อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

เปิดแผนชป.เพิ่มน้ำต้นทุน ช่วย19 ล้านไร่ ใน20ปี

กรมชลฯ มุ่งสร้างและพัฒนาแหล่งน้ำตามยุทธศาสตร์ชาติ เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน13,000 ล้านลบ.ม. และพื้นที่ชลประทานตามเป้าหมาย พุธที่ 8 กรกฎาคม 2563 เวลา 07.05 น.


นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาแหล่งน้ำ เพิ่มพื้นที่ชลประทาน บริหารจัดการน้ำ และการป้องกันภัยทางน้ำ ด้วยการทำงานให้สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยมีเป้าหมายในการดำเนินโครงการที่จะพัฒนาแหล่งน้ำใน 20 ปีข้างหน้า ให้น้ำมีน้ำต้นทุนประมาณ 13,000 ล้าน ลบ.ม.และเพิ่มพื้นที่ชลประทานประมาณ 19 ล้านไร่



ซึ่งกรมชลประทานเดินหน้าพัฒนาแหล่งน้ำจากเดิมที่มีอยู่ เพิ่มความจุของอ่างเก็บน้ำ และการพัฒนาแหล่งน้ำใหม่ สร้างอ่างเก็บน้ำ สร้างประตูระบายน้ำ หรือการสูบกลับ การผันน้ำข้ามลุ่ม เช่น การผันน้ำลงมาเขื่อนแม่กวง จังหวัดเชียงใหม่ โดยผันจากแม่น้ำแม่แตง และไหลผ่านแม่น้ำปิง ผันน้ำมาลงเขื่อนแม่งัดและผันจากแม่งัดลงสู่แม่กวง เพราะการผันน้ำข้ามลุ่มจะช่วยเพิ่มบริมาณน้ำให้เขื่อนแม่กวงได้มากถึงปีละ 160 ล้าน ลบ.ม.



และอีกโครงการ คือ โครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา ที่เก็บน้ำได้ประมาณ 295 ล้าน ลบ.ม. หลังสร้างเสร็จสามารถตัดยอดน้ำได้ทำให้น้ำไม่ท่วมอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จากเดิมต้องซื้อน้ำมาใช้กับเครื่องมือแพทย์ เพราะน้ำเค็มดันขึ้นสูง แต่ปัจจุบันไม่ต้องซื้อน้ำอีกเลย นอกจากนี้ในหน้าแล้งยังสามารถส่งน้ำไปช่วยพื้นที่การเกษตรได้ประมาณ 100,000ไร่



ส่วนอีกโครงการหนึ่งที่กำลังดำเนินการ คือโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีความจุประมาณ 73-75ล้านลบ.ม. พื้นที่ประมาณ 50,00ไร่ เมื่อก่อสร้างเสร็จ จะตัดยอดน้ำและเก็บน้ำได้ โดยโครงการต่างๆเหล่านี้ที่กรมชลประทานดำเนินการ สามารถเพิ่มปริมาณน้ำได้อย่างแน่นอน รวมทั้งอีกโครงการที่มีความสำคัญเช่นกัน คือ การบรรเทาอุทกภัยเมืองหาดใหญ่ มีการวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพลำคลองเดิม โดยปรับรูปแบบให้ระบายน้ำได้ จาก 465 ลบ.ม./วินาที เป็น 1200ลบ.ม./วินาที



ซึ่งในแผนการพัฒนา กรมชลประทานจะเน้นการพัฒนาแหล่งน้ำตามศักยภาพของลุ่มน้ำ และการน้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ คือ ด้านบนจะเป็นการกักเก็บหรือตัดยอดน้ำโดยการสร้างอ่างเก็บน้ำ ตรงกลางจะทำหน่วงน้ำ บริหารจัดการด้วยการขุดขยายคลองและทำอาคารประตูน้ำเป็นช่วงๆ ส่วนปลายน้ำต้องทำให้ไหลลงสู่ทะเลโดยเร็ว โดยวางแผนการดำเนินงานไดว้ในทุกภาคของประเทศไทยภายใต้เงื่อนไข คือ จัดหา คือการจัดหาแหล่งน้ำว่ามีพื้นที่ตรงไหนเหมาะสมกับการสร้าง จัดเก็บ คือการพัฒนาแหล่งน้ำว่าควรจัดเจ็บน้ำอย่างไร จัดสรร คือการจัดสรรน้ำให้ทุกๆคนและทุกภาคส่วนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ





นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเสริมว่า จากการดำเนินโครงการต่างๆในการพัฒนาแหล่งน้ำที่มีทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ นอกเหนือจากความสำเร็จในการเดินตามแผนยุทธศาสตร์ เพื่อการเพิ่มพื้นที่ชลประทานอย่างน้อยปีละ 350,000 ไร่ ตามแผนเพิ่มพื้นที่ชลประทาน 19 ล้านไร่ภายใน 20 ปี



กรมชลประทานเน้นการทำงานแบบบูรณาการเพื่อความสำเร็จและการปรับตัวในการทำงาน ที่เน้นสร้างประโยชน์เพื่อประชาชนเป็นหลัก แม้อยู่ในช่วงก่อสร้าง แต่ก็เก็บน้ำทุกหยดไว้ได้ด้วยการผันน้ำจากลำคลองเดิมที่มีอยู่มาเก็บกักไว้เพื่อส่งต่อให้กับประชาชนใช้ประโยชน์ทั้งภาคการเกษตร-อุปโภคบริโภคได้ โดยไม่กระทบการก่อสร้างแต่ทำควบคู่กันไป จนเกิดความมั่นคงทางน้ำ การพัฒนาแหล่งน้ำ เพิ่มพื้นที่ชลประทาน บริหารจัดการน้ำและการป้องกันภัยทางน้ำที่มีประสิทธิภาพต่อไป

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 20