อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563

ส.ส.พปชร.มั่นใจรัฐบาลทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

ส.ส.พรรคพลังประชารัฐขอบคุณรัฐบาลให้การเยียวยาชาวประมงและเกษตรกร ดูแล อสม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจบ้าน ที่ทำงานหนัก พร้อมเรียกร้องนักรบการเมืองร่วมมือรัฐบาลแก้ไขปัญหา อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563 เวลา 11.30 น.

น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ ส.ส.สมุทรปราการ เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อภิปรายขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ได้มีมาตรการเยียวยาให้กับเกษตรกร ซึ่งรวมถึงชาวประมงด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาหากมีการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร กลุ่มชาวประมงมักจะไม่ได้รับการช่วยเหลือ  และครั้งนี้ถือว่ารัฐบาลให้ความสำคัญเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับชาวประมง

พร้อมกันนี้ยังฝากไปยังรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณในการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันภาคธุรกิจ ให้กลุ่มชาวประมง ทั้งประมงพื้นบ้าน และประมงพาณิชย์ ที่นอกจากจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการทำงานแล้ว ยังสามารถที่จะส่งออกได้ 

พร้อมกับเชื่อว่าหาก พ.ร.ก.เราไม่ทิ้งกันออกมาแล้ว ครม.ให้ความสำคัญและนำไปเยียวยา อีกส่วนนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับภาคประชาชน เชื่อว่าการทำงานในภาคเกษตรกรในพืชผล และประมง จะสามารถที่จะนำเม็ดเงินมาหมุนในประเทศได้เป็นอย่างดี และมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ในการเยียวยาเงิน 5 พันบาทของรัฐบาล ได้รับคำชื่นชมจากประชาชนเป็นจำนวนมาก แต่ฝากไปถึงรัฐบาลหากจะมีการเยียวยาในอนาคตเกิดขึ้นอีก และภาครัฐจัดให้ลงทะเบียนผ่านระบบ AI นั้น ยังสามารถให้ผู้นำท้องถิ่นเข้าไปช่วยเหลือประชาชนควบคู่กันไปได้ด้วย เนื่องจากยังประชาชนบางส่วนยังไม่มีความรู้เรื่องของการลงทะเบียน  ทั้งนี้จะทำให้การลงทะเบียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

น.ส.ไพลิน  ยังอภิปรายถึงการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะงานด้านสาธารณสุข โดยขอขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาล ที่ทำงานอย่างเต็มกำลัง ทุ่มเทสรรพกำลังทุกอย่างที่จะช่วยให้วิกฤตการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ครั้งนี้ผ่านพ้นไปด้วย

รวมถึง อสม. ตำรวจกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่เข้ามาช่วยกันดูแล ตั้งจุดคัดกรอง จนสามารถลดการแพร่ระบาดในพื้นที่ได้ นอกจากนี้แม้จะเกิดวิกฤต แต่ประเทศยังได้เห็นถึงความรัก ความสามัคคีของคนไทย  พร้อมกับ ชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่เสียสละให้กับประเทศชาติ และทำให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้



ขณะที่นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส. นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายชี้แจงถึง พรก.กู้เงินทั้ง 3 ฉบับ เกิดจากภาวะที่ประเทศวิกฤตและฉุกเฉิน ในเรื่องของโรคภัยที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งฉุกเฉินในเรื่องของบุคลากรมีจำนวนจำกัด  ฉุกเฉินด้วยงบประมาณที่จะนำมาต่อสู้กับโรคร้าย รวมถึงการเยียวยาให้กับประชาชน  ดังนั้นจึงขอสนับสนุน พรก.กู้เงินทั้ง 3 ฉบับนี้อย่างเต็มที่ 
 
ทั้งนี้ยังชี้แจงการกู้เงิน มีความชัดเจนในกรอบวงเงินที่จะนำไปใช้เพื่อการแพทย์ สาธารณสุข เยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการฟื้นฟูประเทศ และที่สำคัญการใช้เงินยังเป็นการใช้ที่รอบคอบ  โดยผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จนทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์
 
ส่วนการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ด้วยการออกมาตรการต่างๆนั้น ยังได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จนเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ และให้ความน่าเชื่อถือ ชื่นชมว่าประเทศไทยมีการแพทย์ที่ดี มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันและปฏิเสธไม่ได้ว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้พ.ร.ก. ฉุกเฉินของรัฐบาล เพราะ ได้รวบรวมกฎหมายที่กระจัดกระจายอยู่ตามกระทรวงต่างๆ นำมาบูรณาการใช้ด้วยกัน จึงทำให้การสั่งการและการตัดสินใจเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
 
ขณะเดียวกัน พรก.ฉุกเฉิน ยังเป็นการกำหนดมาตรฐานกลางให้จังหวัดต่างๆได้ปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน และยังทำให้ผู้ปฏิบัติงานได้มั่นใจในการทำงาน
 
อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาของประเทศ ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังมีนักรบเสื้อกาวน์ คือ หมอ แพทย์ พยาบาล รวมถึง อสม. ที่เป็นมดงานในการกลั่นกรองในพื้นที่ทำงานอย่างเต็มที่   มีนักรบธุรกิจ ที่นายกได้เชิญมาให้มีส่วนร่วมในการดูแลฟื้นฟูประเทศ รับฟังข้อเสนอแนะด้วยตัวเอง ซึ่งทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ   แต่ยังเหลือนักรบทางการเมือง ที่ยังมะรุมมะตุ้มกันอยู่ โดยเชื่อว่าหากนักรบการเมือง มีความจริงใจในการช่วยกันฟื้นฟูดูแลประเทศจะชนะปัญหาอย่างแน่นอน

นางทัศนียา ยังแสดงความเป็นห่วงและฝากไปยังรัฐบาลว่าการกู้เงินในครั้งนี้ถือว่าเป็นเงินที่มาจากประชาชน ดังนั้นจึงอยากให้ได้กระจายถึงประชาชนอย่างทั่วถึง  โดยเฉพาะบุคคลที่ทำงาน อสม . กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจบ้าน ซึ่งเปรียบเหมือนหน้าด่านในการคุ้มครองรักษาท้องถิ่น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้คนเหล่านี้ได้ดูแลและช่วยเหลือประชาชน และงานรัฐบาลต่อไปอีกรวมถึงขอให้รัฐบาลนำเม็ดเงินในการกู้ครั้งนี้ ไปดูแลในเรื่องของภัยพิบัติ โดยเฉพาะภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้นในภาคอีสานอย่างหนัก โดยอยากให้จัดสรรเงินในการเร่งบูรณาการบริหารจัดการน้ำ   
 
พร้อมอยากจะฝากเป็นข้อคิดเกี่ยวกับเงินเยียวยาของรัฐบาล  ที่จะด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ที่ทำให้ประชาชนต้องมาร้องทุกข์ ทำให้ประชาชนต้องมากินยาฆ่าตัวตาย ทำให้ประชาชนต้องหลั่งน้ำตา ซึ่งจะเกิดจากความผิดพลาดอะไรก็ตาม ก็ขอให้รัฐบาลนำไปปรับปรุงแก้ไขในการเยียวยาครั้งต่อไป โดยอย่าให้เหตุการณ์เหล่านี้ เกิดขึ้นอีก



ด้านรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.เขต 1จังหวัดนครศรีธรรมราช อภิปรายมองว่าการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 เป็นภัยร้ายที่คุกคามประเทศ แต่ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการบริหารจัดการท่ามกลางวิกฤต ของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ที่มีการบูรณาการการทำงานโดยเฉพาะการตั้ง ศบค. ขึ้นมา และยังมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เป็นที่ชื่นชมจากนานาประเทศ
 
ขณะเดียวกันยังได้เห็นว่าน่าจะนำเงินภายใต้ พรก.กู้เงิน มาให้ความช่วยเหลือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  อสม. แพทย์ประจำตำบล หมออนามัย เพราะกลุ่มคนเหล่านี้น่าจะได้ปูนบำเหน็จ หลังสถานการณ์คลี่คลาย เนื่องจากที่ผ่านมาได้ปฎิบัติหน้าที่อย่างหนักในการต่อสู้กับโควิด-19 ทั้งนี้การปูนบำเหน็ด หรือเยียวยา อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่เสนอให้มีการพัฒนาองค์ความรู้ให้เป็นมืออาชีพ ในการเผชิญกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
 
รองศาสตราจารย์รงค์ ยังอภิปราย พรก.กู้ โดยเฉพาะงบสนับสนุนแผนงานรักษา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจ จำนวน 4 แสนล้านบาท  4 แผน คือแผนพัฒนาเพื่อความยั่งยืน เศรษฐกิจฐานราก เศรษฐกิจชุมชน การกระตุ้นการบริโภค และโครงสร้าพื้นฐาน  ซึ่งการพัฒนาความยั่งยืนนั้นอยากให้รัฐบาลเข้าไปดูแลเกษตรกรโดยเฉพาะเกษตรกรที่ทำแปลงย่อย จะทำอย่างไรเพื่อนำไปสู่การทำเกษตรกรแปลงใหญ่  รวมถึงเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน และมังคุด ทำอย่างไรให้ขายได้มีราคา เนื่องจากในพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ปลูกผลไม้  รวมถึงการเข้าไปดูแลการท่องเทียวชุมชน พร้อมต่อยอดและพัฒนา ภูมิปัญญาของชาวบ้าน
 
นอกจากนี้การพัฒนาโครงสร้าพื้นฐานไม่ใช่แค่การสร้างถนน สะพาน แต่อยากให้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม  ที่จะเยียวยาครอบครัว รวมถึงการพัฒนาโรงเรียน ให้มีความเข้มแข็งได้อย่างไร
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 17