อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563

ประท้วงวุ่น!!! "เสรีพิศุทธ์"ฉะ ส.ว. เป็นสภา"เพื่อนพ้อง-น้อง-พี่"

ประท้วงวุ่น!!! “เสรีพิศุทธ์” ฉะ ส.ว. เป็นสภา "เพื่อนพ้อง-น้อง-พี่"  ด้าน “ปรีชา จันทร์โอชา” ลุกขึ้นประท้วงถูกอ้างชื่อ พร้อมเสี้ยม “เสี่ยหนู –อู๊ดด้า” ลาออกพรรคร่วมรัฐบาล เปิดทางเพื่อเลือกนายกฯ ใหม่ แล้วนำร่าง รธน. ฉบับประชาชนมาพิจารณา พุธที่ 23 กันยายน 2563 เวลา 14.12 น.


เมื่อวันที่ 23 ก.ย. เวลา 12.35 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ว่า ถึงแม้จะลงชื่อในการสนับสนุนญัตติฝ่ายค้านแต่เป็นตามมารยาท ตนและพรรคไม่ได้เห็นด้วยกับญัตติฝ่ายค้านและรัฐบาล โดยก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า คสช. ฉีกรัฐธรรมนูญและร่างใหม่ เพื่อการสืบทอดอำนาจ ใช้อำนาจหัวหน้า คสช. แต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เริ่มจากแต่งตั้ง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน เป็นบุคคลที่มีความรู้เหมาะสม แต่พอร่างเสร็จแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ไม่พอใจ ตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ชุดที่ 2 ขึ้นมาอีก นายบวรศักดิ์ เคยบ่นว่าที่ไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญของตนตอนนั้นเพราะ “อยากอยู่ยาว” ดังนั้น กรธ.ชุดใหม่จึงต้องร่างเอาใจ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่รู้ว่าต้องการเอาชนะสถิติของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะตอนนี้ก็อยู่มา 6 ปีแล้ว ทั้งที่งบประมาณในการยกร่างชุดแรกใช้ไปจำนวนมาก แต่ชุดที่สองก็ไปตั้ง “เฒ่าสารพัดพิษ” มาเป็นประธาน

ทั้งนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้ขอให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หลีกเลี่ยงการใช้คำที่ไม่เหมาะสม  ทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จึงขอเปลี่ยนเป็นคำว่า “เฒ่าเจ้าเล่ห์” ปรากฏว่าเมื่อถึงตรงนี้ทำให้ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นประท้วงทันที เพราะเป็นการใช้คำพูดไม่เหมาะสม และมีการนำเอกสารขึ้นมาอ่านถือว่าทำผิดข้อบังคับ

จากนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อไปว่า การร่างรัฐธรรมนูญไม่สามารถใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ร่างเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติได้ แต่ต้องฟังนโยบายจาก พล.อ.ประยุทธ์ ก่อน ทำให้นายชวน ได้ทักท้วงอีกครั้งว่า ไม่ควรกล่าวหาคนนอกมาโดยที่ไม่มีสิทธิให้เขาทักท้วง  ทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ไม่เคยถูกคนนอกทักท้วง ถูกแต่คนในทักท้วง และกล่าวต่อว่า “การจูงจมูกคนร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเป็นคนรับผิดชอบ” ทำให้นายสิระ ลุกขึ้นประท้วงว่า “หากพูดถึงคนที่ไม่อยู่ในห้องประชุมเป็นสุภาพบุรุษ เป็นลูกผู้ชายหรือไม่”

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า ในระหว่างจัดทำรัฐธรรมนูญก็มีข่าวคอร์รัปชั่นมากมาย เช่น อุทยานราชภักดิ์ หรือการแต่งตั้งหลานชาย พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งในกองทัพ เป็นต้น แต่ก็ไม่สามารถหาผู้กระทำผิดได้ ปรากฏว่าเมื่อพูดถึงตรงนี้ทำให้ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว. ลุกขึ้นใช้สิทธิพาดพิงว่า ทุกคนมีสิทธิประกอบอาชีพของตัวเอง ไม่ควรมาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น ขอให้ถอนคำพูด
 
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ประชาชนที่เห็นต่างกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกดำเนินคดีเกือบ 200 คน และเมื่อรัฐธรรมนูญผ่าน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายคนได้รับการยกเว้นไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน นอกจากนี้ ประธานสภามหาวิทยาลัย พอจะต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินก็ลาออกจากตำแหน่งเพื่อให้ไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน ดังนั้นตนขอตั้งคำถามว่าหากบริสุทธิ์ใจจะลาออกทำไม ขณะเดียวกันมีอาจารย์ทางด้านรัฐศาสตร์หลายคนออกมาแสดงความเห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เลวร้ายที่สุด แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ฟังเดินหน้าจัดให้มีการเลือกตั้ง เพราะรู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนขึ้นมาให้พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี มีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ที่มาจาก คสช.
 
เมื่อถึงตรงนี้ทำให้นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ประท้วงว่าไม่ให้ผู้อภิปรายกล่าวถึงบุคคลภายนอก พร้อมกล่าวว่า “หากรัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่มีดีจริง พรรคการเมืองบางพรรคคงไม่ได้เข้าสภา ที่ได้เข้ามาเพราะเป็นคุณของรัฐธรรมนูญปี 2560”
 
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ที่เป็นคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ตอนนั้นลาออก เหมือนมีญาณรู้ว่าจะได้เป็นประธาน ส.ว. และสัดส่วน ส.ว. คือ ตำรวจ 14 คน ทหารอีก 91 คน และยังเป็นคนที่มีความสัมพันธ์กับ คสช. อีกจำนวนมาก จนวุฒิสภามีชื่อว่าสภาเพื่อนพ้องน้องพี่ บางคนขาดการประชุมมากมาย  ปรากฏว่าเมื่อพูดถึงประเด็นนี้ ทำให้นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประท้วงให้การอภิปรายอยู่ในประเด็น ขณะที่นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประท้วงผู้ประท้วงว่า ผู้อภิปรายพูดถึงที่มาของรัฐธรรมนูญ อยากให้อดทนฟัง

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า ยุคหนึ่งเราเคยเรียกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งว่าเป็น “สภาผัวเมีย”  ทำให้ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว. ประท้วงว่าเอาภาพตนขึ้นจอโดยไม่ได้ขออนุญาต พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ส.ว. ต้องให้ความเห็นชอบกับบุคคลที่เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้า คสช. แต่งตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าคณะสรรหา ส.ว. แล้ว ส.ว. ก็ไปเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี 249 คน ขาดเพียงแค่ประธานคนเดียวที่งดออกเสียง เป็นการเอาบุญคุณส่วนตัวมาแลกกับผลประโยชน์ประเทศชาติ ได้นายกรัฐมนตรีที่ถวายสัตย์ฯไม่ครบ 6 ปีที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งงบประมาณเกินดุลมาตลอด ไม่รวมกับการกู้เงิน 1 ล้านล้านบาทที่แก้ปัญหาโควิด แต่ปรากฏว่าประเทศไทยยังมีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในโลก คนตกงานเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ คนฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น และตอนนี้นายกรัฐมนตรีเองก็ยอมรับว่าเงินหมดคลัง
 
นายพรเพชร วิชิตชลชัย  รองประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมต่อจากนายชวน หลีกภัย ขอให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เข้าประเด็น นายกิตติศักดิ์ ประท้วงผู้อภิปรายว่า อภิปรายไม่ครบทุกด้าน คือ ไม่พูดถึงเงินคงคลังของประเทศไทยที่มีมากเป็นอันดับ 12 ของโลก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า ตามมาตรา 3 อำนาจที่แท้จริงเป็นของประชาชน ดังนั้นหากจะพิจารณาร่าของฝ่ายค้านหรือรัฐบาลอย่างเดียวโดยไม่พิจารณาร่างของประชาชนไม่ได้ ส.ส.แม้จะเป็นตัวแทนของประชาชน แต่หากเป็นเรื่องที่สำคัญต้องฟังจากประชาชนเสียก่อน ไม่ใช่อ้างความเป็น ส.ส. อย่างเดียวแล้วใช้อำนาจแทน นอกจากนี้ ส.ว. ที่จะมาร่วมโหวต ก็ไม่ใช่ตัวแทนของประชาชนแม้แต่คนเดียว จึงไม่สวามารถสรุปได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวจึงไม่ได้แปลว่าจะเป็นผลดีแก่ประชาชน เพราะทั้งสองฝ่ายอาจจะร่างเพื่อผลประโยชน์ของตน

“ผมยังเห็นว่าขั้นตอนในการเลือกตั้ง ส.ส.ร. ก็ใช้เวลานาน เท่ากับการต่ออายุของ พล.อ.ประยุทธ์ ไปอีก และจะเชื่อได้อย่างไรว่าจะไม่เป็นอุปสรรคในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนจึงเสนอ 4 ขั้นตอนคือ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออกจากรัฐมนตรีก่อน แล้วก็เลือกนายกรัฐมนตรีตาม ม.172 แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยนำร่างของประชาชนมาพิจารณา และยุบสภาเลือกตั้งใหม่ พร้อมทั้งกล่าวว่า ถ้านายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ลาออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่มีทางลาออก พร้อมย้ำว่าให้รีบตัดสินใจ ถ้ารีบลาออก ประเทศจะเดินหน้าต่อ นักศึกษาก็จะหยุด แล้วจะได้รับการยกย่องให้เป็นวีรบุรุษ” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    32%
  • ไม่เห็นด้วย
    68%

บอกต่อ : 17