อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 30 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 30 กันยายน 2563

"วิชา"ยันหมายจับ"บอส"ยังอยู่ขอปชช.สบายใจได้

"วิชา มหาคุณ"เผยผลประชุมคกก.สอบคดี"บอส อยู่วิทยา"ได้ข้อมูลเพิ่มเพียบ จ่อเรียก "อัยการ-ผบ.ตร.-ผู้เชี่ยวชาญด้านความเร็ว-โคเคน"มาให้ข้อมูล เล็งลิสต์ชื่อส่งป.ป.ง.สอบเส้นทางการเงินคนเอี่ยวคดี ด้าน"มุนินทร์"ยันดูทุกสำนวน-หลักฐานทั้งหมด ไม่ได้เชื่อผลการสอบสวนของใคร ชี้ข่าวดีเชื่อคดีมีทางออก พุธที่ 5 สิงหาคม 2563 เวลา 14.11 น.

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิชา มหาคุณ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ถึงกรณีอัยการแถลงคลี่ปมคำสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ว่า วันนี้ได้ข้อมูลมากขึ้นพอสมควร และได้ประสานอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้เกี่ยวกับเรื่องหมายจับ โดยอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอถอนหมายจับจริง แต่มีกุล่มมวลชนนำโดยน.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสว. เพื่อยื่นขอศาลอย่าเพิ่งถอนหมายจับ จึงเห็นว่ามีความสำคัญจำเป็นไต่สวนและใช้เวลาไต่สวนก่อน จึงได้ให้พนักงานสอบสวนถอนคำร้องในที่สุด 

นายวิชา กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าขณะนี้หมายจับนายวรยุทธ ยังอยู่ คดียังไม่เป็นที่ยุติ จึงสรุปได้ว่าหมายจับยังอยู่ ขอแจ้งให้ประชาสบายใจได้ว่าคดีบอส ยังไม่จบ ส่วนประเด็นอื่นๆ ในวันที่ 6 ส.ค.นี้ ก็จะมีการเรียกพยานที่เกี่ยวข้องมาสอบซึ่งเป็นทีมงานอัยการและที่เกี่ยวกับการทำสำนวนอะไรต่างๆ มาให้ข้อมูล ที่สำนักงานกฤษฎีกา ขอให้ติดตาม ขณะเดียวกันนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะทำงานตรวจสอบการสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ ก็จะนำสำนวนที่ตรวจสอบมามอบให้คณะกรรมการชุดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย นอกจากนี้ในส่วนสำนวนต่างๆ ของทุกฝ่ายทั้งฝ่ายตำรวจ อัยการ และป.ป.ช.ที่ตรวจสอบตำรวจเรื่องเกี่ยวข้องว่ามีความผิดวินัย เราก็กำลังทำหน้งสือประสานไป เพื่อขอเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
 
นายวิชา กล่าวว่า ส่วนที่มีความสำคัญอีกเรื่องคือในวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค.จะเรียกสอบอัยการชุดที่รวบรวมสำนวนหรือข้อโต้แย้งตั้งแต่แรก ที่สํานักงานกฤษฎีกา ซึ่งส่วนตัวหากมีเวลาก็จะไปร่วมรับฟังด้วย นอกจากนี้ภายในสัปดาห์หน้าก็จะเชิญพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้ามาให้ข้อมูลอีกด้วย ทั้งนี้ตนจะเรียกประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่อีกครั้งในวันที่ 11 ส.ค.นี้ เวลา 15.00 น. ส่วนจะเป็นที่ทำเนียบรัฐบาลหรือที่ไหนจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
 
"เราทำงานแม้กระทั่งวันอาทิตย์ ทำงานกันทั้งวันทั้งคืน ไม่หยุด อะไรเป็นประเด็นที่ประชาชนสงสัยหรือผู้เชี่ยวชาญเสนอข้อมูลอะไรมา เรารับฟังทั้งหมด ขณะเดียวกันหลังจากนี้ก็จะมีการเปิดอีเมลทางการขึ้นมาใหม่ เพื่อนำไปสู่การตรวจสอบให้ครบทุกด้าน แต่ระหว่างนี้ก็ให้ส่งข้อมูลมาที่อีเมลส่วนตัวของผมก่อนชื่ออีเมล vichalibrary@gmail.com ส่งข้อมูลมาได้หมด รวมถึงความคับข้องใจอะไรต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะหากเปิดไลน์ข้อมูลใหญ่ๆ อาจสูญหายได้"นายวิชา กล่าว 
 
นายวิชา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในส่วนปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการฯ ก็จะเชิญคนที่ตรวจสอบในเรื่องของความเร็ว ได้แก่นายสุธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนประเด็นโคเคนก็จะเชิญผู้ช่วยศาสตราจารย์ พล.อ.ต.นพ.วิชาญ เปี้ยวนิ่ม หัวหน้าสาขาวิชานิติเวชวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มาให้ข้อมูล

เมื่อถามถึงกรณีหมายจับของอินเตอร์โพล นายวิชา กล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนและยังไม่ได้มีการสอบถามไปว่าขณะนี้ถอนหมายจับแล้วหรือไม่ แต่ถ้าออกหมายจับไว้ก็คงคาอยู่ ซึ่งเราไม่สามารถแทรกแซงอินเตอร์โพลได้ แต่ในส่วนของบ้านเราให้แน่ใจได้ว่าจะไม่มีการถอนหมายจับ แต่หลังจากนี้ก็จะประสานขอรายละเอียดเพื่อติดตามอีกครั้ง 

อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้รายงานความคืบหน้าผลการตรวจสอบของคณะกรรมการชุดตนให้นายกฯ รับทราบแต่อย่างใด เพราะยังไม่ครบ 10 วัน นอกจากนี้นายกฯ ไม่ได้ฝากประเด็นอะไรเพิ่มเติม เพียงแต่บอกทำให้เต็มที่ ทำให้ประชาชนสบายใจ และทำให้ทุกเรื่องกระจ่างไม่มีลับลมคมใน

เมื่อถามถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินเกี่ยวกับคดีนายวรยุทธ  นายวิชา กล่าวว่า เป็นเรื่องของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ป.ป.ง.) ที่จะต้องตรวจสอบให้ชัดเจน แต่ขณะนี้ยังเริ่มตรวจสอบไม่ได้ เพราะติดขัดว่ายังไม่ได้เป็นคดีที่ประพฤติมิชอบหรือคดีที่เข้าข่ายต้องตรวจสอบทางการเงิน 

เมื่อถามว่า จะต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องสงสัยทั้งหมดเลยหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ก็ต้องลิสต์รายชื่อไป เพราะต้องมีความแน่นอน

ด้านนายมุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน กล่าวว่า สำหรับการแถลงของอัยการเมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมาไม่มีผลต่อการหารือของที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ แต่จะนำมาเป็นข้อมูลในการพิจารณาส่วนหนึ่งด้วยอยู่แล้ว โดยบางประเด็นที่อัยการไม่พบสิ่งผิดปกติก็จะเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องช่วยในส่วนนั้นด้วย เพื่อช่วยอัยการหาว่าขบวนการทำงานไม่ว่าจะเป็นในส่วนของตำรวจหรืออัยการมีอะไรที่ผิดปกติหรือไม่ 

เมื่อถามว่า จากการแถลงของอัยการเหมือนโยนความบกพร่องให้ตำรวจว่าทำสำนวนไม่ดีและไม่รอบคอบ นายมุนินทร์ กล่าวว่า เป็นปกติเพราะสองหน่วยงานนี้ เป็นหน่วยงานหลักในการทำคดี ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ต้องเข้าไปตรวจสอบ การทำงานของทั้งตำรวจ และอัยการว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ อย่างไรก็ตามเราไม่ได้เชื่อผลการสอบสวนของใคร เพราะมีหน้าที่ต้องสอบหาความจริงในส่วนของเราเอง จึงต้องดูทุกสำนวนและหลักฐานทั้งหมด  พร้อมใช้ดุลพินิจว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ขั้นตอน ตามกฎหมายต่างๆ เกี่ยวข้องอย่างไร ชอบหรือไม่โปร่งใสหรือไม่ สุจริตหรือไม่ ต่อข้อถามว่าจะต้องเชิญใครมาชี้แจงบ้าง นายมุนินทร์ กล่าวว่า โดยหลักก็ต้องเชิญทุกคน ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงความคิดเห็นส่วนตัวมองการแถลงข่าวของอัยการอย่างไรบ้าง นายมุนินทร์ กล่าวว่า ส่วนตัวตนคิดว่า ข่าวดีของคดีนี้คืออย่างน้อยที่สุดก็มีทางออก ทั้งเรื่องพยานหลักฐานใหม่ เรื่องการพบสารเสพติด ซึ่งอาจจะเป็นคดีแยกออกมาต่างหาก อีกอย่างหนึ่งคือสื่อ และนักกฎหมาย ได้สะท้อนเรื่องการทำงานของอัยการ ที่ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ในส่วนนี้อาจจะเป็นเพราะเวลาทำงาน มีเวลาทำงานน้อย

คิดในแง่ดีคณะกรรมการชุดนี้ ว่าก็อาจจะช่วยอัยการในการเข้าไปดูว่ามีอะไรที่ผิดปกติหรือไม่ ซึ่งก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ว่าคนที่เกี่ยวข้องก็เป็นอัยการ เป็นอัยการสูงสุด และคนที่เข้าไปตรวจสอบก็เป็นอธิบดีอัยการ ซึ่งเป็นอัยการชั้นอาวุโส ที่น้อยลงมา แต่ตนเชื่อว่าท่านจะทำงานเป็นอิสระ แต่อย่างที่บอกคืออาจจะมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา และข้อมูล  ดังนั้นคณะกรรมการชุดนี้อาจช่วยให้การทำงานได้อย่างรอบด้านมากขึ้น 

เมื่อถามว่า หากสำนวนของตำรวจที่ส่งให้อัยการอ่อนไป อัยการมีอำนาจเรียกสอบเพิ่มได้หรือไม่ นายมุนินทร์ กล่าวว่า ใช่ อัยการมีอำนาจในการ สอบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อถามย้ำว่า ในกรณีนี้ทำไมอัยการจึงไม่เรียกเพิ่ม นายมุนินทร์ กล่าวว่า ก็ต้องว่าในส่วนนี้ทางคณะกรรมการก็ต้องดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งเรื่องอัยการ และสำนวนของตำรวจ ก็ต้องดูให้หมด ส่วนข้อพิรุธที่สังคมยังคลางแคลงใจเราจะต้องนำไปดูให้หมดและอธิบายให้สังคมได้รู้.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 15