อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563

"บิ๊กกบ-บิ๊กแดง" อำลารั้วเหลือง-แดงถิ่นมัฆวานฯ

“บิ๊กกบ-บิ๊กแดง” นำนายพลทหารบกเกษียณฯ ร่วมรำลึกถิ่น “มัฆวานฯ” ปฏิญาณตนต่อหน้าพระรูป ร.5 จะรักษามรดกพระองค์ท่านด้วยชีวิต ด้าน “บิ๊กบี้” เป็นตัวแทนกล่าวเทิดเกียรติ ลั่นทำให้สังคมปกติสุข สร้างความรัก-สามัคคีขับเคลื่อนประเทศก้าวหน้ามั่นคง พร้อมสานต่ออุดมการณ์ปกป้องค้ำจุนสถาบันกษัตริย์ พุธที่ 23 กันยายน 2563 เวลา 12.30 น.

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนินนอก กองทัพบกได้จัดพิธีเทิดเกียรติและอำลาชีวิตราชการทหารชั้นนายพลตามแนวทางของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ต้องการรำลึกถึงสถานที่ตั้งโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าในอดีต ซึ่งคือที่ตั้งของบก.ทบ.ในปัจจุบันใกล้กับสะพานมัฆวานรังสรรค์ ทั้งนี้ มีนายพลทหารบกอัตราพลเอกพิเศษที่เกษียณอายุราชการ เช่น พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ณพล สร้างสมวงษ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ชัยชนะ นาคเกิด รองผบ.ทสส. พล.อ.จักรชัย โมกขะสมิต ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก  พร้อมนายพลทหารบก 258 นายเข้าร่วมพิธี




ทั้งนี้ พล.อ.พรพิพัฒน์ได้นำคณะถวายสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ที่ห้องพระบารมีปกเกล้า ภายในพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ จากนั้นเป็นกิจกรรมของนักเรียนนายร้อยโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ที่ลานหน้าพิพิธภัณฑ์ฯ โดยผู้แทนนักเรียนนายร้อย กล่าวตั้งปณิธาน “เดินตามรอยเท้า” ว่า รู้สึกซาบซึ้งในความเสียสละและคุณงามความดีของทุกท่าน ขอตั้งปณิธานทำตามเพื่อปฏิบัติตามรอยเท้าของท่านโดยจะปฏิบัติตนให้สมศักดิ์ศรีความเป็นชายชาติทหาร จะอยู่ในศีลธรรมอันดีของศาสนา ปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ มีสติไตร่ตรองและใช้วิจารณญาณอันเหมาะสม จะหมั่นฝึกฝนและพัฒนาตนให้มีความสามารถรอบด้าน เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มขีดความสามารถ ตระหนักถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ทั้งนี้เพื่อดำรงรักษาและปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตลอดจนประชาชน ให้มีความผาสุก เกิดความรักความสามัคคีในสังคมอย่างเป็นปีกแผ่นมั่นคง” จากนั้นผู้ร่วมพิธีทั้งหมดร้องเพลง รั้วแดงกำแพงเหลือง และมนต์มัฆวาน ก่อนที่วงขลุ่ยกลอง 8 นายจากโรงเรียนนายร้อยฯ นำแถวนายพลเกษียณฯ เดินเท้ามาตั้งแถวถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ด้านหน้าหอประชุมกิตติขจร พร้อมกล่าวปฏิญาณตน 3 ครั้งพร้อมกันว่า “ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษามรดกของพระองค์ท่านไว้ด้วยชีวิต” จากนั้นทั้งหมดได้เข้าหอประชุมฯ เพื่อกระทำพิธีเทิดเกียรติ




ทั้งนี้พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เป็นตัวแทนกล่าวเทิดเกียรติว่า ในนามกองทัพบกขอแสดงมุทิตาจิตต่อทุกคนด้วยความเคารพรักเป็นอย่างยิ่ง การปฏิบัติหน้าที่ด้วยการยึดมั่นด้วยอุดมการณ์ทหารมาตลอดชีวิตรับราชการ ทุกท่านได้สร้างประโยชน์ให้กองทัพและประเทศชาติ เป็นอเนกประการด้วยการอุทิศกำลังกาย กำลังใจ ดำเนินภารกิจทุกด้านของกองทัพ เพื่อพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย ความสงบเรียบร้อยของชาติและผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ ปกป้อง ค้ำจุนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดีอย่างสูงสุด ตลอดจนสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ พัฒนาประเทศ และช่วยเหลือประชาชน ซึ่งปรากฏเป็นผลงานและเกียรติประวัติอันน่ายกย่อง ส่งผลให้กองทัพมีความเข้มแข็ง ทันสมัย และเจริญก้าวหน้า สามารถยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ภัยคุกคาม และปัญหาอุปสรรคนานัปการ อันควรค่าจารึกไว้เป็นแบบฉบับของทหารอาชีพที่นายทหารรุ่นหลังจะได้สานต่อดำเนินรอยตาม เพื่อดำรงไว้ซึ่งเกียรติ ศักดิ์ศรีของการปฏิบัติด้านความมั่นคงของชาติ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาสต่อไป แม้จะต้องสิ้นสุดในหน้าที่ราชการแต่เชื่อว่าภาระหน้าที่ของความเป็นทหารจะยังคงฝังแน่นในจิตใจของทุกท่านอย่างไม่เสื่อมคลาย และขอมีส่วนร่วมจรรโลงกองทัพให้มีความเจริญก้าวหน้า ตลอดจนส่งเสริมภารกิจของกองทัพให้บรรลุจุดมุ่งหมายอย่างเช่นที่เคยปฏิบัติมา


“พวกเราขอให้คำมั่นว่าจะสืบสานอุดมการณ์ของพวกท่าน และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้สังคมมีความปกติสุข มีความรักความสามัคคี อันเป็นจะพลังขับเคลื่อนประเทศชาติให้ก้าวหน้า ไปข้างหน้าอย่างมั่นคงต่อไป” พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าว




ด้าน พล.อ.พรพิพัฒน์ เป็นตัวแทนกล่าวอำลาชีวิตราชการว่า การปฏิบัติราชการในกองทัพนับเป็นช่วงเวลาที่ภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ทหารของชาติและประชาชนตามปณิธานที่ตั้งไว้ เพื่อพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี โดยมุ่งอุทิศตนทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ สติปัญญา ดำเนินภารกิจของกองทัพให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ ร่วมแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติและพัฒนาสังคมให้มีความเป็นปึกแผ่นแน่นแฟ้น ซึ่งภาระหน้าที่ของทหารอันมีเกียรตินี้ เป็นสิ่งที่พวกเรายึดถือปฏิบัติตลอดไปแม้เกษียณอายุราชการ


“ผมมั่นใจว่าผู้ที่จะเกษียณอายุราชการทุกคนต่างล้วนสำนึกในคุณูปการกองทัพบกที่หล่อหลอมพวกเรามีจิตวิญญาณของความเป็นทหารอยู่ในสายเลือด มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แม้ต้องอำลาชีวิตราชการจากกองทัพ แต่จิตวิญญาณของความเป็นทหารอาชีพยังฝังแน่นอยู่ในจิตใจและพร้อมที่จะเสียสละตนรับใช้กองทัพและประเทศชาติในทุกโอกาส ตลอดจนจะนำประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดชีวิตรับราชการมาสนับสนุนการดำเนินการงานของกองทัพด้วยความเต็มใจตลอดไป ทั้งนี้จะเป็นกำลังใจให้กำลังพลที่ยังราชการอยู่ในกองทัพบกสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สมกับที่ประชาชนให้ความเชื่อถือและไว้วางใจตลอดมา” พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าว.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 8