อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 2 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 2 ธันวาคม 2563

"ส.ส.ดาวฤกษ์"นำ ปชช.ร้อง กมธ.ปมรฟท.ขอเวนคืนที่

"ส.ส.ดาวฤกษ์" พปชร. นำ ปชช.ร้อง กมธ.สวัสดิการสังคม สภาฯ กรณี รฟท.ขอเวนคืนที่ดินก่อสร้าง Hub รถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน อังคารที่ 8 กันยายน 2563 เวลา 15.22 น.

เมื่อวันที่8 ส.ค. ที่รัฐสภา ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ พรรคพลังประชารัฐ นำโดย น.ส.ภาดาห์ วรกานนท์ ส.ส. กทม. พร้อมด้วย น.ส. ฐิติภัสร์  โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส. กทม. นายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส. กทม. น.ส.กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม.นำประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากจากกรณีการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ขอเวนคืนที่ดิน เพื่อก่อสร้างฮับ(Hub) รถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน ได้แก่ สนามบินอู่ตะเภา สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินเอนเมือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี)เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกมธ.ซึ่งเป็นกรณีต่อเนื่องจากการที่ ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ได้ลงพื้นที่เขตราชเทวี เพื่อรับฟังความเดือดร้อนของประชาชนเมื่อวันที่ 24ส.ค.ที่ผ่านมา

น.ส.ภาดาห์ กล่าวว่า วันนี้ประเด็นหลักที่ได้นำมายื่นต่อกรรมาธิการฯ คือประชาชนที่โดนไล่ที่ต้องการทราบเวลาที่แน่นอนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ว่าจะต้องย้ายออกจากพื้นที่เมื่อไหร่ และต้องการขอร้องว่าให้การรถไฟมีการประนีประนอมการฟ้องร้อง เพราะทุกคนได้รับความเดือดร้อนจริงๆ จึงต้องการให้มีการหันหน้ามาพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหา รวมถึงขอให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลเพื่อหาที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ให้ ข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ วันนี้ได้เข้าไปในกมธ.สวัสดิการสังคมฯแล้ว เราได้คำตอบส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นคำตอบที่ดีมาก คำตอบที่1.คือทราบในเรื่องของระยะเวลาแน่นอนที่ประชาชนต้องย้ายออกจากพื้นที่ ข้อที่ 2.ทางการรถไฟฯได้รับปากว่าจะดูแลในเรื่องของการฟ้องร้อง ก่อนจะถึงวันที่ฟ้องร้อง โดยทางการรถไฟยินดีที่จะเจ้ามาพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาและหาทางออก แต่สำหรับข้อที่ 3.นั้นเป็นข้อที่ยากมาก คือต้องการให้การรถไฟและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งวันนี้มีทั้งการเคหะฯ กรมพัฒนาสังคมฯ กรมธนารักษ์เข้ามารับฟัง ทุกหน่วยงานมีความพร้อมและยินดีที่จะเข้ามาช่วย



น.ส.ภาดาห์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนเองและประชาชนต้องการฝากไปถึงหน่วยงานที่เดี่ยวข้อง คือทุกครั้งที่รัฐบาลมีโครงการขนาดใหญ่ในการพัฒนาที่ดิน แน่นอนว่าจะต้องมีผลกระทบกับประชาชนจำนวนมาก โดนเฉพาะในกรณีของการรถไฟที่มีผลกระทบต่อประชาชนใน กทม.เกือบ 3,000 ครัวเรือน จึงต้องการให้รัฐบาลพิจารณาว่าเวลาจะมีโครงการขนาดใหญ่ จะแก้ปัญหากับผู้ที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้อย่างไร เพราะกว่าจะอนุมัติใช้เวลานาน ดังนั้นในช่วงของการอนุมัติควรจะมีประเด็นการพิจารณาช่วยเหลือประชาชน จะได้ไม่ต้องมาถึงวันที่ประชาชนเดือดร้อนและต้องหาที่ทำกินอย่างเร่งด่วน กรรมาธิการฯได้รับปากที่จะช่วยสานต่อในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลเยียวยาและจะทำหนังสือไปถึงรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่าจะช่วยพิจารณาเยียวและดูแลกรณีนี้ได้อย่างไรบ้าง

น.ส.ภาดาห์ กล่าวถึง พื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะโครงการมักกะสันที่มีพื้นที่ 500 ไร่ เชื่อว่าไม่ได้มีการใช้พื้นที่ทั้งหมด ดังนั้นหากมีการกันพื้นที่บางส่วน 20-30 ไร่ เพื่อให้ประชาชนเข้าไปอยู่อาศัย โดยให้ทางการเคหะแห่งชาติ เข้าไปสร้างบ้านมั่นคง ซึ่งในกรรมาธิการฯทุกคนได้เห็นด้วย ดังนั้นต้องการให้การรถไฟคิดว่าที่ดินดังกล่าวไม่ใช่ของการรถไฟเพียงคนเดียว แต่เป็นที่ดินของประเทศชาติ วันนี้เมื่อมีคนเดือดร้อนการรถไฟฯก็ควรจะต้องคำนึงถึง โดยประเด็นนี้ทางการเคหะฯได้บอกว่ามีความพร้อมที่จะเข้าไปดำเนินการก่อสร้างที่พักหากทางการรถไฟให้ที่ดิน


ด้านน.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่มีการวางแผนในการพัฒนาเพื่อที่จะย้ายประชาชนออกจากพื้นที่ก่อน แต่กลับใช้วิธีการฟ้องร้องขับไล่ ซึ่งขณะนี้กำลังพยายามเปลี่ยนหลักคิดของการรถไฟฯว่า เป็นรัฐวิสาหกิจที่ได้เงินภาษีจากประชาชน ควรจะต้องคำถึงถึงประเด็นนี้ด้วย.
 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 12