อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563

ขอโทษ!'แพทยสภา'แจงยิบ 'ประกาศหน้าที่ผู้ป่วย 10 ข้อ'

แพทยสภา ขอโทษ ประกาศหน้าที่ผู้ป่วย 10 ข้อ ทำเข้าใจผิดมีโทษตาม กฎหมาย แจงแค่ประกาศขอแนะนำ ขอความร่วมมือ หวังผลการรักษาดี ยกตัวอย่างโควิด-19ผู้ป่วยปกปิดข้อมูล ทำบุคลากรสธ.ติดเชื้ออื้อ อังคารที่ 30 มิถุนายน 2563 เวลา 17.14 น.


จากกรณีการออกประกาศแพทยสภาเรื่องหน้าที่ผู้ป่วย 10 ข้อ ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาเกิดกระแสวิพากษ์ และข้อกังวลว่าหากไม่ปฏิบัติตามจะมีการลงโทษตามกฎหมาย 

วันนี้(30มิ.ย.) นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ชี้แจงว่า ประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่โรคโควิด-19 ระบาด ทำให้มีผู้ป่วยจำนวนมากไม่กล้าเปิดเผยความจริง จนทำให้มีบุคลากรการแพทย์จำนวนมากติดเชื้อโควิด -19 ดังนั้นจึงมีการออกประกาศหน้าที่ผู้ป่วยนี้ขึ้น ซึ่งไม่ใช่กฎหมาย ไม่มีโทษ เป็นเพียงคำแนะนำที่จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อผลประโยชน์ของผู้ป่วย

โดยขอให้ผู้ป่วยให้ประวัติตามจริง ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้ผู้รักษาเกิดการติดเชื้อ แล้วผู้ป่วยก็ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง นอกจากนี้ เมื่อแพทย์ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวอย่างไร แล้วมีการทำตาม จะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เนื่องจากประเทศเรา ทรัพยากรมีจำกัด การรักษา การใช้ การบริการ เราจะเห็นว่าในช่วงโควิดเครื่องช่วยหายใจมีจำกัดจึงต้องช่วยกันถนอมรักษา และแบ่งปันกัน ตามความจำเป็น และที่สำคัญ ในช่วงก่อนหน้านี้ ที่มีปัญหามีผู้ก่อความรุนแรง ตีกันในรพ. ทำให้ข้าวของอุปกรณ์เสียหาย ในส่วนนี้จะมีโทษตามกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ใช่กฎหมายของแพทยสภา จึงต้องเตือนกันไว้ แม้แต่การถ่ายรูปผู้ป่วยในรพ.อาจจะมีการติดภาพญาติ คนไข้คนอื่นๆ ในรพ. ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องเคารพสิทธิคนอื่นด้วย

นพ.อิทธพร กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม แพทยสภาต้องขออภัยที่ประกาศดังกล่าวทำให้เกิดการเข้าใจผิด ขอย้ำว่าประกาศดังกล่าวไม่ได้มีการจำกัดสิทธิแต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อปี 2558 แพทยสภา ได้มีการออกประกาศเรื่อง สิทธิผู้ป่วยแล้วด้วย โดยสามารถขอการรักษาได้ แต่เมื่อมีสิทธิแล้ว ก็ต้องมีหน้าที่ในการดูแลตัวเอง และปฏิบัติตามคำแนะนำการรักษา ช่วยกันรักษาอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อให้ผลการรักษาที่ดี การร่วมมือของผู้ป่วยเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่จะนำไปสู่ชัยชนะต่อโรคภัย ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุด คือการต่อสู้กับโควิด-19 ที่เราชนะในยกแรกมาแล้ว ก็เกิดจากการร่วมมือของประชาชน ถ้าผู้ป่วย แพทย์ ประชาชนไม่ร่วมมือกันไม่มีทางชนะ เป็นอันดันดับต้นๆ ของโลก.

สำหรับประกาศ แพทยสภา ดังกล่าว ใจความระบุว่า ด้วยกระบวนการรักษาพยาบาลภายใต้การดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมนั้น ทุกอย่างล้วนเป็นไปเพื่อมุ่งหวังให้ผู้ป่วยพ้นจากความเจ็บป่วยและทุกข์ทรมานอันเนื่องมาจากโรคภัยไข้เจ็บเป็นสำคัญ แต่นอกเหนือจากความพยายามของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและบุคลากรสาธารณสุขแล้ว หนึ่งในปัจจัยสำคัญอันจะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้ คือ “การได้รับความร่วมมือจากผู้ป่วย”

แพทยสภา จึงออกประกาศเรื่อง “หน้าที่อันพึงปฏิบัติของผู้ป่วย” 10 ข้อ ข้อ 1 การเอาใจใส่และดูแลสุขภาพของตนเอง รวมทั้งการปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในกระบวนการรักษาพยาบาล ทั้งนี้ หากผู้ป่วยเห็นว่าไม่อาจทำตามคำแนะนำดังกล่าวได้ ผู้ป่วยควรแจ้งให้ทราบโดยทันที เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน 

ข้อ 2 ผู้ป่วยพึงเปิดเผยข้อมูลด้านสุขภาพ “ที่เป็นจริงและอยู่ในความรับรู้” ของผู้ป่วย แก่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทั้งนี้ เพื่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจะได้รับทราบข้อมูลด้านสุขภาพทั้งหมด อันจะเป็นประโยชน์ต่อการให้การรักษาพยาบาลและป้องกันมิให้เกิดผลเสียร้ายแรงต่อตัวผู้ป่วยเอง และต่อผู้ป่วยรายอื่น รวมทั้งบุคลากรสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 3 ผู้ป่วยพึงปฏิบัติตามระเบียบที่สถานพยาบาลกำหนดไว้ 

ข้อ 4 ผู้ป่วยพึงตระหนักว่าการใช้สิทธิการรักษาพยาบาล รวมทั้งสิทธิผู้ป่วยตามที่กำหนดไว้ ต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิของผู้ป่วยท่านอื่น 

ข้อ 5 ผู้ป่วยพึงหลีกเลี่ยงการกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและบุคลากรสาธารณสุข หากมีกรณีที่ผู้ป่วยไม่เห็นด้วยต่อการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว ท่านสามารถให้คำแนะนำหรือใช้สิทธิร้องเรียนได้ตามระเบียบปฏิบัติของสถานพยาบาลนั้นๆ 

ข้อ 6 ผู้ป่วยพึงตระหนักว่า ห้องฉุกเฉินเป็นสถานที่ซึ่งจัดเตรียมไว้เป็นการเฉพาะ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ตกอยู่ใน “ภาวะเร่งด่วนและเป็นภยันตรายอันใกล้ต่อชีวิต” เป็นสำคัญ บุคลากรสาธารณสุขจะให้การรักษาตามลำดับความเร่งด่วนทางการแพทย์เป็นสำคัญ ดังนั้นพึงหลีกเลี่ยงหรืองดเว้นการกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบของบุคลากรในห้องฉุกเฉิน

ข้อ 7 ผู้ป่วยพึงตระหนักว่า “ทรัพยากรในระบบสาธารณสุขมีราคาแพงและมีจำนวนจำกัด” ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมร่วมกับสถานพยาบาลจึงจำเป็นต้องมีมาตรการในการจัดสรรการใช้ทรัพยากรอันมีค่าอย่างระมัดระวัง การกระทำการใดๆ ของผู้ป่วยโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรอันมีค่า และส่งผลเสียร้ายแรงต่อการรักษาพยาบาลของตัวผู้ป่วยเอง รวมทั้งต่อผู้ป่วยท่านอื่น 

ข้อ 8 ผู้ป่วยพึงเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของบุคลากรสาธารณสุขและผู้ป่วยท่านอื่นในสถานพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้ามกระทำการถ่ายรูป บันทึกเสียงหรือภาพเคลื่อนไหว รวมทั้งกระทำการอื่นใดที่คล้ายคลึงกันนี้ โดยมิได้รับความยินยอมก่อน.

ข้อ 9 ผู้ป่วยพึงตระหนักว่า “เอกสารลงนามในการให้ความยินยอมเพื่อรับการรักษาพยาบาล” เป็นเอกสารสำคัญที่ให้รายละเอียด ตลอดจนข้อจำกัดและความเสี่ยงของการรักษาพยาบาล ดังนั้น ก่อนทำการลงนามในเอกสารดังกล่าว ผู้ป่วยต้องอ่านและทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อน ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยหรือมีความไม่เข้าใจใดๆ ควรสอบถามผู้เกี่ยวข้องก่อนการลงนามทุกครั้ง

ข้อ 10 ผู้ป่วยพึงตระหนักว่า การละเลยหรือไม่ปฏิบัติตามรายละเอียดข้างต้น อาจส่งผลเสียต่อการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยเอง และในบางกรณี หากเกิดความเสียหายต่อสถานพยาบาล หรือผู้ป่วยท่านอื่น ท่านอาจได้รับโทษตามที่กฎหมายบัญญัติ.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    82%
  • ไม่เห็นด้วย
    18%

บอกต่อ : 15