อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563

"อภิสิทธิ์"แนะรัฐบาลเร่งขจัดเงื่อนไขปรับครม.

ชี้นายกฯ ต้องเด็ดขาดปรับ-ไม่ปรับก็เอาให้ชัด ทำให้เสร็จ-เร็วสร้างความเชื่อมั่นคนอยู่จะได้ทำงานต่อ คาใจงบปี 64 เปลี่ยนแปลงแค่เล็กน้อย ทั้งที่ประเทศจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูศก. แนะวางแผนใช้เงินคุ้มค่า-ตอบโจทย์ เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563 เวลา 15.42 น.

เมื่อวันที่11 ก.ค.ที่อนุสรณ์ 14 ตุลา แยกคอกวัว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอแนะต่อการปรับ ครม. ในช่วงวิกฤต ว่า ส่วนตัวมองว่า การปรับครม.ก็ต้องเอาคนที่มีความรู้ ความสามารถ มีความสุจริต เข้ามาแล้วสามารถทำงานได้ โจทย์วันนี้ยากกว่าในหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา จำเป็นต้องเอาคนที่มีความพร้อมจริงๆ และสร้างความเชื่อมั่นได้  อะไรที่เป็นเงื่อนไขของความไม่แน่นอน หรือทำให้คนไม่มั่นใจ ต้องขจัดออกไปออกไปให้เร็วที่สุดก็จะดีที่สุด 

เมื่อถามถึงเงื่อนไงที่เป็นโควตาต่างๆของพรรคการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของนายกฯ และนายกฯต้องทำให้เสร็จให้เร็วเพื่อให้เกิดความชัดเจน ถ้าจะไม่ปรับก็บอกไปเลยว่า ไม่ปรับ จะได้จบเพื่อให้ทุกคนทำงาน คนที่เกี่ยวข้องจะได้มีความมั่นใจว่าใครจะรับผิดชอบงานอะไรต่อไป

นายอภิสิทธิ์  ยังกล่าวถึงการจัดสรรงบประมาณตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ 2564 ท่ามกลางวิกฤตทางเศรษฐกิจ ว่า จากโครงสร้างของงบประมาณปี 2564 ตนค่อนข้างแปลกใจที่มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ทั้งๆที่สถานการณ์ในขณะนี้ถือว่า เป็นสถานการณ์พิเศษ และจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยองค์ประกอบแรกที่มีความสำคัญมากอยู่ที่ผู้รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจ ต้องขจัดปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองให้หมดว่า ใครจะรับผิดชอบอะไร เพื่อรู้ทิศทางที่ชัดเจน  

ขณะเดียวกันสถานการณ์โควิด-19 ยังมีความไม่แน่นอนสูงว่า จะกลับไปความเป็นปกติได้เมื่อไหร่ ซึ่งไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยวจากต่างประเทศค่อนข้างเยอะ ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องมีแผนที่ชัดเจน ว่าระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือนและ 1 ปีจะดำเนินการอย่างไร รวมถึงเงินที่รัฐบาลกู้มา ต้องใช้อย่างคุ้มค่า ตอบโจทย์จริงๆ เพราะการใช้จ่ายจะยังไม่จบอยู่เท่านี้แน่นอน หากมีการใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่ายไม่มีประสิทธิภาพหรือเกิดการทุจริตคอรัปชั่นจะเกิดปัญหามาก.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    29%
  • ไม่เห็นด้วย
    71%