อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563

ส.ส.พปชร.หนุน พ.ร.ก.ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ หนุน พ.ร.ก. ว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 เพื่อลดอุปสรรคในการทำงาน ในยุคดิจิทัล และสอดรับกับการทำงานในยุคที่จะต้องเว้นระยะห่างทางสังคมมากขึ้น อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563 เวลา 20.18 น.


เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ กล่าวสนับสนุน พ.ร.ก.ว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 ว่า สถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลก โดยมาตรการหนึ่งในการป้องกันคือการเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งเมื่อ พ.ศ.2557 ได้มีกฎหมายรองรับการประชุมด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว นั่นก็คือประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 74/2557 เรื่องการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการที่อาจยังไม่สอดรับกับมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคม และเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบที่รุนแรง ต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศประกอบกับเทคโนโลยีในปัจจุบันได้มีการพัฒนาที่ก้าวหน้าออกไปอย่างมาก

ทางรัฐบาลจึงได้ตราพระราชกำหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 ขึ้น เพื่อยกเว้นให้การประชุมบางประเภท ที่กฎหมายเดิมกำหนดให้ต้องประชุมแบบพบหน้ากัน สามารถที่จะประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และมีผลตามกฎหมายได้ แต่ก็ยังคงยกเว้นการประชุมบางประเภท เช่น การประชุมสภา การประชุมศาล การประชุมเพื่อจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน เป็นต้น พ.ร.ก.ดังกล่าวได้มีการประกาศใช้ไปแล้วเมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา



จากการศึกษา พ.ร.ก.นี้ ได้พบจุดเด่นหลัก ๆ หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการปลดล็อกข้อกำหนดในการให้องค์ประชุม 1 ใน 3 ต้องอยู่ในที่เดียวกัน และผู้เข้าร่วมประชุมต้องอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น เมื่อปลดล็อกแล้ว ทำให้เราสามารถประชุม ปรึกษาหารือและแสดงความคิดเห็น ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ แบบมีผลทางกฎหมาย โดยผู้ร่วมประชุมไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานที่เดียวกัน หรืออยู่ในประเทศ รวมไปถึงการปลดล็อกข้อกำหนดในการห้ามใช้การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในการประชุมลับ และยังเพิ่มเติมหลักการให้ผู้ร่วมประชุมสามารถที่จะลงคะแนนได้ ทั้งการลงคะแนนแบบเปิดเผย และการลงคะแนนลับ รวมไปถึงการกำหนดให้ถือว่าการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตาม พ.ร.ก.ฉบับนี้เป็นการประชุมชอบด้วยกฎหมาย และสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในกระบวนการพิจารณาตามกฎหมายได้ โดยห้ามไม่ให้มีการปฏิเสธ ในการที่จะรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตาม พ.ร.ก.นี้เพียงเพราะเหตุว่าเป็นข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์

ดร.พัชรินทร์ กล่าวว่า เนื่องจาก พ.ร.ก.อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563 ยังเป็นเรื่องที่ใหม่ จึงอยากขอให้มีความชัดเจนถึงแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อที่ทุกภาคส่วนจะได้นำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ยกตัวอย่างเช่น การเก็บข้อมูลการจราจรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ร่วมประชุม ที่กำหนดว่า ต้องเก็บไว้เป็นหลักฐาน มีขอบเขตเพียงใด มีวิธีการดำเนินการอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูลนั้น ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่สำคัญมาก อยากฝากหน่วยงานที่จะนำกฎหมายนี้ไปใช้ ให้ดูแล ควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลเหล่านี้ถูกเข้าถึงโดยผู้ไม่ประสงค์ดี พร้อมเสนอให้รัฐบาลคัดกรองผู้ให้บริการระบบการประชุมในขั้นต้น

เนื่องจากปัจจุบันเป็นเพียงการให้ผู้ให้บริการทำแบบประเมินตนเองเท่านั้น จึงอยากให้มีระบบคัดกรองเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนสามารถพิจารณาเลือกใช้ผู้ให้บริการระบบการประชุมที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงขอสนับสนุนพระราชกำหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2563เพื่อจะได้ลดอุปสรรคในการทำงาน ในยุคดิจิทัล และสอดรับกับการทำงานในยุคที่จะต้องเว้นระยะห่างทางสังคมมากขึ้น

สุดท้ายยังฝากท่านประธานสภาให้พิจารณาข้อบังคับการประชุม ในการปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อลดข้อจำกัด ให้สามารถทำงานให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างเต็มที่.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%