อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563

เปล่าก็อป!'ดีอีเอส'แจง'Thaiflix' แนวคิดแพลตฟอร์มบันเทิงไทย

“พุทธิพงษ์”แจง“Thaiflix”ไม่ใช่ชื่อทางการ แค่แนวคิดตั้งแพลตฟอร์มช่วยให้อุตสาหกรรมบันเทิงไทย เปล่าก็อปปี้ “Netflix” พฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2563 เวลา 17.23 น.


เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่รัฐสภา  นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทยถึงแนวคิดการสร้างแพลตฟอร์มไทย “Thaiflix” เป็นช่องทางขึ้นมาแข่งขันกับแพลตฟอร์มต่างประเทศ ว่า  เป็นแนวคิดที่ตนได้แนะนำในระหว่างการจัดประชุมทางไกล RoLD Virtual Forum : Living with COVID-19 ตอน "How to Empower Digital Citizenship in COVID-19 Era" เพื่อให้อุตสาหกรรมธุรกิจในหลายๆประเภทได้มีทางเลือกในการแข่งขันและหาโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ

ซึ่งแพลตฟอร์มของไทยเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เพราะคนไทยมีความคุ้นเคยกับการใช้แพลตฟอร์มของต่างประเทศ ทำให้รายได้จากการใช้แพลตฟอร์มไหลนั้นออกไปยังต่างประเทศ ดังนั้น หากมีแพลตฟอร์มของไทยใช้เอง จะมีข้อดี  จึงยกตัวอย่างอุตสาหกรรมภาพยนต์ที่เห็นภาพได้อย่างชัดเจน ทั้งละคร ภาพยนต์ เกมโชว์ และสารคดีของไทยที่ดีๆ มีมากมาย

“เรามีของดีในมือมาก ละคร หนัง เกมโชว์ต่างๆ แต่โดยปกติเราใช้ประโยชน์ครั้งเดียว เสร็จแล้วก็จบไป จึงยกตัวอย่างแพลตฟอร์มในลักษณะนี้อย่างเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ที่รวบรวมภาพยนตร์และละครจากหลายประเทศมารวมกันให้คนเข้าถึงสะดวกในการใช้งาน จึงคิดว่าคอนเทนต์หนังและละคร ไทยมีเยอะ เราจึงควรส่งเสริมให้เกิดการรวบรวม โดยรัฐบาลเป็นเจ้าภาพทำแพลตฟอร์มกลางให้เอกชนเอาคอนเทนต์มาใส่ และไม่ว่าใครจะอยู่ที่ไหนสามารถเปิดดูได้  ตอนนี้คนไปดูในยูทูบซึ่งก็เป็นคอนเทนต์หนึ่ง แต่บางทีเจ้าของหนังหรือละครไม่ได้อะไรเลย เม็ดเงินโฆษณาก็หายไปมาก 

ซึ่งการนำมารวมกันตรงนี้ก็คล้ายๆกับเน็ตฟลิกซ์ที่ทำให้คนไทยได้ชม และเนื้อหารายการบางอย่างที่มีคอนเทนต์ดีๆ ก็สามารถนำไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้  แต่คำว่า Thaiflix ยังไม่มีใครตั้ง เป็นเรื่องของแนวคิด การพูดเปรียบเทียบให้คนเห็นภาพและเข้าใจง่ายว่าถ้าไทยมีแพลตฟอร์มเป็นของตัวเอง เราจะสามารถทำอะไรได้บ้าง โดยที่รัฐบาลเป็นผู้สนับสนุน ตอนนี้เป็นแค่แนวคิด การที่จะผลักดันให้แนวคิดเกิดขึ้นได้ หัวใจสำคัญอยู่ที่ผู้ประกอบการของธุรกิจนั้นๆ กลุ่มลูกค้าหรือผู้ที่จะมาใช้บริการ แต่เนื่องจาก ก็ไม่สามารถที่จะไปต่อได้”รมว.ดิจิทัลฯ กล่าว

นายพุทธิพงษ์  กล่าวอีกว่า ส่วนกระแสตำหนิต่างๆ ตนคิดว่าการที่จะทำสิ่งใด ควรต้องมีแผนรองรับ ดูยุคสมัยและการเปลี่ยนแปลง ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ ก็ไม่รับฟัง แต่ถ้ายุคสมัยเปลี่ยนแล้วเราไม่คิดจะทำอะไรเลย เมื่อถึงเวลาแล้ว เราจะปรับไม่ทัน ตนจึงโยนแนวคิดนี้ออกมา ซึ่งถ้ามีคนสนับสนุน และมีคนสนใจ  ก็จะดำเนินการต่อ เพราะเราก็รับฟังทุกคน.



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 17