อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563

จ่อร้องป.ป.ช.เอาผิดศบค. ปล่อย'วีไอพี'แพร่เชื้อโควิด

จ่อร้อง ป.ป.ช.เอาผิด ศบค. ปมปล่อยให้ทหารอียิปต์-ครอบครัวทูตแอฟริกา แพร่เชื้อโควิดในไทยอย่างอภิสิทธิ์ชน จี้คนที่เกี่ยวข้องแสดงสปิริต อังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.12 น.


เมื่อวันที่ 14 ก.ค.  นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า กรณีมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เป็นทหารชายสัญชาติอียิปต์ ซึ่งเดินทางพร้อมกับคณะเข้ามาในประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา และเข้าพักในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ในโรงแรม จ.ระยอง โดยไม่มีการกักตัว 14 วัน และยังพบว่าคณะดังกล่าวมีการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆหลายแห่งใน จ.ระยอง นอกจากนี้ยังมีกรณีการพบผู้ติดเชื้อที่เป็นเด็กหญิงอายุ 9 ขวบ ซึ่งเป็นครอบครัวคณะทูตจากแอฟริกา เดินทางเข้ามาพำนักที่คอนโดแห่งหนึ่งในกทม. โดยอ้างว่าได้รับข้อยกเว้นให้กับคณะทูตที่มาปฏิบัติงานในประเทศไทย จึงไม่มีมาตรการกักตัว 14 วันเช่นกันนั้น

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ทั้ง 2 กรณีเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความหละหลวมและเลือกปฏิบัติของ ศบค. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ ซึ่งปล่อยให้มีอภิสิทธิ์ชนเข้ามาอยู่ในประเทศไทยได้โดยอิสระ ไร้มาตรการตรวจสอบและกักกันตามมาตรฐาน ซึ่งเลือกใช้แต่เฉพาะกับคนไทยชนชั้นล่างเท่านั้น ซึ่งมิอาจยอมรับได้ เพราะได้สร้างความเสี่ยงให้เกิดขึ้นกับคนไทยให้หวาดผวากับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะใน จ.ระยอง และในพื้นที่ กทม. จนทำให้เทศบาลนครระยองต้องสั่งปิดสถานศึกษาในเขตเทศบาลไปกว่า 10 แห่ง รวมทั้งพนักงานโรงแรมและห้างสรรพสินค้าต้องถูกตรวจสอบและกักตัว ส่งผลเสียหายทางธุรกิจอย่างมาก โดยที่ ศบค. ไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด 

รวมทั้งการปกปิดข้อมูลที่ควรแจ้งให้ประชาชนทราบด้วย ทั้งนี้ ผอ.ศบค. และโฆษก ศบค. พยายามโฆษณาชวนเชื่อ และขู่ประชาชนอยู่เสมอเพื่อไม่ให้คนไทยการ์ดตก แต่ว่ากลับเป็น ศบค. เองที่หละหลวมและเอาใจคณะทหารและคณะฑูตจากต่างประเทศเสียเอง และพยายามที่จะใช้เหตุเหล่านี้ขยายการบังคับใช้ พรก.ฉุกเฉินต่อไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด เพราะจะสามารถรวบอำนาจแบบรวมศูนย์ได้ และทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถเบิกเบี้ยเลี้ยง ค่าตอบแทนความดีความชอบแบบทวีคูณได้อีกมากมาย ในขณะที่ภาคธุรกิจ ภาคสังคมต้องเสียหายยับเยิน โดยที่ ศบค.ยังลอยตัวอยู่เหนือปัญหา และไม่มีผู้ใดออกมาแสดงความรับผิดชอบใด ๆ เลย ซึ่งถ้าจิตสำนึกยังมีความรับผิดชอบหลงเหลืออยู่บ้างก็ควรแสดงสปิริตลาออก

ด้วยเหตุดังกล่าวทางสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 234 ประกอบ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ในการไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดผู้อำนวยการ ศบค.และคณะ ฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ต่อไป โดยจะไปยื่นคำร้องในวันพุธที่ 15 ก.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. จ.นนทบุรี.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 7