อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563

"ตู่"เชื่อหนทางของม็อบนักศึกษา ต้องสู้กันอีกยาว 

“จตุพร” ชี้บทเรียนรบ.ใช้หลักนิติศาสตร์นำรัฐศาสตร์ยิ่งเพิ่มจำนวนม็อบ เชื่อหนทางการต่อสู้ครั้งนี้มีความละเอียดอ่อน แต่ละฝ่ายเตรียมการสู้กันอีกยาว     อาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563 เวลา 16.50 น.


เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวีแห่งใหม่ ซอยนวลจันทร์ รามอินทรา 40 มีการจัดรายการลมหายใจ พีซทีวี โดยนายนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)  กล่าวว่า เมื่อวานตนได้สแตนด์บายอยู่ตรงนี้ และตนก็มีเหตุผลว่าทำไมตนยังจะต้องอยู่รอบนอกเพราะในสถานการณ์ที่มีความละเอียดอ่อนนั้นจะต้องมีคนคัดท้ายอยู่บ้าง รวมถึงหากตนเข้าไปร่วมการชุมนุมของนักศึกษา การรับมือของเจ้าหน้าที่ก็จะอีกระดับหนึ่งซึ่งเคยประมือกันมาแล้วในปี 2553 ซึ่งใช้จำนวนเจ้าหน้าที่กว่า 6 หมื่นคน และใช้งบประมาณกว่า 6 พันล้าน กระสุนปืนกว่า 5 แสนนัด

นายจตุพร กล่าวอีกว่า ดังนั้นในสถานการณ์ที่คนรุ่นใหม่ คนหนุ่มสาวที่ยังไม่เคยเผชิญอย่างหนักเหมือนกับคนเสื้อแดงนั้นก็ไม่ควรที่จะรับมือกันถึงขนาดนั้น และยังมีคนมาถามตนอีกว่า พี่น้องคนเสื้อแดงมาร่วมจำนวนมาก ตนก็อธิบายชัดเจนว่าในโลกนี้ไม่มีใครจะเจ็บปวดมากเท่ากับคนเสื้อแดงอีกแล้ว เพราะในการเหตุการณ์การล้อมปราบคนเสื้อแดงนั้นเป็นการกระทำที่อำมหิตกว่าเหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 ดังนั้นตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีนี้คนเสื้อแดงจะอยู่ความเจ็บปวดตลอด เมื่อมีการชุมนุมเรียกร้องใดๆก็ตาม และยิ่งได้ต่อสู้กับเผด็จการ ก็จะออกมาต่อสู้เพราะเขาได้พกความเจ็บปวดกันมายาวนาน

นายจตุพร กล่าวว่า  การต่อสู้ไม่ได้จบภายในวันเดียว หนทางนี้ยังยืดเยื้อยาวนาน และถัดจากวันนี้ไปก็จะเป็นเรื่องเตรียมการของแต่ละฝ่าย และจะวิวัฒนาการตามลำดับ โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นปัญหา คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องบัตร 2 ใบ เรื่องปิดสวิตช์ ส.ว.เหล่านี้ไม่ได้ง่าย ดังนั้นอย่าชะล่าใจ ไม่ว่าสูตรใดก็จะเป็นปัญหา วันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือไทยต้องคิดที่จะบริหารประเทศไทยอย่างไร  แต่ในทางปฏิบัติคนในรัฐบาลบางคนคิดจะเป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 7 โดยที่นายกรัฐมนตรีก็ไม่รู้ ทั้งนี้การใช้หลักนิติศาสตร์มากกว่าหลักรัฐศาสตร์ทำให้คนเพิ่มปริมาณขึ้น ในขณะที่คนหนุ่มสาวต่อสู้เรื่องการคุกคาม แต่ที่ผ่านมากว่า 1 เดือนมีการออกหมายจับแล้วปล่อย เป็นข่าวมาตลอดระยะเวลา ดังนั้นในครั้งนี้ก็เช่นกันที่กำลังแถลงบอกว่าผิดมาตรานั้นมาตรานี้นั้น ตนอยากบอกว่า ที่ผ่านมาก็เห็นอยู่แล้วว่าการให้หลักนิติศาสตร์มากกว่าหลักรัฐศาสตร์ก็ไม่มีทางที่จะแก้ไขปัญหาใดได้

“วันนี้ยังจะต้องติดตามสถานการณ์ คนที่ผ่านสนามก็รู้มันเพิ่งเริ่มเท่านั้นเอง อย่าไปตกใจกับคนเท่านี้ เราคนมากกว่านี้หลายเท่า ก็รู้อยู่แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นในเวลาต่อไป แต่ผมไม่ได้หวังว่าเขาจะต้องเกิดเหตุการณ์เหล่านั้น ผมบอกว่าตอนที่ผมนำพฤษภา 35 ผมเรียนรู้ 14 ต.ค. 2516  6 ต.ค. 2519 แต่ไม่ได้เอาตามหมด แต่รู้ว่าจะทำอย่างไร”นายจตุพร กล่าว.
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    74%
  • ไม่เห็นด้วย
    26%

บอกต่อ : 11