อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563

ราชกิจจาฯประกาศ3ฉบับ ขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉินถึง31ก.ค.

ราชกิจจานุเบกษฯเปิดประกาศ 3 ฉบับ ขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่ว ปท.1-31 ก.ค. ให้ประกาศ-คำสั่งนายกฯตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯมีผลใช้ต่อไป เพื่อป้องกัน"โควิด-19"ระบาดระลอกใหม่ อังคารที่ 30 มิถุนายน 2563 เวลา 22.52 น.


เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศที่เกี่ยวกับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 3 ฉบับซึ่งลงนามโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แก่ ฉบับที่ 1 ประกาศ เรื่องการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 3) ซึ่งมีใจความว่า  เพื่อควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ไม่ให้นำไปสู่การระบาดระลอกใหม่ จึงมีความจำเป็นต้องขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีกคราวหนึ่ง แต่การขยายระยะเวลาในคราวนี้ไม่ได้มุ่งที่จะห้ามหรือจำกัดการดำเนินกิจกรรมหรือกิจการใดๆ แต่มุ่งประโยชน์เพื่อการบูรณาการความรับผิดชอบและการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย

นอกเหนือไปจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2548 เพื่อให้การเฝ้าระวังการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคในห้วงเวลาที่ประเมินว่ายังคงมีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรค ภายหลังจากที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ด้วยการให้กิจการและกิจกรรมต่างๆ สามารถเปิดด าเนินการได้มากขึ้น เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวเป็นไปโดยมีเอกภาพ มีประสิทธิภาพ รวดเร็วทันต่อสถานการณ์ มุ่งรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยในด้านสุขภาพและชีวิตของประชาชนเป็นสำคัญ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548  นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามมติเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2663 จึงให้ขยายระยะเวลาการใช้บังคับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีกคราวหนึ่ง สำหรับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปควบคู่กัน  ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1-31 ก.ค.2663

ฉบับที่ 2 ประกาศ เรื่องการให้ประกาศที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ  โดยระบุว่า  เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติการป้องกัน แก้ไข ระงับยับยั้ง ฟื้นฟู หรือช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา  7 มาตรา 8 และมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 นายกรัฐมนตรีจึงให้บรรดาข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่งที่นายกรัฐมนตรีกำหนดขึ้นตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มี.ค.2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และตามประกาศขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่านายกรัฐมนตรีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น  ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2663 เป็นต้นไป

ฉบับที่ 3 ประกาศเรื่องการให้ประกาศที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ โดยระบุว่า  ตามที่ได้มีประกาศ เรื่องการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 3) ลงวันที่ 30 มิ.ย.2563 นั้น เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติการป้องกัน แก้ไข ระงับยับยั้ง ฟื้นฟู หรือช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548  คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงมีมติให้บรรดาประกาศที่ครม.กำหนดขึ้นตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มี.ค.2563  และคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 5/2563 เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548  ลงวันที่ 25 มี.ค.2563  และที่แก้ไขเพิ่มเติม ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าครม.จะกำหนดเป็นอย่างอื่น  ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2563 เป็นต้นไป


อ่านประกาศฉบับเต็มได้ที่..

ประกาศเรื่องการให้ประกาศที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ

ประกาศ เรื่อง การให้ข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่งที่นายกรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ

ประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 3)

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

บอกต่อ : 17