อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563

กต.ช่วยเด็กไทยสู่อ้อมอกแม่ วิกฤตโควิดทำติดมาเลเซีย

กต.รุดช่วยลูกของสาวไทยกลับสู่อ้อมอกแม่ที่ปัตตานีสำเร็จแล้ว หลังคลอดลูกที่รพ.ในมาเลเซีย พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2563 เวลา 21.32 น.

 
เมื่อวันที่ 6 ส.ค.นายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า  ตามที่มีข่าวว่า น.ส.นูรฮาลีซา เจะอาแว คลอดบุตรชายที่โรงพยาบาล Kajang ที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการคลอดก่อนกำหนด ทำให้บุตรจึงต้องอยู่รับการรักษาที่โรงพยาบาล ต่อมาน.ส.นูรฮาลีซา แจ้งโรงพยาบาลว่า มีความจำเป็นต้องกลับประเทศไทยเพื่อดำเนินการด้านเอกสาร  

จากนั้นโรงพยาบาลฯไม่สามารถติดต่อ น.ส.นูรฮาลีซา ได้และอยู่ในช่วงวิกฤตโควิด จึงติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อขอให้ช่วยติดตามตัวมารดานั้น  กระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้รับแจ้งจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า พบตัวน.ส.นูรฮาลีซาแล้ว ซึ่งได้ขอความช่วยเหลือในการส่งบุตรกลับไทยจากมาเลเซีย  สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ จึงประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศและศอ.บต. ให้มารดามอบอำนาจให้สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ จดทะเบียนเกิดกับทางการมาเลเซียแทน โดยสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ดำเนินการเสร็จสิ้น พร้อมกับได้ออกสูติบัตรไทย เอกสารเดินทางฉุกเฉิน และหนังสือรับรองการเดินทางกลับไทยให้บุตรของ น.ส.นูรฮาลีซา



นายเชิดเกียรติ กล่าวอีกว่า  ในช่วงเช้าของวันนี้ (6 ส.ค.) สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ได้เช่ารถพยาบาลพร้อมด้วยพยาบาลประจำรถ เพื่อส่งบุตรของ น.ส.นูรฮาลีซากลับไทยผ่านด่านพรมแดนถาวรสะเดา จ.สงขลา และเดินทางถึงด่านสะเดา โดยมีเจ้าหน้าที่ของสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ เมืองปีนัง ช่วยอำนวยความสะดวกที่หน้าด่าน และได้ส่งมอบบุตรชายให้มารดา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยซึ่งเดินทางมาพร้อมกับรถพยาบาลจากโรงพยาบาลปัตตานีแล้ว  ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศในฐานะหน่วยงานหลักในการดูแลคนไทยในต่างประเทศ ให้ความสำคัญอย่างสูงสุดในการดูแลคุ้มครองสวัสดิภาพของคนไทย สำหรับคนไทยในต่างประเทศที่ประสบปัญหาสามารถติดต่อไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ไทยได้ตลอดเวลา.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%