อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2563

ทร.เฮ!เคาะซื้อ'เรือดำน้ำ'2ลำ 'ส.ส.พท.'เตรียมสับวาระ2  

ทร.เฮ!! มติ 5 : 4  อนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ ไฟเขียว “เรือดำน้ำจีน”  2 ลำ 2.2 หมื่นล้าน ตามรายการ ด้าน “ส.ส.พท.”ตบเท้าเตรียมสับวาระ 2   ศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2563 เวลา 16.01 น.


เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย  ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ. )ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 แถลงข่าวว่า มีการพิจารณางบจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน ของกองทัพเรือ จำนวน 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 2  ภายหลังจากที่การประชุมในครั้งแรก ทางคณะอนุกมธ.ครุภัณฑ์ แขวนไว้ เพราะยังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะให้ซื้อหรือไม่  

โดยทางกองทัพเรือได้ให้เหตุผลว่าที่ต้องซื้อเรือดำน้ำ เพราะไทยได้ลงนามในเอ็มโอยูกับจีนไว้แล้วว่าต้องซื้อ 3 ลำ โดยลำแรกได้จัดซื้อไปแล้วด้วยงบประมาณปี 2560 ซึ่งจะได้รับเรือดำน้ำ ในปี 2567 อย่างไรก็ตามส่วนอีก 2 ลำ ที่จะใช้งบประมาณปี 64 นั้น ทางอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ สอบถามว่ายังไม่ซื้อได้หรือไม่ จะถูกฟ้องร้องหรือไม่

นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อว่า ในวันนี้กองทัพเรือได้นำเอ็มโอยูซื้อเรือดำน้ำลำแรกมา ปรากฏว่าในเอ็มโอยูไม่ได้เขียนว่าประเทศไทยจะต้องซื้อลำที่ 2 และลำที่ 3  ไม่ได้ผูกพันกันไว้ มีแต่เพียงระบุว่าถ้าเกิดปัญหาในข้อตกลง หรือเกิดความขัดแย้งให้เจรจากันอย่างฉันมิตร ไม่มีการขึ้นศาลหรือคดีต่อกัน  ซึ่งตรงนี้คือเอ็มโอยูที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เซ็นเอาไว้กับ รมว.กลาโหมของจีน

“ผมอยู่ในฝั่งที่ไม่ให้ซื้อเรือดำน้ำ โดยบอกว่าเมื่อไม่ได้มีข้อตกลงให้ซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2 ลำที่ 3  ทางกองทัพอ้างอย่างเดียวว่าเพื่อความมั่นคงทางทะเล  ส่วนทางพวกผมที่ไม่ให้ซื้อก็ต่อสู้ว่า เรามีปัญหาด้านเศรษฐกิจ แล้วรัฐบาลกู้จนเต็มเพดาน ประชาชนเดือดร้อน สังคมมีปัญหาอาชญากรรม เพราะคนตกงานไม่มีอันจะกิน จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องซื้อในปีนี้ ให้เลื่อนออกไปก่อน” นายยุทธพงศ์ กล่าว

นายยุทธพงศ์ กล่าวด้วยว่า  ในการประชุมช่วงเช้าปรากฏว่าที่ประชุมตกลงกันไม่ได้ จึงทำให้ นายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ สั่งพักการประชุม และเริ่มการประชุมอีกครั้งในเวลา 14.15 น. พร้อมสั่งให้ลงมติ โดยกมธ.อนุครุภัณฑ์ฯ มีจำนวน 10  คน ขาดประชุม 1 คน  ซึ่งผลการลงมติปรากฏว่า ในฝั่งที่ลงมติไม่ให้จัดซื้อเรือดำน้ำ มีจำนวน 4  คน  ได้แก่  ตน  นายเรวัต วิศรุตเวช ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย  นายครูมานิตย์  สังข์พุ่ม  ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย  น.ส.วรรณวรี  ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล  

ส่วนผู้ที่โหวตให้ซื้อเรือดำน้ำ มี 4 คน ได้แก่ นายชยุต  ภุมมะกาญจนะ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย นางกรณิศ  งามสุคนธ์รัตนา  ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ   นายจีรเดช  ศรีวิราช ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ  นางศิริวรรณ  ปราศจากศัตรู  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์  ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีเสียงเท่ากัน สุดท้ายนายสุพล  ประธานอนุกมธ.ได้ออกอีกเสียงเห็นชอบให้ซื้อเรือดำน้ำ ทำให้ผลออกมาเป็นซื้อเรือดำน้ำด้วยคะแนน 5:4  จึงเป็นอันว่าประเทศไทยซื้อเรือดำน้ำจีนอีก 2 ลำในภาวะที่คนไทยกำลังอดอยาก

“ผมและนายครูมานิตย์ จะขอคัดค้านการซื้อเรือดำน้ำดังกล่าว ในการประชุมร่างพ.ร.บ.งบประมาณในวาระ 2 เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน เพราะเห็นว่าไม่จำเป็นในการซื้อ อีกทั้งเรือดำน้ำลำที่ 1 ที่ได้ซื้อไปแล้วไทยก็ยังไม่ได้ของ ซึ่งกว่าจะได้ก็ปี 2567 เรื่องนี้นายกรัฐมตรีต้องเลือกระหว่างซื้อเรือดำน้ำกับความอดอยากของประชาชน ชาวบ้านบอกให้ช่วยเนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19  แต่รัฐบาลบอกไม่มีเงิน เห็นเรือดำน้ำสำคัญกว่าชีวิตประชาชนได้อย่างไร” นายยุทธพงศ์ กล่าว

ด้าน นายครูมานิตย์  กล่าวยืนยันว่า วันนี้ยังไม่มีความจำเป็นในการจัดซื้อเรือดำน้ำ เมื่อเทียบกับความอดอยากของประชาชนทุกภาค เราไม่ได้คัดค้านไม่ให้ซื้อ แค่อยากให้ชะลอไว้ก่อน ถ้าประชาชนไม่อดอยาก จะซื้อ 4-5 ลำก็ซื้อไป แต่ช่วง 4-5 ปีมานี้ ทหารใช้งบประมาณแทบจะมากกว่าทุกกระทรวงอยู่แล้ว.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 22