อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563

เปิด5แผนงานสธ.ใช้เงินกู้4.5หมื่นล้านสู้โควิด-19

สธ.เผย 5 แนวทาง ใช้เงินกู้ 4.5 หมื่นล้าน ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2563 เวลา 17.30 น.


เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงแผนการใช้งบประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 (1 ล้านล้านบาท) ว่า งบฯ 4.5 หมื่นล้านบาทนั้น จะใช้ในภาพรวมระบบสาธารณสุขทั้งประเทศ ไม่ใช่กระทรวงสาธารณสุขหน่วยงานเดียว

โดยจะกระจายอาสาสมัครสาธารณสุข รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบล รพ.ทุกระดับ สปสช. โรงเรียนแพทย์ รพ.สังกัดอื่น ๆ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ระบุว่าให้ใช้จ่ายงบฯ อย่างคุ้มค่า กระจายทุกภาคส่วน โปร่งใส มีส่วนร่วม และคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก เพื่อลดการติดเชื้อ ควบคุมการระบาดระลอกใหม่
 
ทั้งนี้ได้กำหนดการใช้งบฯ 5 แผนงาน คือ 1.แผนงานหรือโครงการเพื่อรองรับค่าใช้จ่าย ค่าเยียวยา ค่าชดเชย และค่าเสี่ยงภัย สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง และค่าใช้จ่ายในการจัดหาผู้ชำนาญการทั้งในประเทศและต่างประเทศ  2.แผนงานหรือโครงการเพื่อจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุข ยารักษาโรค วัคซีนป้องกันโรค และห้องปฏิบัติการทางการแพทย์

3.แผนงานหรือโครงการเพื่อค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการบำบัดรักษา ป้องกันควบคุมโรค การวิจัยพัฒนาทางการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อการฟื้นฟูด้านสาธารณสุข 4.แผนงานหรือโครงการเพื่อเตรียมความพร้อมด้านสถานพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในการกักตัวผู้มีความเสี่ยงในการติดโควิด และ 5. แผนงานหรือโครงการเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19
 
นพ.สุขุม กล่าวอีกว่า การใช้จ่ายงบฯ ดังกล่าว จะมีคณะกรรมการติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ หากไม่เพียงพอจะเรียนรองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ประสานของบเพิ่ม เน้นนโยบายเร่งด่วน เช่น ค่าใช้จ่ายการกักตัวในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) การวิจัยพัฒนา และจัดซื้อจัดหาวัคซีนในอนาคต เป็นต้น.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%