อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563

'ภาดาท์'แจงศาลรธน.ปมหุ้นสื่อ ผู้ทำบัญชีอ้างทำด้วยความเคยชิน

ศาลรธน.ไต่สวน ส.ส.พปชร.ถือหุ้นสื่อ พบแจ้งงบการเงินว่ามีรายได้จากการผลิตสื่อ “ภาดาท์”แจงบริษัททำคอร์สอบรมเด็ก แต่ผู้ทำบัญชีอ้างใส่ข้อมูลด้วยความเคยชิน ด้าน “ธัญญ์วาริน” ส่งหนังสือแจ้งไม่ติดใจจะเข้าไต่สวน อังคารที่ 4 สิงหาคม 2563 เวลา 13.13 น.


เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยานในคำร้องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ 32 ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่ โดยวันนี้เป็นการไต่สวนน.ส.ภาดาท์  วรกานนท์ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ผู้ถูกร้องที่ 20 และนายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 2 

โดยในช่วงแรกเป็นการไต่สวนในส่วนของน.ส.ภาดาท์ และพยาน 2 ปาก ศาลได้สอบถามถึงการดำเนินการกิจการของบริษัททาโร่ทาเลนท์จำกัด ว่าทำธุรกิจผลิตสื่อประชาสัมพันธ์และบริการข้อมูลข่าวสารตามที่ระบุในวัตถุประสงค์ที่ยื่นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือไม่  ซึ่งน.ส.ภาดาท์  ชี้แจงว่าบริษัทตั้งขึ้นเพื่อจัดคอร์สอบรมค่ายเยาวชนให้กับเด็กอายุ 8-14 ปี ในหลักสูตรเอ็กซ์วายแซด และมีการจัดอบรมเพียงครั้งเดียวระหว่างวันที่ 23-27 ต.ค. 2560 ที่เขาใหญ่ แต่การในใบนำส่งงบการเงินที่ยื่นกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่าทำผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ฯ ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงนั้น เป็นเรื่องของผู้จัดทำบัญชีที่ดำเนินการซึ่งมักจะนำวัตถุประสงค์เพิ่มเติมที่บริษัทจดเพิ่มจากแบบฟอร์มการขอจดทะเบียนมาใส่ไว้ ว่าเป็นลักษณะของการประกอบกิจการในการยื่น  ซึ่งทั้งหมดเป็นการดำเนินการของผู้จัดทำบัญชีและผู้ตรวจสอบบัญชี พร้อมย้ำว่าเมื่อรู้ตัวเองจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ได้แจ้งให้หนึ่งในกรรมการบริษัทไปเลิกบริษัทในปลายปี 2561 การดำเนินการดังกล่าวจะต้องมีกรรมการบริหาร 2 คนลงนาม ซึ่งตนก็คิดว่ากรรมการทั้งสองคนดังกล่าวดำเนินการแล้ว จึงไม่ได้มีการติดตามสอบถาม และไม่ได้มีการลงชื่อในเอกสารที่ยื่นต่อราชการใด ๆ อีกเลย  เพิ่งมาทราบว่าไม่ได้มีการเลิกกิจการหลังมีการยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

โดยตุลาการได้สอบถามว่าถ้าเลิกกิจการตั้งแต่ปลายปี 61 และไม่ได้ลงชื่อยื่นในเอกสารใดอีก ทำไมในเอกสารงบการเงินลงวันที่ 18 มิ.ย. 62 ยังมีรายมือชื่อของน.ส.ภาดาท์ลงนามเอกสารยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นหลังจากการเปิดรับสมัครส.ส.ไปแล้ว 6 เดือน   น.ส.ภาดาท์ ก็อ้างว่าอาจจะลืมเนื่องจากเหตุการณ์ผ่านมานานแล้ว

ด้านน.ส.น้ำอ้อย อู่อรุณ  ผู้จัดทำบัญชีบริษัทในปี2560  ชี้แจงต่อศาลว่า การระบุวัตถุประสงค์ในใบนำส่งงบการเงินที่ยื่นกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ไม่ตรงกับการดำเนินกิจการจริงของบริษัท ทำด้วยความเคยชินที่โดยปกติ บริษัทอื่นๆ ก็จะเอาวัตถุประสงค์ข้อแรกที่บริษัทนั้นจดเพิ่มเติมมาใส่ ทั้งที่ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของบริษัท แต่ยืนยันว่าธุรกิจของบริษัทนี้คือจัดคอร์สค่ายเยาวชน

ส่วนที่ระบุไปว่าบริษัทมีรายได้ 100%จากการผลิตข้อมูลข่าวสาร ความบันเทิง ก็เป็นเพราะความเคยชินที่จะนำเอาวัตถุประสงค์ข้อ 23,25 ซึ่งเป็นข้อที่บริษัทจดเพิ่มเติมมาใส่  โดยยอมรับว่าเกิดความผิดพลาดแต่ไม่ได้จงใจให้ผิดพลาดในกรณีนำวัตถุประสงค์บริษัทจดเพิ่มมาใส่ในงบการเงินโดยที่ไม่ตรงกับการดำเนินกิจการจริงซึ่งส่วนใหญ่นักบัญชีก็ทำแบบนั้น

ส่วนที่ศาลสอบถามว่ามีรายการค่าใช้จ่ายผลิตสื่อในช่วงระหว่างวันที่ 30 พ.ย.-8 ธ.ค. 2560 เป็นค่าอะไรทั้งที่การจัดอบรมค่ายเยาวชนเสร็จสิ้นตั้งแต่27 ต.ค. น.ส.น้ำอ้อย ชี้แจงว่า เป็นค่าผลิตสื่อเชิญชวนผู้ปกครองให้ส่งเด็กมาอบรม ซึ่งผลิตไปแล้วแต่ยังไม่จ่ายเงินและมาจ่ายในภายหลังจึงลงเป็นรายการบันทึกค้างจ่ายที่จ่ายชำระ

ขณะที่นายชาตรี ระวิพงษ์   ผู้ตรวจสอบบัญชีของบริษัทดังกล่าวช่วงปี2560  ก็กล่าวว่าตรวจบัญชีตามเอกสารหลักฐานที่ผู้ทำบัญชีส่งมาไม่ได้มีการขอดูหรือสงสัยว่าบริษัทดำเนินกิจการตรงตามที่จดทะเบียนหรือไม่ จะดูเพียงตัวเลขของบัญชีว่าเป็นไปตามหลักการบัญชีหรือไม่ ส่วนรายละเอียดอื่นผู้จัดทำบัญชีเป็นผู้จัดทำ ซึ่งตนก็เชื่อในการจัดทำบัญชีของผู้จัดทำบัญชี

ผู้สื่อข่าวรายงานส่วนการไต่สวนในรายของนายธัญญ์วารินนั้น เจ้าตัวได้ส่งหนังสือมาแจ้งให้ทราบว่า ทราบที่ศาลได้นัดแต่ไม่ติดใจที่จะเข้าไต่สวนจึงไม่มาศาล  ทั้งนี้หลังเสร็จสิ้นการไต่สวน ศาลแจ้งว่า ให้ผู้ถูกร้องทั้งสอง รอฟังคำวินิจฉัยพร้อมกับผู้ถูกร้องอื่นๆ.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 7