อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563

'ธัญวัจน์'ชี้'วิษณุ'ทำสังคมสับสน ปมพ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม

“ธัญวัจน์” ซัด “วิษณุ”อย่าสวมบทบิดาแห่งการยกเว้น ปัดตก พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ชี้ทำสังคมสับสน จันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.21 น.


จากกรณีการให้สัมภาษณ์ของ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าเป็นไปไม่ได้ที่กลุ่มผู้มีความหลากหลายจะใช้กฎหมายเดียวกับคู่สมรส หลายเรื่องต้องกระจายกัน เพราะบางอย่างต้องทำในพ.ร.บ.พิเศษ ซึ่งก็คือ พ.ร.บ.คู่ชีวิต อีกฉบับหนึ่งที่ต้องประกบไปด้วย การแก้ไขเฉพาะประมวลแพ่งและพาณิชย์ ก็ยังไม่พอ เพราะจะต้องไปแก้กฎหมายลูกของ พ.ร.บ.อื่น เช่น กฎกระทรวงเกี่ยวกับการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก็นำร่องไปก่อน ส่วนจุดที่ต้องตามไปแก้ก็มีเช่น การรับบำนาญ ต้องไปแก้ที่ พ.ร.บ.บำเหน็จ บำนาญ แก้ทีเดียวหมดไม่ได้ เพราะหลายเรื่องกระจายกันอยู่นั้น

ล่าสุด (13ก.ค.)นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า ฟังจากคำตอบแล้วดูเหมือนการหยั่งรู้ว่าสุดท้ายปลายทางแล้ว พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมที่พรรคก้าวไกลผลักดันจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เป็นรูปธรรม ต้องมี พ.ร.บ.คู่ชีวิต ประกบ เพื่อแก้ไขฎหมายตามมาไม่ว่าจะเป็น เรื่องบุตรบุญธรรม หรือบำเหน็จบำนาญ ซึ่งการกล่าวเช่นนี้ทำให้สังคมสับสนมาก เพราะเป็นการนำข้อจำกัดของ พ.ร.บ. คู่ชีวิต ที่มีปัญหามากและต้องตามไปแก้กฎหมายต่างๆดังกล่าวนั้นมาปะปนกับข้อเสนอของพรรคก้าวไกล

นายนายธัญวัจน์ กล่าวว่า ทั้งนี้เมื่อเทียบกับร่าง พ.ร.บ.คู่สมรส ที่พรรคก้าวไกลเสนอ คณะทำงานของพรรคได้ศึกษามาแล้วอย่างถี่ถ้วน การแก้ไข ป.ป.พ.1448 มีความเป็นไปได้และทำให้คนทุกคนเท่าเทียม และไม่ใช่สิ่งที่ยุ่งยาก แต่สิ่งที่ นายวิษณุกล่าวเหมือนทำให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่ยุ่งยากมาก ซึ่งความยุ่งยากนั้นเองจะเป็นเครื่องตอกย้ำว่าจะไม่สามารถนำพาความเท่าเทียมได้

“คู่ชีวิต ไม่เท่ากับ สมรสเท่าเทียม คู่ชีวิต ไม่ใช่ สมรส เป็นคนละเรื่องกัน แต่กฏหมายที่ผ่านมติ ค.ร.ม. มา มาตรา 46 ใน พ.ร.บ. คู่ชีวิต ระบุให้มีการนำกฏหมายสมรสมาใช้โดยอนุโลม ซึ่งยิ่งสร้างปัญหาในการตีความ และยิ่งกลายเป็นปัญหาสำหรับประชาชน เพราะการอนุโลมดูเหมือน ให้นำมาใช้ได้ แต่มีข้อแม้คือต้องไม่ข้ดกับหลักการของ พ.ร.บ. นั้น นี่คือการปล่อยให้เป็นภาระประชาชนที่ต้องไปเถียงกับหน่วยงานต่าง ๆ และต้องตีความ หากท่านมีความจริงใจและเห็นคนเท่ากัน ท่านก็ไม่น่าให้สัมภาษณ์ปิดประตู เพื่อไปสู่การสมรสเท่าเทียม”นายธัญวัจน์กล่าว

นายธัญวัจน์ ยังกล่าวอีกว่า การแสดงความคิดเห็นเช่นนี้ อาจบ่งบอกถึงว่าคณะรัฐมนตรีชึดนี้ไม่เคยมองเห็นคนเท่าเทียมกันได้ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ต้องมีการจำแนกและออกกฎหมายแยกออกมาเป็นคนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้  ขอแค่อย่าใช้บทบาทกูรูด้านกฎหมายและความเป็นบิดาแห่งการยกเว้นมาสร้างความสับสนเพื่อเลี่ยงประโยชน์ของประชาชนก็พอ.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 14