัวเอง “ทีมข่าวการเมืองเดลินิวส์” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “บิ๊กป้อม” ที่มาเปิดใจในหลายประเด็น




Q : จะรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐหรือไม่

A : เป็นเรื่องของพรรค ในส่วนของผมก็ต้องดูก่อน ยังขอไม่ปฏิเสธและไม่ตอบรับ ทั้งนี้หลังจากที่ผมมาทำหน้าที่เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค ส.ส.ของพรรคก็พอใจ เพราะเรารู้จักกันมาตั้งแต่ตอนมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค และผมก็พอใจบทบาทของส.ส.ในพรรคเป็นอย่างมากในการทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน สนับสนุนประชาชนให้มีงานทำ โดยทุกคนเมื่อลงพื้นที่กลับมาก็ทำรายงานมาส่ง มีผบ.ภาคของพรรคทำหน้าที่คุมส.ส.แต่ละพื้นที่อยู่

Q : อะไรคือเงื่อนไขที่จะตัดสินใจรับหรือไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค

A : ยังไม่มีเงื่อนไขอะไร เพราะยังไม่ได้เตรียมการ ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของพรรค ที่ผ่านมา...พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ก็ไม่เคยถามว่าอยากเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ เรามีเรื่องอื่นคุยกันมากมาย ส่วนเรื่องที่ลือกันว่าผมกับนายกรัฐมนตรีชอบงอนกันก็ไม่จริง เราคุยกันทุกวัน สำหรับคลื่นใต้น้ำที่ชอบโจมตียอมรับว่าก็ต้องมีคนชอบและไม่ชอบบ้าง ซึ่งก็แล้วแต่คน ถามว่าผมจะมาเอาตำแหน่งอะไร เพราะไม่ได้คิดอะไร อยู่แบบนี้ก็โอเคแล้ว

Q : พรรคพลังประชารัฐถูกมองว่ามีหลายกลุ่มหลายก๊วน

A : “ไม่มีกลุ่ม ไม่มีก๊วน จริงๆแล้วในพรรคไม่มีอะไร ผมไปก็เรียบร้อยทุกที และ 100 กว่าคนก็อยู่กับผม ส่วนที่มีส.ส.พรรคพลังประชารัฐบางกลุ่มไปพบนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถูกมองว่ามีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายนั้น ยืนยันว่าไม่ได้มีแบ่งข้าง แต่ส.ส.เหล่านั้นต้องการหาโครงการไปลงพื้นที่ และหางบประมาณไปช่วยดูแลประชาชนเท่านั้น”

Q : เสียงชาวบ้านที่สะท้อนมา ต้องการให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาอะไร

A : เรื่องความยากจน และเรื่องการตกงาน โดยสั่งการให้กระทรวงแรงงานดำเนินการช่วยประชาชนทุกอย่าง ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ผมก็จะทำต่อไป สำหรับปัญหาเรื่องเศรษฐกิจตอนนี้คนยังออกมาทำงานได้ไม่เต็มที่ พอออกมาเต็มที่แล้วเราก็ต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก นายกรัฐมนตรีได้คิดเอาไว้แล้ว สั่งทุกเรื่องเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ทำงานหนัก ทำแต่งาน วันเสาร์-วันอาทิตย์ก็ทำแต่งาน โดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของชาวบ้าน และธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งเงินเยียวยาในรูปแบบต่างๆ สามารถคลายความเดือดร้อนให้กับประชาชนไปได้มาก ตั้งใจให้เงินถึงมือทุกคนโดยตรง แต่พบเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ดำเนินการไม่ถูกต้อง เราก็จะจัดการทันที พวกทุจริตไม่มีเลี้ยง จะต้องถูกลงโทษทันทีด้วย

Q : ห่วงหรือไม่ว่าหลังจากนี้จะมีการเคลื่อนไหวให้รัฐบาลเสียสมาธิอีก

A : ก็ดูแลอยู่เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ไม่ต้องการให้คนออกมาชุมนุม แต่การเลื่อนการบังคับใช้พ.ร.ก.การบริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 นั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่เป็นเรื่องของการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 เพราะหากกลับมาแพร่ระบาดอีกรอบจะเป็นเรื่องใหญ่ รัฐบาลยังรอดูต่ออีก 1 เดือน คาดว่าสถานการณ์จะนิ่ง

Q : พรรคก้าวไกลเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการใช้งบประมาณเงินกู้

A : เราพร้อมให้ตรวจสอบ ถามว่าควรหรือไม่ก็แล้วแต่ทางสภาฯจะพิจารณา เพราะรัฐบาลชุดนี้ซื่อสัตย์ตลอด นายกรัฐมนตรีไม่เคยโกง ไม่เคยบอกว่าจะเอาโครงการนั้นโครงการนี้

Q : เอกภาพภายในรัฐบาล และพรรคพลังประชารัฐเป็นอย่างไร

A : ผมยืนยันไม่มีอะไร ไม่มีกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ ตอนนี้เรามีแต่กลุ่มเดียวกัน ส่วนที่อยากให้ผมไปช่วยคุมนั้น ก็ต้องแล้วแต่ทางพรรคเขา ไม่ต้องห่วงเรื่องในพรรค สบายมาก

Q : หลังจากที่มีข่าวเรื่องพรรค ได้มีการพูดคุยกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีบ้างหรือไม่

A : ก็พูดคุยกันธรรมดาเรื่องงานต่างๆ ไม่ได้พูดคุยเรื่องอะไรเป็นพิเศษ ผมก็ไม่เคยทำอะไรใคร เพราะทำแต่งานอย่างเดียว และเราให้เสรีภาพของทางพรรค และสมาชิกพรรคดำเนินการ

Q : ให้ความสำคัญส.ส.แต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน จริงหรือไม่

A : ผมไม่ได้รักใครมากหรือรักใครน้อย อยากให้อยู่กันอย่างเรียบร้อย เมื่อเข้าไปในพรรคก็พูดเสมอว่าต้องไม่มีกลุ่ม ไม่มีพวก ต้องเป็นหนึ่งเดียว แล้วที่พูดกันว่าผมเชื่อแต่คนอยู่ใกล้เรื่องนี้ก็ไม่จริง ผมเชื่อทุกคนที่เข้ามาบอก ถ้ามีเรื่องเดือดร้อนอะไรก็มาบอก

Q : เปิดสภาแล้วจะมีการปรับครม. หรือไม่

A : "การปรับ ครม.ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่จะเมื่อไหร่ต้องรอให้ประเทศไทยคุมโควิด-19 ได้จนไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ เพราะต้องประเมินด้วยว่าช่วงระยะเวลาต่างๆ ที่มีการปลดล็อกนั้น มีคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือไม่ ส่วนการเปิดน่านฟ้านั้นตอนนี้ยังคงไม่เปิด มีเพียงแต่การอนุญาตให้ทำการบินภายในประเทศ แต่เราก็ต้องมีให้คนเข้ามาบ้าง โดยเฉพาะคนไทยในต่างประเทศที่กลับมาต้องมีใบรับรองแพทย์จากประเทศต้นทาง และต้องเข้ารับการกักตัวตามขั้นตอน ถ้าตรวจเจอพบว่าติดเชื้อเราก็ต้องกักไว้เพื่อทำการรักษา"

Q : เปิดสภาฯแล้วการเมืองจะยุ่งหรือไม่

A : อย่าไปคิดว่าจะยุ่ง เรื่องพ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับที่พิจารณาในสภาฯ เมื่อถามมา...ก็ตอบไป เพราะทุกคนมีความพร้อมตอบทุกอย่าง

Q : หากครบ 28 วัน คนในประเทศไม่มีติดเชื้อใหม่เพิ่มเติม จะมีโอกาสกลับมาค้าขายได้เหมือนเดิมหรือไม่

A : มีการวางแผนไว้อยู่ ซึ่งจะมีการผ่อนคลายในระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ตามมา ยืนยันว่ารัฐบาลเองไม่เคยล็อกไว้ว่าจะต้องประกาศใช้พ.ร.ก.การบริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เป็นเวลานานถึง 3 เดือน เพราะเดิมทีรัฐบาลคาดการณ์ว่าจะประกาศใช้เพียงเดือนเดียวเพื่อควบคุมโรค แต่ที่ประชุมชุดเล็กของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งแพทย์ และผู้ที่มีประสบการณ์ประเมินผลออกมาว่าจะต้องต่อพ.ร.ก.การบริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ได้เข้าร่วมประชุมชุดเล็กด้วย การแพร่ระบาดไวรัสโควิด -19 กระทบทุกสาชาอาชีพ คนจนหรือคนรวยก็โดนหมด

Q : โอกาสที่คนไทยจะกลับมาใช้ชีวิตปกติ ทุกอย่างเปิดหมดเมื่อใด

A : ขึ้นอยู่กับว่าเดือนมิ.ย.ตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็นอย่างไร เมื่อเปิดระยะ 3 และระยะ 4 แล้วเป็นอย่างไร เพราะเราไม่สามารถประเมินล่วงหน้าได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับทุกคน เราอย่าให้โรคกลับมาอีก

Q : การดูแลสถานการณ์น้ำในประเทศไทย

A : ผมมีความเป็นห่วงเรื่องน้ำท่วมที่ทางรัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการจัดการกับผักตบชวาที่ขวางทางน้ำไหล โดยเฉพาะในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำบางประกง ตอนนี้ทำได้ครึ่งเดียว ซึ่งต้องใช้เวลาอีก 1 เดือน แต่ทั้งนี้ปริมาณน้ำฝนปีนี้จะน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เพราะมีฝนตกต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ แต่ปี 62 เป็นปีที่ฝนตกน้อยที่สุด โดยได้มีการเตรียมแผนงานรองรับ เช่น การขุดบ่อน้ำบาดาล 1,000กว่าบ่อทั่วประเทศ  การขุดบ่อน้ำแก้มลิงต่างๆ เป็นการเตรียมน้ำสำรอง ซึ่งรัฐบาลทุ่มงบประมาณไปด้านนี้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เชื่อว่าปัญหาน้ำปีนี้จะน้อยกว่าปีที่แล้ว ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นวนเวียนไปมาระหว่างน้ำท่วมและน้ำแล้งทุกปีๆนั้น เป็นเพราะการก่อสร้างถนนต่างๆไปปิดทางน้ำ เมื่อเกิดฝนตกหนักถนนก็ขาด ทั้งที่เป็นทางน้ำไหลผ่านแต่กลับไปสร้างถนน แทนที่จะทำสะพาน นี่เป็นความง่ายของวิศวกรที่ออกแบบ สำหรับการแก้ไขปัญหาระยะยาวนั้น มองว่าเรื่องการทำเขื่อนกักเก็บน้ำต้องยุติไว้ก่อน เพราะแต่ละเขื่อนที่มีตอนนี้น้ำยังไม่เต็ม ตั้งแต่ตนมาดูแลเรื่องน้ำก็มีนโยบายไปว่าจะไม่สร้างเขื่อน

-----------------------------

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    69%
  • ไม่เห็นด้วย
    31%

บอกต่อ : 50