อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 29 กันยายน 2563

ฝ่ายค้านผนึกกำลังจวกรบ.ล้มเหลว

“สมพงษ์” ซัดรบ.ไร้มาตรการช่วยเอกชนจ้างงาน ชี้รบ.ล้มเหลว 3 ด้าน “โต้ง” ชี้วิกฤตจะไม่หนักถ้ารบ.รู้จักหลักการเศรษฐศาสตร์ “สงคราม” เผยหากแก้ปัญหาไม่ถูกจุดประเทศไทย อาจกลายเป็นรัฐล้มละลาย ขณะที่ “แท็กซี่” มาแหวก ฉะผิดหวังเพื่อไทย เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563 เวลา 12.50 น.

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่โรงแรมรามาการ์เด้น กลุ่มงานผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดงานเสวนาหัวข้อ “ฝ่ายค้านฟัง กลุ่มเปราะบางจากวิกฤตโควิด”  โดยมีนายกิตติรัตน์ ณระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นพ.เรวัติ วิศรุตเวช รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ และนายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ร่วมเสวนา 




โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวเปิดงานหัวข้อ “ผลกระทบ ความเดือดร้อนต่อแรงงานไทย จากวิกฤตโควิด-19” ตอนหนึ่งว่า ความล้มเหลวของรัฐบาล 3 ประการในด้านแรงงาน ได้แก่ 1.การปล่อยให้แรงงานตกงานจำนวนมหาศาล ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ปล่อยให้แรงงานตกงานจากโควิด-19 โดยเสรีเพราะไม่มีมาตรการรัฐช่วยให้ภาคเอกชนดำรงการจ้างงานเลย เราจึงอาจเห็นการตกงานมากมายถึง 8 ล้านคน 2.รัฐบาลขาดการเยียวยาที่ทั่วถึง เท่าเทียม และมีประสิทธิภาพ การเยียวยาที่เกิดขึ้นมีความผิดพลาด หละหลวม บรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนได้ไม่ทั่วถึง และ3.รัฐบาลขาดมาตรการช่วยหางานใหม่สำหรับคนตกงาน เมื่อแรงงานตกงานอยู่ในสภาวะยากเข็น เมื่อเงินเยียวยากำลังจะหมด ทางออกที่เหลืออยู่คือการเร่งสร้างงานและเร่งหางานให้ประชาชน แต่รัฐบาลยังไร้ทิศทางว่าจะสร้างงานอย่างไร 



ด้านนายกิตติรัตน์ กล่าวว่า วิกฤตครั้งนี้ถือว่าสาหัส เพราะประเทศไทยมีโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพากลไกจากภายนอกมาก ไม่ว่าจะเป็นภาคการส่งออกที่สูงร้อยละ 70 ของจีดีพี และภาคการท่องเที่ยว วิกฤตนี้ไม่ใช่อยู่ในเฉพาะภูมิภาคเหมือนวิกฤตต้มยำกุ้งปี 40 แต่เชื่อมโยงไปทั่วโลก สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือการทุเลาสิ่งที่เป็นผลกระทบในส่วนนี้และต้องสร้างแรงที่จะพยุงเศรษฐกิจซึ่งต้องใช้งบประมาณดำเนินการ ในฐานะที่ตนเคยดูแลเศรษฐกิจในรัฐบาลช่วงปี54 - 57 นโยบายการคลังถือว่าเป็นตัวสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อน วิกฤตนี้จะสาหัสน้อยลงถ้าหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลรู้จักหลักการทางเศรษฐศาสตร์ที่ดีนำงบประมาณไปสร้างกิจกรรมที่จะทำให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ แต่ตนเชื่อว่าหัวหน้าทีมเศรษฐกิจในรัฐบาลปัจจุบันไม่รู้เรื่องนี้ ส่วนตัวเลขคนตกงาน ที่รมว.แรงงาน บอกว่าตัวเลขติดงานจริงไม่ถึง 8 ล้าน มีเพียง 2-3 ล้านเท่านั้น ตนมองว่าหากรัฐบาลไม่มีการบริหารจัดการที่ดีอาจจะมีตกงานมากกว่า 8 ล้านคน แต่หากรัฐบาลจัดการอย่างสุดความสามารถและถูกต้อง การตกงานก็อาจจะน้อยลง และอาจจะเพิ่มการจ้างงานสวนทางขึ้นมาได้ 



นายสุเทพ กล่าวเพิ่มเติมกรณีรมว.แรงงานกล่าวถึงตัวเลขคนตกงาน ว่า รมว.แรงงาน ลืมตัวเลขแรงงานนอกระบบหรือไม่ ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้ตกงานมหาศาล ทั้งวินมอเตอร์ไซด์ แท็กซี่ หมอนวด ชาวนา ชาวประมง โดยพูดถึงแต่แรงงานในระบบประกันสังคมเท่านั้น



นพ.เรวัต กล่าวว่า งบประมาณปี 64 เป็นการจัดงบแบบใช้ตัวเลขเก่าไม่มีการแก้ไข และยังไม่ได้มีการคาดการณ์เรื่องจีดีพีที่วันนี้ติดลบ ส่งผลกระทบต่อการประมาณการรายได้ที่ไม่ตรงตามเป้า ตัวเลขที่ตั้งในงบ 64 จึงเป็นตัวเลขที่ไม่สะท้อนการแก้ปัญหา และยังเป็นการเพิ่มหนี้สาธารณะ ซึ่งรัฐบาลกำลังสร้างภาระหนี้สินให้ประชาชน ประชาชนประสบปัญหาความยากจนหนี้สินในการดำรงชีวิตอย่างสาหัส


นายสงคราม กล่าวว่าวิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้หนักกว่าปี40 ตอนนี้เป็นเพียงแค่ภาพลวงตารัฐบาลอาจรู้สึกว่ายังสบายๆอยู่ ถ้าไม่แก้ปัญหาให้ถูกจุดประเทศไทยอาจกลายเป็นรัฐล้มละลาย เพราะงบประมาณที่ได้มาไม่ได้ก่อให้เกิดผลผลิตซึ่งความจริงเงินที่ใช้จ่ายต้องก่อให้เกิดผลผลิต แต่ที่ตอนนี้จ่ายคือหายหมด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ต้องวางแผนระยะยาว คนจนทำงานมากกว่าไม่ได้ขี้เกียจ แต่ทำไมถึงจนกว่า เพราะเขาขาดโอกาส ดังนั้น นโยบายต้องให้โอกาสอย่ามองว่าคนจนเป็นภาระ ถ้าคนจนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ประเทศก็จะไปได้ แทนที่จะให้สวัสดิการก็เหมือนให้ทานแล้วเป็นบุญคุณ แล้วก็ให้ตอนใกล้หาเสียง



จากนั้นในงานได้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้แรงงานได้แสดงความคิดเห็น ซึ่งตัวแทนแท็กซี่ได้แสดงความผิดหวังพรรคเพื่อไทย ที่เป็นผู้เสนอญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฏร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษารถรับจ้างสาธารณะส่วนบุคคล ในการให้บริการกับผู้บริโภคและอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมในพื้นที่กทม.และปริมณฑลนอกจากนี้ตัวแทนแท็กซี่รายดังกล่าวยังได้กล่าวตัดพ้อถึงภาระราคารถแท็กซี่ที่สูงถึงคันละ 1.8 ล้านบาท และโจมตีว่าระบบแท็กซี่โอเคสร้างภาระให้กับผู้ขับรถแท็กซี่ที่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ราคา 5 หมื่นบาท โดยอ้างว่าเพื่อความปลอดภัยของสังคม 

ตอนท้ายของงานเสวนา พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้รับสะท้อนมาวันนี้จะนำไปหารือในที่ประชุมฝ่ายค้าน ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการเอาเปรียบจากคนมีอำนาจไปรังแกคนไม่มีอำนาจ ยืนยันเวทีวันนี้จะไม่สูญเปล่า ขอบคุณมอเตอร์ไซรับจ้างและแท็กซี่ที่ถือว่าเป็นผู้ดูแลขนส่งมวลชนที่ใหญ่ที่สุดแต่ถูกละเลย รวมถึงหากเร่แผงลอยเสียงข้องท่านมีประโยชน์ พวกเราจะนำข้อมูลไปพูดคุยแก้ปัญหาอย่างจริงจัง.



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    9%
  • ไม่เห็นด้วย
    91%

บอกต่อ : 16