อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 กันยายน 2563

กรมชลฯส่งน้ำเข้าทุ่งบางระกำ เตรียมพื้นที่รับน้ำหลาก

กรมชลฯส่งน้ำเข้าทุ่งบางระกำ 2.6แสนไร่ ชาวนาได้ทำนาก่อนเต็มพื้นที่รอเก็บเกี่ยวเดือนส.ค. เตรียมพื้นที่รับมือน้ำหลากลุ่มเจ้าพระยา ศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563 เวลา 16.47 น.


เมื่อวันที่ 10 ก.ค. นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน(ด้านบำรุงรักษา) และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำ และประชุมเตรียมความพร้อมรับมือน้ำหลากลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนฤดูฝนปี 2563

สถานการณ์น้ำในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 8,091 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 31 ของความจุอ่างรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ 1,254 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 6 ของความจุอ่างรวมกัน ประกอบด้วย มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่รวมกัน จำนวน 8 แห่ง มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันประมาณ 7,664 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 31 ของความจุอ่างรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ 919 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 5 ของความจุอ่างรวมกัน

อ่างเก็บน้ำขนาดกลางรวมกัน จำนวน 80 แห่ง มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันประมาณ 284 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 27 ของความจุอ่างรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ 192 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 19 ของความจุอ่างรวมกัน อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก จำนวน 701 แห่ง มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันประมาณ 143 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ของความจุอ่างรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ 143 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ของความจุอ่าง

ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 1-4 ได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน ไว้ 8 แนวทาง ประกอบด้วย 1.การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัฉริยะ สำนักงานชลประทานที่ 1-4 เพื่อเป็นศูนย์บัญชาการการบริหารจัดการน้ำ 2.ตรวจสอบสภาพอาคารในลำน้ำสายหลัก คันพนังกั้นน้ำ รวมทั้งตรวจสอบความมั่นคงของอาคารชลประทานต่างๆ ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน 3.ดำเนินการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ 4.บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด

5.จัดประชุมชี้แจงสถานการณ์ให้กลุ่มผู้ใช้น้ำรวมถึงผู้ได้รับผลกระทบทั้งด้านเหนือน้ำและด้านท้ายน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงเกิดความเสียหายในวงกว้าง 6.ดำเนินการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำให้ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 7.เตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ สำหรับเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที และ 8.บริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการร่วมกันระหว่างสำนักงานชลประทานที่ 1-4 อีกด้วย

ด้านนายทวีศักดิ์ กล่าวว่า กรมชลประทาน ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่ ดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำแบบประชาชนมีส่วนร่วม พื้นที่ทุ่งหน่วงน้ำ-บางระกำ หรือ “โครงการบางระกำโมเดล” ประสบความสำเร็จต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แต่เนื่องจากในปีที่ผ่านมา ประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ และอ่างเก็บน้ำต่างๆ อยู่ในเกณฑ์น้อย ส่งผลกระทบต่อการจัดสรรน้ำเพื่อปลูกข้าวนาปี

ทำให้ในปีนี้ จำเป็นต้องลดพื้นที่เป้าหมายในการส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกลงจาก 382,000 ไร่ เหลือ 265,000 ไร่ เช่นเดียวกับเมื่อปี 2560 โดยจะจัดสรรน้ำให้ประมาณ 310 ล้าน ลบ.ม. เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่โครงการใช้น้ำทำนาปี ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน-31 กรกฎาคม 2563 และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงเดือนสิงหาคม 2563

ซึ่งปัจจุบัน เกษตรกรได้ทำการเพาะปลูกเต็มพื้นที่แล้ว (265,000 ไร่) รวมปริมาณน้ำที่ส่งให้พื้นที่ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 63 จนถึงปัจจุบัน (9 ก.ค.63) 121.31 ล้าน ลบ.ม. หลังจากนั้นจะใช้พื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่รับน้ำหลากจากลุ่มน้ำยมตอนบนในช่วงฤดูฝนประมาณ 140,000 ไร่ สามารถรับปริมาณน้ำได้ประมาณ 240 ล้าน ลบ.ม. เพื่อป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจและบรรเทาอุทกภัยในเขตจังหวัดสุโขทัย และจังหวัดพิษณุโลก รวมไปถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างด้วย.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%