อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563

สธ.เชื่อ3ปัจจัยโควิดแพร่รอบ2 แค่สะเก็ดไฟไม่ต้องล็อกดาวน์

สธ. เผย 3 ปัจจัย "โควิด-19" แพร่ระลอก 2 ในไทยคล้ายสะเก็ดไฟดวงเล็ก เชื่อไม่ต้องล็อกดาวน์ทั้งหมด แนะกิจการเพิ่มมาตรการป้องกันโควิดในที่ืทำงาน พร้อมชวนอัดคลิป นิวนอร์มัลส่งประกวด พฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2563 เวลา 15.46 น.



เมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวโครงการสุขภาวะของคนทำงานด้วย Healthy Living และการประกวดคลิปวิดีโอฐานชีวิตวิถีใหม่สถานประกอบการกรณีโรคโควิด-19 ว่า ประเทศไทยมีวัยแรงงานเกือบ 40 ล้านคน โดย 17-18 ล้านคนอยู่ในระบบ คือ ภาคอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว โรงแรม ถือเป็นคนกลุ่มใหญ่ หากสุขภาวะไม่ดี จะส่งผลต่อภาคการผลิต จากการสำรวจก่อนมีโรคโควิด-19 พบว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ป่วยเบาหวานเพิ่มขึ้นจาก 6.9% เป็น 8.9% ใน 5 ปี หรือเพิ่มขึ้น 2% ส่วนความดันโลหิตสูงเพิ่มจาก 20% เป็น 24.7% ทุกวันนี้มีคนเป็นเบาหวานเกือบ 4 ล้าน และความดันโลหิตสูงเกือบ 10 ล้าน กระจายทุกกลุ่มอายุ โรคเรื้อรังเหล่านี้ท้ายที่สุดจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง ขณะที่เมื่อมีโควิดเข้ามา มีการแพร่เชื้อ ทำให้ต้องหยุดงานกลับไปอยู่บ้าน

นพ.ศุภกิจ กล่าวต่อว่า ดังนั้นกระทรวงจึงจัดกิจกรรมประกวดคลิปวิดีโอการสร้างการมีสุขภาวะในกลุ่มคนทำงาน (healthy living) แสดงฐานวิถีชีวิตใหม่ในสถานประกอบการ โดยจะเริ่มใน 6 จังหวัด คือ อุดรธานี นครราชสีมา กทม. เชียงใหม่ กาญจนบุรี และนครศรีธรรมราช รวมกว่า 600 แห่ง แต่หากจังหวัดไหนสนใจก็สามารถร่วมได้ทั่วประเทศ ทั้งสถานประกอบการขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ โดยสมัครและส่งคลิปมาประกวด โดยดูรายละเอียดและกติกาที่ www.newnormalcontest.com หมดเขต 21 ส.ค.

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า หลังผ่อนปรนระยะ 5 จนจะเข้าสู่ระยะที่ 6 แม้สถานการณ์โควิดในประเทศจะดี แต่ทั่วโลกยังมีปัญหา ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำควบคู่กับการผ่อนปรนคือ วิถีชีวิตใหม่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการค้าและบริการเพื่อป้องกันไม่ให้โควิดเข้ามาสู่ที่ทำงาน เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าผู้ติดเชื้อส่วนหนึ่งติดในทำงาน ดังนั้นต้องดำเนินการ 3 ระดับ คือ 1.เจ้าของกิจการ มาตรการดูแลความปลอดภัย อาชีวอนามัย ต่อยอดการป้องกันโรคโควิดในสถานประกอบการ 2. งานบุคคล องค์กร ซึ่งสถานประกอบการขนาดใหญ่ จะมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ประเมินการติดเชื้อความเสี่ยงต่อสุขภาพในโรคอื่นๆ และ 3. ทุกคนในองค์กร ต้อง สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง ทั้งนี้ ขอเชิญชวนสถานประกอบการทำคลิปแสดงชีวิตวิถีใหม่ เพราะไม่มีรูปแบบตายตัวเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

เมื่อถามถึงการระบาดระลอกที่ 2 กับสถานประกอบการ นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า การตั้งเป้าหมายไม่มีผู้ป่วยโควิด-19จนกว่าจะมีวัคซีนคงไม่ถูกต้อง เพราะทั่วโลกยังมีการระบาดอยู่จำนวนมาก แม้ไทยจะทำทุกวิถีทาง แต่เป็นไปได้ที่จะมีการระบาด แต่ควบคุมในระดับที่เราจัดการได้ นี่คือหลักการสำคัญ ทำให้ไม่มีคนงานติด แต่หากติดก็จัดการได้โดยเร็ว โรคสงบโดยเร็ว ไม่ต้องล็อกดาวน์ทั้งหมด อาจเลือกเฉพาะบางที่บางแห่ง อย่างกรณีระยองก็ไม่มีใครติดเชื้อจากทหารรายนั้น ดังนั้น ถ้าไทยจะมีการระบาดระลอก 2 อาจเป็นแบบเตี้ยๆ คือ จัดการได้ ทำให้กราฟไม่ขึ้นไปสูงๆ

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า การระบาดระลอก 2 จะไม่เหมือนกับระลอกที่ 1 เพราะเราเรียนรู้มาแล้ว เนื่องจาก 1. เราไม่ปล่อยให้คนเดินทางเข้าประเทศโดยไม่จัดการ 2. เรามีมาตรการสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่างมากกว่า 80% ซึ่งต่างจากระลอกแรก และ 3. มีการเตรียมความพร้อม และประสบการณ์ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน โดยจาก 3 ปัจจัยนี้ แม้เรามีโอกาสติดเชื้อในประเทศ แต่ก็จะเป็นจุดๆ โดยอาจเจอเหมือนสะเก็ดไฟ แต่เข้าไปดับได้ทัน หรืออาจมีการลาม แต่มาตรการสถานประกอบการ เรายืนยันว่าจัดการได้ ก็คือยืนยันว่าจะใช้ชีวิต สังคม เศรษฐกิจของเรา แต่ใช้บนวิถีชีวิตใหม่.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 8