อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563

แนะพก'ฟ้าทลายโจร'ติดบ้าน เสริมภูมิ-ลดไข้หวัด

กรมแพทย์แผนไทยฯ ชี้หน้าฝน เสี่ยงป่วยไข้หวัด แนะพกฟ้าทลายโจรติดบ้าน รับทานเสริมภูมิต้านทาน ลดไข้หวัด น้ำมูก ได้ดี เผยจัดโครงการฟาร์มตัวอย่าง อมรมเกษตรกร ปลูกฟ้าทลายโจรทำยาคุณภาพ ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563 เวลา 13.17 น.


เมื่อวันที่ 29 พ.ค. นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้รับการอนุมัติเรื่องการวิจัยฟ้าทลายโจรในการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ยังไม่สามารถพูดได้ว่าจะช่วยรักษาโควิด-19 ได้หรือไม่ เพราะผู้ป่วยน้อย อย่างไรก็ตาม ฟ้าทลายโจรมีคุณสมบัติในการช่วยรักษากลุ่มอาการที่คล้ายหวัด โดยต้องใช้อย่างถูกต้อง หมายความว่าถ้าเป็นสารสกัดจากฟ้าทลายโจร ให้ใช้วันละ 60 มิลลิกรัมต่อวัน แบ่งรับประทาน 3-4 ครั้งก็ได้ แต่ถ้าเป็นลักษณะสมุนไพรบรรจุแคปซูล ไม่ใช่สารสกัดให้รับประทานถึง 6,000 กรัม หรือ 4 เม็ด 4 เวลา ถึงจะเป็นขนาดมาตรฐานถึงจะทำให้ได้แอนโดกราโฟไลด์เปรียบ 60มิลลิกรัมต่อวัน

นพ.มรุต กล่าวต่อว่า ช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวและเพราะปลูกใหม่ ทำให้หาผลิตภัณฑ์ฟ้าทลายโจรได้ยาก แต่เข้าใจว่าตอนนี้ในตลาดยังพอหาได้อยู่ ขณะที่กรมฯ ก็เตรียมผู้ผลิตให้ผลิตและจำหน่ายให้เพียงพอ พร้อมทั้งประสานเกษตรกรผู้ปลูกให้ซื้อขายได้ในราคาที่พอใจกัน นอกจากนี้ยังให้มีการทำคอนแทคฟาร์มมิ่ง ที่จะทำให้มีผลิตภัณฑ์จากฟ้าทลายโจรมากขึ้นใน 3-4 เดือนนี้ จริงๆ ได้ร่วมกันโครงการร่วมกับฟาร์มตัวอย่างในพรพะราชดำริของพระพันปีหลวง ซึ่งในส่วนนี้ศูนย์จิตอาสาได้เห็นชอบโครงการแล้ว และจะให้เกษตรกรเข้ามาฝึกและเรียนรู้การปลูกฟ้าทลายโจรจริง และนำมาผลิตยาฟ้าทลายโจรคุณภาพ

“แม้เรายังไม่ได้มีการวิจัยฟ้าทลายโจรรักษาโควิดในมนุษย์ แต่ฟ้าทลายโจรสามารถใช้เป็นยารักษาไข้หวัดได้ ช่วงหน้าฝนนี้โดยให้ใช้เมื่อเริ่มมีอาการ  เช่น เมื่อเริ่มมีไข้ ตัวร้อน หวัด แสบคอ ปวดเมื่อยเนื้อตัว รู้สึกไม่สบายตัวก็ให้เริ่มรับประทานตอนนั้น ซึ่งจะช่วยเสริมภูมิต้านทานด้วย เพราะมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแอนตี้เซฟติก ช่วยลดน้ำมูก ลดไข้ ปวดหัว ดังนั้นถ้ามีติดบ้านไว้ก็เป็นเรื่องดี เชื่อว่ารับประทานไม่กี่ครั้ง เช่นถ้าเป็นสารสกัดก็รับประทานไม่เกิน 2 วัน อาการจะดีขึ้น ถ้าไม่ดีขึ้นก็ไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยว่ามีการเจ็บป่วยจากสาเหตุอื่นหรือไม่” นพ.มรุต กล่าว.


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 21