อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 ธันวาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 1 ธันวาคม 2564

'นพ.ชาญชัย'รายงานตัวสธ. โวยตั้งข้อหาแรง-ปัดทุจริต

หมอชาญชัย ยื่นอุทธรณ์ คำสั่งปลัด สธ.โยกพ้น รพ.ขอนแก่น พร้อมหอบหลักฐาน ส่งถึง “อนุทิน” หลังเปิดช่องให้ความเป็นธรรม เผย 8 มิ.ย.เดินหน้าร้อง ก.พ.ค.ต่อ แจงยิบ การจัดซื้อยารพ.ผ่านระบบแข่งขัน พร้อมแจงไทมไลน์ เปิดกองทุนรพ.ขอนแก่น      เสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2563 เวลา 06.20 น.


เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข  นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น เดินทางเข้ามารายงานตัวที่กองบริหารการสาธารณสุข หลังถูกย้ายจาก รพ.ขอนแก่น เพื่อเปิดทางให้มีการสอบวินัยร้ายแรงกรณีคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องรับเงิน 5 % จากบริษัทยาเข้ากองทุนพัฒนารพ.ขอนแก่น โดยนพ.ชาญชัย ใช้เวลาในการรายงานตัวประมาณ 10 นาที ก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว

นพ.ชาญชัย กล่าวว่า วันนี้มีคำสั่งให้มาปฏิบัติงานที่กองบริหารงานสาธารณสุข และได้ยื่นหนังสืออุทธรณ์คำสั่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขในกรณีนี้ด้วย เป็นการอุทธรณ์ตามสิทธิ ส่วนวันที่ 8 มิ.ย. นี้ จะไปยื่นขอความเป็นธรรมที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ต่อไป ทั้งนี้ความพยายามในการย้ายตนออกจากขอนแก่น 2 ครั้งนั้น ไม่กล้ามองว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไร ตนเป็นข้าราชการทำงานที่ไหนก็ได้ แต่การตั้งข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวง ข่มขู่พยาน ถือเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรงมาก ซึ่งขอยืนยันว่าตนไม่ได้ทำอะไรเช่นนั้น ไม่เคยเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองแม้แต่บาทเดียว

ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ระบุว่ายินดีให้ตนได้นำหลักฐานมาแสดงความบริสุทธิ์ ถ้าท่านให้โอกาสก็จะนำหลักฐานไปแสดงให้ท่านทราบ อาทิ หลักฐานทางการเงิน การบัญชี ข้อมูลการไหลเวียนทางบัญชี ทั้งหมด ซึ่งเป็นข้อมูลที่กรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้ไปไม่ครบตั้งแต่แรก ซึ่งไม่ใช่หลักฐานใหม่ เป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว ทางการเงินเป็นผู้จัดทำเพื่อตรวจสอบซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นข้อมูลน่าจะยื่นต่อกรรมการสอบข้อเท็จจริงไปแล้วเหมือนกัน  

เมื่อถามว่าเงินบริจาคไม่สามารถรับเข้ากองทุนพัฒนารพ.ขอนแก่น นพ.ชาญชัย กล่าวว่า เงินบริจาคอยู่ที่ผู้บริจาค ใครบริจาคก็จะเข้าสู่กองทุนบริจาครพ.ขอนแก่น ซึ่งตั้งระเบียบไว้ในเดือน มิ.ย.2561 แต่กองทุนพัฒนารพ. เปิดตั้งแต่ปี 2560 และมติ ครม. ซึ่งเสนอโดยป.ป.ช. ออกมาเดือนมี.ค.2561 ทั้งนี้การที่ระเบียบเงินบริจาคออกช่วงเดือน มิ.ย.2561 เนื่องจากเงินโครงการวิ่งก้าวคนละก้าว แต่กว่าเงินนั้นจะโอนก็ประมาณ ส.ค. และกว่าจะทำระเบียบการรับการจ่ายก็ต้องใช้เวลา ซึ่งเดิมเปิดบัญชีผิดใช้ชื่อว่า ก้าวคนละก้าว ก็เปลี่ยนเป็นเงินบริจาคของรพ.ขอนแก่น ซึ่งตอนแรกคณะกรรมการบริหารกังวลว่า เงินที่วิ่งได้ 100 กว่าล้านบาทจะนำมาเข้ากองทุน และจะมีเงินอื่นมาปนหรือไม่ จึงยังไม่เอามาเข้า แต่เมื่อเดือน พ.ย. 2561 ก็ได้ปิดกองทุนทุกกองทุนให้ไปอยู่ในรวมของกองทุนบริจาค รพ.ขอนแก่นทั้งหมด

ซึ่งตนเจตนาทำตามระเบียบโดยเคร่งครัด แต่จะเห็นได้ว่าระเบียบเหลื่อมกัน เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน  โดยการบริจาคจะมี 3 อย่างเท่านั้น คือ 1.เงินสวัสดิการตามระเบียบสำนักระเบียบนายกรัฐมนตรี สามารถบริจาคเข้าได้ 2.เงินบริจาคของรพ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นเงินบำรุง ลดหย่อนได้ 2 เท่า และ 3.เงินมูลนิธิรพ.ขอนแก่น ลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า และยังมีมูลนิธิอื่นๆที่ไม่ใช่ตนเป็นประธาน  เช่น มูลนิธิสมเด็จพระพุฒจารย์(อาจ อาสภมหาเถร”  ซึ่งไม่ได้เคลื่อนไหว กรรมการส่วนหนึ่งเป็นพระ

เมื่อถามถึงกรณีมีการตรวจสอบพบว่ายอดบริจาคของบริษัทยามีความสัมพันธ์กับยอดการจัดซื้อยา นพ.ชาญชัย กล่าวว่า เราไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์ ถ้าตามระเบียบมี.ค. 2561 การเรียกรับผลประโยชน์ต้องมีเงื่อนไขในการรับ แปลว่าถ้าไม่จ่าย เราจะไม่ซื้อยา ตรงนี้ไม่มีเด็ดขาด เพราะการจัดซื้อจัดจ้าง กับการรับบริจาคคนละโต๊ะกัน  ไม่ได้เชื่อมโยงกัน

อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบว่าบริษัทไหนจะมีงบประมาณเท่าไหร่ที่จะบริจาค สุดแท้แต่เขา บางบริษัทก็มี 5% บางแห่งน้อย หรือมากกว่านั้น ซึ่งตนก็ไม่ทราบ แต่การจะซื้อหรือไม่ซื้อยาของรพ.ขอนแก่น จะขึ้นอยู่กับการประมูล การสอบราคายาโดยพัสดุ โดยเภสัช และเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง ทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้ และราคายาที่ต่อรองลดลงได้มากกว่า 5 % อีก ช่วยให้รพ.ประหยัดได้ 100 ล้านบาทภายในปีเดียว มีหลักฐานทางเภสัช 3 -5 ปีย้อนหลัง

“จากการประมูล ทำให้การซื้อยา 100% ของ รพ.ขอนแก่น ต่ำกว่าค่ากลางของประเทศไทย และยาที่ราคาถูกที่สุดในประเทศ มี 30% แล้วจะบอกว่าเรียกรับเงินได้อย่างไร ที่มากกว่านั้น คือเรามีการจัดซื้อยาร่วมระดับเขตสุขภาพ คือราคาเท่ากันทั้งร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ เป็นต้น และส่วนที่ถูกลงก็ไม่ได้สัมพันธ์กับยอดบริจาค เพราะเงินบริจาคจะเป็นสิ่งที่เขาบริจาคเอง ทั้งที่การจัดซื้อยาราคาถูกอยู่แล้วไม่เกี่ยวกัน รพ.ไม่ได้เรียกร้องว่าถ้าไม่ให้แล้วไม่ซื้อยา ไม่มีในส่วนนี้ และหลายบริษัทที่ไม่ได้บริจาคแม้แต่บาท แต่ก็ได้ขายยาให้รพ.ถึง 200-300 ล้านบาท  เพราะชนะประมูล” นพ.ชาญชัย กล่าว และว่า กังวลกรณีมีรายงานว่าจะตั้งนพ.พิทักษ์พล บุณยมาลิก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 11 เป็นคนสอบวินัย อยากให้ทำตามธรรมาภิบาลของกองวินัยอยู่แล้วดีกว่า  

ส่วนกรณีที่เพจชมรมแพทย์ชนบทได้โพสต์รายละเอียดการนำเงินบริจาคไปใช้จ่ายที่มีรายการเดินทางไปต่างประเทศนั้น นพ.ชาญชัย ชี้แจงว่า เป็นข้อมูลที่ตนออกมาเอง ซึ่งเงินนี้จะมีการนำไปใช้ 3 ด้านคือ 1.ด้านครุภัณฑ์ และเวชภัณฑ์การแพทย์ 2.ด้านอาคารสถานที่ สิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อเอื้อต่อการดูแลผู้ป่วย  และ3. ด้านพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะมีบุคลากรมาฝึกเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ

ที่ผ่านมามีการเอ็มโอยูกับประเทศญี่ปุ่น โดยจะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู่กัน ซึ่งได้นักวาการเราได้นำเปเปอร์ไปนำเสนอที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตนไม่ได้ไปด้วย ส่วนที่ไปไต้หวันเพื่อประชุมวิชาการ และรับรางวัลเกี่ยวกับการวิจัยในมนุษย์ ซึ่งเปรียบเสมือน HA เมืองไทย ตรงนี้ตนเดินทางไปด้วยในฐานะหัวหน้าหน่วยงาน ย้ำว่าไปตามภารกิจ เพื่อรพ.ขอนแก่น ไม่ใช่ไปเที่ยว ไม่มีอะไรหมกเม็ด.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 25