อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563

หมอแนะโควิด'ไม่เป็น0' ก็ต้องอยู่แบบสมดุลไม่ประมาท

"หมอยง" โพสต์เฟซบุ๊ก ดูแลระดับประเทศช่วง "โควิด-19" ต้องยึดหลักความสมดุลย์ ชี้ไม่สามารถทำให้ตัวเลขเป็นศูนย์ได้ แต่ต้องทำให้ทุกคนสุขภาพดี และระบบสาธารณสุขรองรับผู้ป่วยได้ ขณะที่ระบบการศึกษาต้องปฏิรูปใหม่ อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563 เวลา 08.36 น.


เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เพจเฟซบุ๊กส่วนตัว "Yong Poovorawan" ระบุว่า ถึงโควิด-19 การดูแลระดับประเทศ จะต้องอยู่ในความสมดุลย์
อย่างที่เคยกล่าวไว้ว่า เราไม่สามารถทำให้ตัวเลขเป็นศูนย์ได้ แต่เราจะต้องให้ทุกคนอยู่ได้ สุขภาพดี และระบบสาธารณสุขรองรับผู้ป่วยที่จะเกิดขึ้นได้ และดูแลผู้ป่วยได้อย่างดี

ความสูญเสียทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคม ก็จะไม่เกิด ทุกอย่างจะต้องไปด้วยกันอย่างสมดุลย์ ผมเองยังเชื่อมั่นว่า มาตรการผ่อนปรน กับระบบสาธารณสุขที่จะต้องเข้าไปค้นหาผู้ป่วยอย่างรวดเร็วและควบคุมได้ ถ้าเกิดมีการระบาดหรือพบผู้ป่วยรายใหม่ และจำนวนผู้ป่วยจะต้องอยู่ในปริมาณที่ดูแลได้เป็นอย่างดี ทุกคนต้องช่วยกันอย่างเข้มแข็ง ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด 

การเปิดเรียนก็เช่นเดียวกัน จะต้องมีมาตรการเข้มข้น การศึกษาจะต้องเดินไปข้างหน้า ด้วยวิถีชีวิตใหม่ การเรียนจะหยุดอยู่ไม่ได้ เด็กทุกคนจะต้องได้มีการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นในสถานที่เรียน เรียนทางไกลหรือเรียนออนไลน์ จะต้องมาผสมผสานกัน เด็กเล็กมีความจำเป็นที่จะต้องเรียนในสถานที่เรียน ก็ต้องมีมาตรการเข้มข้น ทั้งลดจำนวนนักเรียน การดูแลสถานที่ แนวทางการปฏิบัติ เด็กโตที่เรียนออนไลน์ได้หรือเรียนทางไกลได้ ก็อาจจะผสมผสาน ด้วยการเรียนภาคปฏิบัติในสถานที่  หรือเรียนที่บ้าน ทำการบ้านที่โรงเรียน เป็นโอกาสแล้ว จะได้มีการปฏิรูปการศึกษา ให้อยู่แนวหน้าไปเลย

ในการเดินทางไปข้างหน้า เรารู้ว่ามีขวากหนาม แต่เราจำเป็นต้องเดิน เราก็จะต้องมีความระมัดระวังรอบคอบ มากยิ่งขึ้นให้เกิดอันตรายน้อยที่สุด ด้วยความไม่ประมาท ใครเคยเรียนเรื่องนกกางเขน พ่อนกจะสอนว่า ไม่ให้กลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิด บทเรียนในอดีต บทเรียนในต่างประเทศ จะช่วยสอนให้เราเดินหน้าไปได้อย่างปลอดภัย

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 37