อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563

"มาร์ค"อัดผู้นำรบ.ไร้แนวคิด สวัสดิการสังคมทั่วหน้าในหัว

แต่เป็นการสงเคราะห์อย่างเดียว เตือนคนสับสนรบ.ทำสวัสดิการ-กระตุ้นศก.หรือหาเสียง เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563 เวลา 15.33 น.

เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา (สี่แยกคอกวัว) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวในหัวข้อ “365 วันรัฐสวัสดิการไทยถดถอยหรือก้าวหน้า?” ว่า หลังการแพร่ระบาดโควิด คนได้รับผลกระทบจากตัวโรค มาตรการเอาชนะโรค ภาพความเดือดร้อนตกหนักที่สุดคนเสียเปรียบทางสังคม เป็นสิ่งที่ประเด็นนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน รวมถึงความเหลื่อมล้ำรุนแรงและน่าตกใจ พูดกันคือ ตั้งแต่ประเทศไทยก้าวสู่ประเทศอุตสาหกรรม อัตราการเจริญเติบโตเป็นบวก ยกเว้นวิกฤติการเมือง

ทั้งนี้ระบบสวัสดิการ ตนเห็นด้วย ถ้าทุกคนเรียกร้องกดดันนโยบาย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือ ผู้นำทางการเมืองมีแนวคิดอย่างไร ถ้าผู้นำการเมืองไม่มีแนวคิดเรื่องสวัสดิการสังคมทั่วหน้า แต่เป็นการสงเคราะห์อย่างเดียว ถ้าแนวคิดเรื่องนี้ไม่เกิด เป็นเรื่องที่ยากมาก จะไปโทษฝ่ายค้านไม่ได้ เพราะเป็นเสียงข้างน้อยไม่สามารถผ่านกฎหมาย เขียนงบประมาณได้ 

“ที่ผ่านมาผมไม่เชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะเชื่อเรื่องแบบนี้  เพราะทุกครั้งที่ผมถาม ท่านจะพูดว่าเอาเงินมาจากไหน รวมถึงฝ่ายค้านถามในสภาฯท่านก็พูดแบบนี้ แต่ท่านกลับยืนยันเรื่องการพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจ กระบวนการบริการเศรษฐกิจแบบเดิมที่ท่านเชื่อว่าสร้างรายได้จากการลงทุนของคนมีกำลัง มีผลประโยชน์กับเศรษฐกิจจะไหลลงมาที่คนรายได้น้อย  ฉะนั้นแนวคิดสวัสดิการสังคมทั่วหน้าจึงไม่อยู่ในหัวผู้มีอำนาจเห็นจากการเยียวยา และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาลที่กลัวไม่มีเงิน แต่ใช้เงินเยอะมาก ทั้งใช้ไปกับโครงการชิม ช้อป ใช้  คนที่ไปลงทะเบียนไม่ใช่คนที่ลำบากที่สุด ระบบถูกออกแบบให้คนลำบากเสียเปรียบเข้าไม่ถึงมาตรการเหล่านั้น”นายอภิสิทธิ์ กล่าว


นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนมาตรการเยียวยาโควิด-19 ที่บอกว่าตั้งเป้าช่วยคน 3 ล้านคน สุดท้ายหนี้ไม่พ้น ขยายไปเรื่อยๆเกือบ 20 ล้านคน ดังนั้นคำถามจึงทำไมไม่ตั้งต้น เอาทั่วหน้ามาใช้ตั้งแต่ต้น จากนี้ไปคำถามจะผลักดันอย่างไรและเป็นประเด็นที่จะตอบโจทย์ ปัญหาขับเคลื่อนทั่วหน้าอย่างไร หรือต้องปรับทัศนคติผู้นำ แต่ข้อเท็จจริงยังมีค่านิยมทัศนคติภาครัฐยังไม่สนิทใจ ที่จะยอมรับเรื่องนี้  ฉะนั้นการทำงานปรับทัศนคติผู้นำเป็นเรื่องสำคัญ  
อย่างไรก็ตาม ตนค่อนข้างห่วง คือ 5-6 ปีที่ผ่านมา การให้สวัสดิการประชาชนถูกมองว่าเป็นการสงเคราะห์มากกว่าสิทธิทั่วหน้า มีการทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ดูเหมือนไม่อยู่ในหลักคิดสวัสดิการทั่วหน้า จึงต้องมีการปรับแก้ แล้วหันมาให้ถูกทาง ขณะเดียวกันสิ่งหนึ่งที่ต้องระมัดระวัง คือคนไม่แยกแยะว่ารัฐบาลทำเรื่องสวัสดิการ กระตุ้นเศรษฐกิจ หรือหาเสียง ถ้าเกิดความสับสนอยู่ตลอดเวลา เป้าหมายนโยบายจะผิดเพี้ยนไป.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    85%
  • ไม่เห็นด้วย
    15%

บอกต่อ : 20